Thaiihdc.org

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร
Thaiihdc.org

ทุนมนุษย์กับการพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยว

พิมพ์ PDF

ทุนมนุษย์กับการพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยว


สถานการณ์ปัจจุบันของธุรกิจท่องเที่ยวไทยด้านทุนมนุษย์

ทุนมนุษย์ กับการพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยว

Education-Architecture of Human Resource

บทที่ สถานการณ์ปัจจุบันของธุรกิจท่องเที่ยวไทยเรื่องทุนมนุษย์

ธุรกิจหลักของธุรกิจการเดินทางและท่องเที่ยวของไทย ได้แก่ ธุรกิจบริการที่พัก ธุรกิจบริการอาหารและเครื่องดื่ม และธุรกิจบริการนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ผู้ประกอบการธุรกิจเหล่านี้กว่าร้อยละ ๙๙ เป็นผู้ประกอบการ SMEs และ MSEs  รูปแบบของการประกอบธุรกิจจะมีลักษณะเป็นกิจการในครอบครัวไม่ได้มีระบบการบริหารจัดการตามระบบทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ การดำกิจการจะเป็นรูปแบบง่ายๆไม่ซับซ้อน เนื่องจากจะใช้แรงงานของสมาชิกในครอบครัวเป็นหลัก แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบในการบริหารงานกันตามความสมัครใจหรือความสามารถของสมาชิกในครอบครัวกันอย่างง่ายๆหรืออาจจะเป็นการให้ความช่วยเหลือกันระหว่างเพื่อนบ้านใกล้เคียงหรือคนในท้องถิ่นนั้นๆ โครงสร้างองค์กรหรือ Organization Chart จะมีลักษณะที่ค่อนข้างราบไม่ได้มีการแบ่งแยกเป็นสายงานหรือสายการบังคับบัญชาที่ชัดเจนหรือยุ่งยากซับซ้อนดังเช่นองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ หากงานในส่วนไหนยังขาดคนรับผิดชอบก็สามารถเข้าไปทำแทนกันหรือแรงงานหนึ่งคนสามารถรับผิดชอบในหลายหน้าที่ในเวลาเดียวกันได้เนื่องจากไม่ได้แบ่งแยกหน้าที่ความรับผิดชอบกันอย่างเด็ดขาดชัดเจนนัก ถึงแม้ว่าผู้ประกอบการ SMEs บางรายจะมีการจ้างแรงงานเพิ่มเติมจากการใช้แรงงานในครอบครัวก็จะเป็นการจ้างงานเพียงชั่วคราวในฤดูกาลท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการมาก ไม่ได้มีการจัดโครงสร้างองค์กรเพื่อรองรับการขยายการบริหารงานหรือการบริการที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว ไม่มีการกำหนดตำแหน่งงานหรือการปรับระดับและอัตราเงินเดือนตามโครงสร้างองค์กรหรือหลักเกณฑ์ในการบริหารงานขององค์กรธุรกิจทั่วไป รวมทั้งอาจไม่ได้มีการทำสัญญาจ้างงานและให้สวัสดิการต่าง ๆ ตามกฎหมายแรงงาน โดยอาจจะเป็นการเจรจาตกลงราคาค่าจ้างและขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบกันง่าย ๆ เท่านั้น หากทั้งผู้จ้างและผู้รับจ้างตกลงกันได้ก็เข้ามาร่วมงานกัน ไม่ใช่เป็นการหาแรงงานมาบรรจุตามตำแหน่งที่ว่างตามโครงสร้างองค์กร หากต้องการขยายงานหรือขยายการประกอบธุรกิจในส่วนไหนก็จะทำตามที่เจ้าของกิจการต้องการโดย ไม่ได้มีการวางแผนงานไว้ล่วงหน้า

 

สำหรับปัญหาหลักในการบริหารจัดการของผู้ประกอบการSMEในธุรกิจการเดินทางและท่องเที่ยวที่สำคัญน่าจะมีอยู่สองประเด็นด้วยกัน คือ ผู้ประกอบการมักขาดความรู้ทางด้านการบริหารจัดการ และผู้ประกอบการ SMEs ยังไม่มีการนำระบบเทคโนโลยีและสารสนเทศมาช่วยในการบริหารจัดการธุรกิจมากนัก การขาดความรู้ทางด้านการบริหารจัดการของผู้ประกอบการ SMEs ในธุรกิจ การเดินทางและท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นการขาดความรู้และทักษะในด้านการบริหารจัดการสมัยใหม่ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากผู้ประกอบการSMEsส่วนใหญ่เห็นว่าการบริหารงานเป็นการอาศัยแรงงานภายในครอบครัวเป็นหลักจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอาศัยหลักการบริหารจัดการตามหลักวิชาการหรือกำหนดรูปแบบการบริหารจัดการให้ยุ่งยาก เพราะบุคลากรก็มีจำกัดและสามารถผลัดเปลี่ยนกันเข้าไปรับผิดชอบหรือปฏิบัติงานในหน้าที่ต่างๆทดแทนกันได้ตลอดเวลา อีกทั้งในแต่ละวันก็มีการปรึกษาหารือหรือพูดคุยเกี่ยวกับการบริหารงานและการปฏิบัติงานตลอดเวลาหรือหากจะต้องมีการประสานงานก็เป็นลักษณะอาศัยความสัมพันธ์อย่างไม่เป็นทางการเป็นส่วนใหญ่โดยจะเน้นความช่วยเหลือเกื้อกูลกันทั้งระหว่างเครือญาติและคนในท้องถิ่น อีกทั้งจากการที่ไม่ได้มีการรวบรวมข้อมูลหรือสถิติสำคัญเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของตนเอง อย่างเป็นระบบ ผู้ประกอบการ SMEs จึงไม่เห็น ความสำคัญของการที่จะต้องมีการจัดทำแผนงานหรือวางแผนเกี่ยวกับการดำเนินกิจการรวมทั้งการขยายกิจการในอนาคต ดังนั้น จึงควรมีการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการ SMEs ในธุรกิจการเดินทางและท่องเที่ยวหันมาให้ความสนใจที่จะศึกษาและพัฒนาความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการสมัยใหม่เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับการประกอบธุรกิจ ประเด็นเกี่ยวกับผู้ประกอบการ SMEs ไม่เห็นความสำคัญของการนำระบบเทคโนโลยีและสารสนเทศมาใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจ อาจเนื่องมาจากการประกอบธุรกิจการเดินทางและท่องเที่ยวโดยผู้ประกอบการ SMEs ส่วนใหญ่เป็นกิจการขนาดเล็กและใช้เงินลงทุนไม่มากนัก ขณะที่การจะนำระบบเทคโนโลยีและสารสนเทศมาใช้ในการดำเนินงานจะต้องลงทุนเพิ่มอีกเป็นจำนวนมาก จึงอาจไม่คุ้มค่ากับการลงทุนอีกทั้งผู้ประกอบการ SMEs ส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความสามารถในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ผู้ประกอบการ SMEs ส่วนใหญ่จึงเห็นว่าการลงทุนใน ด้านระบบเทคโนโลยีและสารสนเทศไม่น่าจะคุ้มค่าและอาจจะไม่เหมาะสมกับกิจการขนาดเล็ก อีกทั้งรูปแบบของการบริหารจัดการก็ไม่ได้มีความซับซ้อนจนต้องนำระบบเทคโนโลยีและสารสนเทศมาช่วยในการบริหารจัดการ แต่หากหน่วยงานภาครัฐจะมีการจัดทำระบบงานหรือพัฒนาระบบเทคโนโลยีและสารสนเทศที่ราคาไม่แพงรวมทั้งมีฝึกอบรมและให้ความรู้เกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีและสารสนเทศสำหรับใช้ในการประกอบธุรกิจการเดินทางและท่องเที่ยวก็น่าจะช่วยลดปัญหาในด้านนี้ลงได้

การจัดการด้านการตลาดของผู้ประกอบการ SMEs ในธุรกิจการเดินทางและท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมีลักษณะที่เรียบง่ายไม่ได้ดำเนินการอย่างเป็นทางการนัก โดยอาจอาศัยการบอกต่อโดยนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการแล้วเกิดความประทับใจจึงแนะนำให้บุคคลใกล้ชิดหรือนักท่องเที่ยวรายอื่น หรือผู้ประกอบการ SMEs อาจจัดทำเป็นใบปลิวหรือแผ่นพับที่พิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์หรือถ่ายเอกสารแล้วนำไปแจกจ่ายแก่นักท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวหรือติดไว้ตามสถานที่ท่องเที่ยว เป็นต้น นอกจากนั้นผู้ประกอบการ SMEs มักไม่ได้มีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดอย่างเฉพาะเจาะจง ดังเช่นผู้ประกอบการขนาดใหญ่และหากจะดำเนินกลยุทธ์ด้านการตลาดโดยใช้ราคาเป็นปัจจัยดึงดูดลูกค้าก็อาจทำได้ยากเนื่องจากมีเงินลงทุนไม่มากนัก หรือหากจะปรับตัวให้สอดคล้องกับแคมเปญที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยใช้โปรโมทการท่องเที่ยวของไทยในแต่ละปีก็น่าจะทำได้ยาก เนื่องจากข้อจำกัดด้านเงินลงทุนอีกเช่นกัน ดังนั้นการจัดการด้านการตลาดของผู้ประกอบการ SMEs ในธุรกิจการเดินทางและท่องเที่ยวจึงทำได้อย่างจำกัด อาจจะต้องมีการรวมกลุ่มกันในชุมชนหรือท้องถิ่นแล้วร่วมกันทำหรือขอความสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลรับผิดชอบด้านการท่องเที่ยว

 

สำหรับด้านทรัพยากรมนุษย์จะเน้นบริหารจัดการจากกําลังแรงงานที่มีอยู่ในครอบครัวก่อน อาจจะมีการจ้างแรงงานเพิ่มแต่ก็อาจไม่มากนัก เนื่องจากเป็นกิจการขนาดเล็กหากมีการ จ้างงานเพิ่มอาจเป็นการสร้างภาระด้านต้นทุนแก่ผู้ประกอบการ SMEs มากเกินไป ดังนั้น แรงงานในธุรกิจการเดินทางและท่องเที่ยวที่มีผู้ประกอบการเป็น SMEs ส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นแรงงานชั่วคราว ที่มีอาชีพหลักอย่างอื่นอยู่แล้ว และเข้ามาประกอบอาชีพในธุรกิจการเดินทางและท่องเที่ยวเฉพาะในช่วงที่เป็นฤดูกาลท่องเที่ยวเท่านั้น เมื่อหมดฤดูกาลท่องเที่ยวก็กลับไปประกอบอาชีพหลักของตนตามเดิม   ดังนั้น แรงงานส่วนใหญ่จึงมักขาด ความรู้และทักษะในการให้บริการด้านการท่องเที่ยวอย่างมืออาชีพ ได้แก่ความรู้ความสามารถด้านภาษาต่างประเทศโดยเฉพาะภาษาอังกฤษ เป็นต้น การที่แรงงานส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นแรงงานชั่วคราว จึงทำให้ขาดแรงจูงใจที่จะฝึกฝนหรือพัฒนาทักษะเพิ่มเติมโดยเฉพาะที่จะเป็นประโยชน์ต่อการประกอบธุรกิจการเดินทางและท่องเที่ยว ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากแรงงานในธุรกิจการเดินทางและท่องเที่ยวมองไม่เห็นความก้าวหน้าทางอาชีพ (career path) ของตนเองอย่างชัดเจนในธุรกิจการเดินทางและท่องเที่ยว จึงอาจเห็นว่าไม่คุ้มค่าที่จะลงทุนพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการเดินทางและท่องเที่ยวโดยเสียค่าใช้จ่ายเอง ขณะที่ผู้ประกอบการ SMEs ก็ไม่อยากเพิ่มต้นทุนในการประกอบการโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะการลงทุนเพื่อพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการเดินทางและท่องเที่ยวให้แก่แรงงาน ทำให้ผู้ประกอบการ SMEs ไม่มีแรงจูงใจที่จะส่งเสริมหรือลงทุนเพื่อพัฒนาทักษะการให้บริการที่สูงขึ้นกว่าที่เป็นอยู่แก่แรงงาน เพราะ ไม่มั่นใจว่าแรงงานที่ได้รับการพัฒนาให้มีทักษะการให้บริการที่สูงขึ้นจะทำงานอยู่นานเพียงพอที่จะ คุ้มค่ากับการลงทุนพัฒนา

 

(เรียบเรียงจากโครงการศึกษาวิเคราะห์และเตือนภัย SMEs สาขาธุรกิจบริการการท่องเที่ยว ของ สสว)

ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท

15 มีนาคม 2554

 

ประเด็นพิจารณาเรื่องทุนมนุษย์กับธุรกิจ

พิมพ์ PDF

ประเด็นพิจารณาเรื่องทุนมนุษย์กับธุรกิจ


การพัฒนาทุนมนุษย์ของผู้ประกอบการ SMEs และ MSEs

ประเด็นพิจารณาเรื่องทุนมนุษย์กับธุรกิจ

            ๑.สถานการณ์ปัจจุบัน  ผู้ประกอบการธุรกิจในประเทศไทย มากกว่า 95% เป็นธุรกิจ SMEs และ MSEs ผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs ส่วนมากทำธุรกิจตามกระแส หรือรับมรดกจากบรรพบุรุษ ขาดความรู้และความเข้าใจในธุรกิจที่ทำ เรียนรู้จากความผิดพลาดและพัฒนาด้วยตัวเอง มีจำนวนไม่มากที่สามารถพัฒนาและขยายธุรกิจให้ใหญ่โตขึ้น  การที่ไม่มีการบริหารจัดการแบบมืออาชีพ ทำให้ไม่มีการวางแผนในการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ ไม่ได้สร้างคนมารองรับการเติบโตของธุรกิจ จ้างคนเมื่องานมาก ปลดคนเมื่องานน้อย  ขาดความยั่งยืน ไม่เน้นเรื่องคุณภาพ ไม่ให้คุณค่ากับทุนมนุษย์ พนักงานที่ทำงานด้วยจึงไม่ได้รับการพัฒนาและส่งเสริมให้มีทุนมนุษย์เพิ่มขึ้น  

            ๒.ปัญหา                       ผู้ประกอบการ SMEs มีเงินทุนไม่มากนัก ประกอบธุรกิจด้วยความสามารถของเจ้าของเอง ลองผิดลองถูก รับพนักงานใหม่ที่ไม่เป็นงานให้เงินเดือนถูกๆเพราะคนที่เป็นงานหรือรู้งานจะไปอยู่บริษัทใหญ่ๆที่มีเงินเดือนดี และสวัสดิการที่ดีกว่า เมื่อพนักงานได้รับการสอนงานและมีปะสบการณ์จะถูกดึงตัวไปทำงานบริษัทที่ใหญ่กว่า หรือเงินเดือนดีกว่า หรือบริษัทเปิดใหม่ที่ต้องการหัวหน้างานหรือผู้จัดการ ผู้ประกอบการส่วนมากจะเป็นผู้บริหารเอง จ้างแค่หัวหน้างาน หรือผู้จัดการที่เป็นแค่ทำตามคำสั่ง หรือเป็นกันชน

            ๓.สิ่งที่ควรจะเป็น          ต้องให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนวิสัยทัศน์ ในการทำธุรกิจ สร้างแผนธุรกิจ เรียนรู้การบริหารจัดการธุรกิจแบบมืออาชีพ หันมาสนใจกับทุนมนุษย์ โดยเริ่มการสร้างทุนมนุษย์ในตัวเจ้าของและหุ้นส่วนก่อน หลังจากนั้นจึงจะไปเรื่องสร้างแผนบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ ในองค์กรของตัวเอง

            ๔.ทำอย่างไร                 ภาครัฐต้องให้การสนับสนุนและสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการได้รับการพัฒนาทุนมนุษย์ เรียนรู้การสร้างทุนทางธุรกิจ (เศรษฐกิจ) และการสร้างทุนทางสังคม ควบคู่กันไปอย่างสมดุล และหาช่องทางสนับสนุนด้านเงินทุน สร้างขบวนการสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการที่เกิดใหม่หรือที่กำลังมีปัญหา ที่มีการลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์ ที่เหมาะสม อาจมีการจัดตั้งกองทุน หรือจัดตั้งสภาทุนมนุษย์เพื่อธุรกิจ ขึ้นมาบริหารจัดการในส่วนนี้

            ๕.จะทำให้สำเร็จเป็นรูปธรรมได้อย่างไร           ต้องมีการจัดตั้งกองทุนและมีหน่วยงานขึ้นมาบริหารจัดการและมีงบประมาณเพียงพอ ( ขึ้นตรงกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือ .....................?  )ผู้ประกอบการต้องเข้ามาเป็นสมาชิก มีเงินจากภาครัฐส่วนหนึ่งที่เหลือเป็นเงินค่าสมาชิกของผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป  บริหารจัดการอิสระ มีผู้จัดการและพนักงานประจำ  โดยการควบคุมของกรรมการบริหาร (กรณีเป็นองค์กรที่ไม่ขึ้นกับส่วนราชการ) ที่ได้จากการคัดสรรค์หรือแต่งตั้ง  จากภาคธุรกิจ สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สมาคมธนาคาร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สถาบันการศึกษา  สมาชิก (สามารถใช้โครงสร้างของ ศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ได้)

            ขับเคลื่อนขบวนการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยส่งเสริมบทบาทของสภาบันทางสังคมในกระบวนการพัฒนาประเทศ บูรณาการกลไกการดำเนินงานทั้งในระดับครอบครัว ระดับชุมชนท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับสากล ให้เชื่อมสัมพันธ์กันอย่างเกื้อกูล ส่งเสริมองค์กรธุรกิจในการดำเนินงานที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะบทบาทในการพัฒนาคุณภาพชีวิตในชุมชนที่สอดคล้องกับศักยภาพแต่ละพื้นที่

ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท

๖ มีนาคม ๒๕๕๔

หมายเลขบันทึก: 429840เขียนเมื่อ 7 มีนาคม 2011 01:34 น. (11 ปีที่แล้ว)แก้ไขเมื่อ 11 ธันวาคม 2012 13:49 น. (9 ปีที่แล้ว)สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันดอกไม้: 2 · ความเห็น: 1
 

เรียนรู้เรื่องเงินในธุรกิจโรงแรม

พิมพ์ PDF

เรียนรู้เรื่องเงิน ในธุรกิจโรงแรม


ควบคุมรายได้ป้องกันจุดรั่วไหล

ธุรกิจโรงแรมเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง เจ้าของโรงแรมส่วนมากที่ประสบผลสำเร็จจะเป็นนักธุรกิจที่ประสบผลสำเร็จจากธุรกิจอื่นมาก่อน หรือเป็นกลุ่มธุรกิจภาคอุตสาหกรรม การเงิน ก่อสร้าง ฯลฯ ธุรกิจหลักมีความมั่นคงสูง จึงไม่มีปัญหาเรื่อง เงิน เนื่องจากผมเข้าไม่ถึงส่วนลึกของการบริหารจัดการด้านการเงินของธุรกิจโรงแรมทั้งหมดในช่วงที่ผมเคยบริหารโรงแรมที่ผ่านๆมา ผมจะดูแลเรื่องการบริหารจัดการด้านการตลาดและการขายเป็นส่วนมาก มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเงินบ้างเล็กน้อย จึงขอนำมากล่าวถึงเพื่อเป็นกรณีศึกษาเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบของผม

เรียนรู้เรื่อง เงิน : บริหารรายได้ธุรกิจโรงแรม

รายได้ธุรกิจโรงแรม แบ่งออกเป็นรายได้ใหญ่ๆ สองส่วนได้แก่ รายได้ในส่วนของห้องพัก และรายได้ในส่วนของอาหารและเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากห้องอาหาร ห้องจัดเลี้ยง ห้องประชุมสัมมนา Room Services นอกเหนือจากรายได้หลักใหญ่ๆทั้งสองส่วนแล้ว ยังมีรายได้อื่นอีก หลายอย่าง เช่นค่าเช่าร้านขายของ ค่าเช่าห้องเสริมสวย และรายได้อื่นๆที่นอกเหนือจากรายได้ที่กล่าวไปแล้ว แต่ละปีจะมีการตั้งเป้าหมายรายได้ค่าห้องพักและรายได้ค่าอาหารและเครื่องดื่ม เป็นหลัก ผู้บริหารสูงสุดจึงนำเป้ารายได้ไปจัดทำงบงบประมาณในการบริหารจัดการ สำหรับผมรับผิดชอบดูแลเฉพาะเป้ารายได้ในส่วนของห้องพัก

การตั้งเป้ารายได้ในส่วนของห้องพักในแต่ละปี ไม่เหมือนกับการตั้งเป้าขายสินค้า เพราะสินค้าสามารถผลิตและขาย ถ้าเหลือก็เก็บไว้ขายวันข้างหน้าได้ เมื่อผลิตไม่พอขายก็ผลิตเพิ่มได้ แต่ห้องพักต้องขายในแต่ละวัน เมื่อห้องพักเต็มแล้วก็ไม่สามารถขายเพิ่มได้ แต่เมื่อห้องว่างก็ไม่สามารถเก็บไว้ขายในวันข้างหน้าได้เช่นกัน ดังนั้นจึงต้องขายห้องให้พอดีเต็มทุกวันซึ่งเป็นไปไม่ได้ นอกเหนือจากนั้นข้อสำคัญอยู่ที่การกำหนดราคาค่าห้องพัก

ก่อนที่จะได้เป้ารายได้ของทั้งปี จะต้องกำหนดเป้าย่อยในแต่ละเดือน ต้องมีการคำนวณที่มาที่ไปของรายได้ จำนวนห้องที่จะขายได้ในแต่ละชนิดห้องพัก ราคาขายต่อห้องต่อคืน จำนวนขายของแต่ละ Segmentation การตั้งเป้าจึงเป็นหัวใจสำคัญเพราะเป็นตัวกำหนดรายละเอียดที่มาของรายได้หลักเพื่อให้ส่วนอื่นๆนำไปคำนวณหารายได้ในแต่ละส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงให้ฝ่ายปฏิบัติการนำไปคำนวณจัดของบประมาณในการบริหารจัดการของแต่ละแผนกเพื่อให้เหมาะสมกับความสามารถในการให้บริการที่จะทำให้ได้รายได้ตามเป้า ก่อนที่จะไปถึงผู้บริหารการเงินที่จะนำไปวางแผนในการบริหารจัดการด้านการเงินทั้งหมด การบริหารจัดการด้านการเงินทั้งหมดจะอยู่ในการดูแลของเจ้าของ หรือผู้ที่เจ้าของแต่งตั้งโดยขึ้นตรงกับเจ้าของ

เนื่องจากห้องพักมีจำนวนจำกัดและมีห้องพักแตกต่างกันหลายชนิด มีราคาที่แตกต่างกัน จึงต้องวางแผนและควบคุมการปล่อยห้องพักให้เหมาะสม ต้องรู้ว่าห้องชนิดใดเหมาะสมกับลุกค้าประเภทใด จะเข้าถึงลูกค้าได้อย่างใด ลูกค้าประเภทใดจะมาพักช่วงไหน การปล่อยห้องพักว่างในแต่ละวันคือการสูญเสียรายได้ และไม่สามารถนำห้องว่างในวันนั้นๆไปหารายได้ทดแทนในวันข้างหน้าได้ การทำให้มีห้องพักว่างในแต่ละวันน้อยที่สุด หรือทำให้ห้องพักเต็มทุกวัน ยังไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด เพราะยังมีราคาห้องพักเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย บางวันห้องพักขายได้แค่ 60% ของห้องทั้งหมด อาจมีรายได้มากกว่า การทำให้ห้องพักเต็ม 90% หัวใจจึงอยู่ที่ทำอย่างไรให้ได้รายได้จากการขายห้องพักตามเป้าที่วางไว้ในแต่ละวัน และถ้าทำรายได้มากกว่าเป้ายิ่งดี เพื่อทดแทนวันที่มีรายได้ต่ำกว่าเป้า ต้องดูรายงานการขายห้องวันต่อวันอย่างละเอียด จากรายงานในหลายมิติ นอกจากนั้นก็จะต้องดูรายงานการรับจองห้องพักล่วงหน้าตลอดจนข้อมูลการชำระเงินของห้องที่ถูกจอง รายงานลูกหนี้คงค้าง และรายได้ที่คาดการล่วงหน้า  

บางครั้งการมีพนักงานขายหลายคนก็มีปัญหา โดยเฉพาะช่วงที่ลูกค้ามีความต้องการห้องพักสูง มีความต้องการห้องพักมากกว่าจำนวนห้องพักที่มี จะเกิดการแย่งห้องพักกัน การควบคุมการปล่อยห้องพักจึงเป็นเรื่องสำคัญมากในการบริหารรายได้ การจะให้ห้องกับลูกค้ารายใดจะต้องคิดในหลายๆด้านเช่น ลูกค้าต้องการห้องพักกี่คืน ราคาที่ตกลงเท่าใด ลูกค้ารายนั้นเป็นลูกค้าประจำที่ใช้เราอย่างสม่ำเสมอหรือว่านานๆใช้ครั้ง ลูกค้ารายนั้นจ่ายเงินทันที หรือเป็นเครดิต ก็ต้องดูว่าเครดิตดีหรือไม่ ข้อมูลทั้งหมดจะต้องนำมาวิเคราะห์และตัดสินใจให้ห้องพักกับลูกค้าที่จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับโรงแรมทั้งระยะสั้น ระยะยาว จึงไม่สามารถกำหนดตายตัวได้ว่าจะให้ห้องกับรายใดโดยไม่มีการศึกษาอย่างรอบครอบ

หนึ่งในผู้ที่มีบทบาทช่วงทำให้รายได้ห้องพักเข้าเป้าหรือไม่อยู่ที่ฝ่ายรับจองห้องพัก พนักงานบางคนจะปล่อยห้องให้กับคนที่มีความสนิทสนมหรือคนที่ชอบพอ โดยไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของโรงแรม ทำให้โรงแรมขาดรายได้ที่ควรจะได้ เช่นให้ห้องกับคนที่สนิทสนม ทั้งๆที่ควรจะให้ห้องพักกับรายอื่นที่โรงแรมได้ผลประโยชน์มากกว่า เช่นราคาดีกว่า ชำระเงินดีกว่า หรือบางครั้งกันห้องไว้ให้กับพวกตัวเอง และ ไม่ยอมปล่อยห้องให้กับรายอื่นที่พร้อมจ่ายเงิน  และในที่สุดห้องที่กันไว้ถูกยกเลิก ทำให้ห้องว่าง โรงแรมสูญรายได้ สิ่งผิดพลาดที่เกิดจากพนักงานรับจองห้องพัก อาจมาจากการทุจริตของพนักงาน หรือจากความหย่อนยานในการควบคุมของผู้บังคับบัญชา หรือจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของพนักงานและผู้บังคับบัญชา

เจ้าของบริษัททัวร์บางรายเก่งในการสร้างความสัมพันธ์กับพนักงานรับจองห้องพัก และพนักงานบัญชีที่ดูแลเรื่องลูกหนี้ จะมีการนำของกำนันมาให้เพื่อให้พนักงานรับจองห้องพักปล่อยห้องให้ และให้พนักงานติดตามลูกหนี้ ไม่รายงานหนี้ค้างชำระเกินกำหนดของบริษัททัวร์ของเขากับผู้บริหารโรงแรม สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แผนการเงินผิดพลาดได้ ถ้าผู้บริหารที่ไม่ควบคุมดูแลให้ดีก็จะไล่ไม่ทัน

อีกส่วนหนึ่งที่ต้องระวังคือพนักงานส่วนหน้า Front Office ผู้บริหารบางคนไม่เข้าใจ เพราะเห็นว่าห้องว่างจะทำให้เสียรายได้ ดังนั้น จึงปล่อยให้พนักงานต้อนรับ ขายราคาต่ำกว่าที่ได้กำหนดโดยอ้างว่าลูกค้าต่อราคาถ้าไม่ให้ก็จะไปพักที่โรงแรมอื่น การปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้จะเสียมากกว่าได้ เพราะถ้าลูกค้าอื่นที่จองห้องพักมาล่วงหน้าในราคาที่แพงกว่าทราบว่า โรงแรมยินยอมให้ลูกค้า walk in ต่อรองราคาค่าห้องพักได้ และสามารถได้ราคาที่ถูกกว่าลูกค้าประจำหรือลูกค้าที่จองมาล่วงหน้า เขาจะคิดว่าเขาถูกหลอกและขอยกเลิกการพักในคืนที่เหลือ นอกเหนือจากนั้นแล้วยังเป็นการเปิดโอกาสให้พนักงานเห็นช่องทางในการโกงโรงแรม เก็บเงินลูกค้าเต็มแต่รายงานว่าลดราคาให้ลูกค้า หรือบางที่ก็อ้างว่าลูกค้ารายนั้นเป็นลูกค้าที่เอเยนส่งมาให้ และนำผลต่างไปแบ่งกับเอเยน

รายงานการเงินในแต่ละวันสำคัญมาก ผู้บริหารจะต้องดูทุกวัน เพื่อติดตามและตรวจสอบเป้ารายได้ในแต่ละวัน และควบคุมการทำงานของพนักงานไปในตัว โรงแรมจะมีรายงานหลายๆตัวเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง หลายๆโรงแรมหย่อนยานเรื่องการตรวจสอบรายงาน ผู้จัดการทั่วไปไม่เคยดูรายงาน พนักงานบัญชี หัวหน้าฝ่ายบัญชี และหัวหน้าฝ่ายการเงินไม่เข้าใจระบบการทำงานหรือไม่สนใจทำตามระบบ จะทำให้โรงแรมสูญเสียรายได้ และเกิดการรั่วไหลมาก จนทำให้โรงแรมขาดทุน

ธุรกิจโรงแรมเป็นธุรกิจที่ต้องมีระบบที่ดี และต้องปฏิบัติตามขั้นตอน อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ถ้าไม่มีการควบคุมที่ดี จะเกิดการรั่วไหลและเสียหายเป็นอย่างมาก ทำให้การบริหารจัดการธุรกิจไม่ประสบผลสำเร็จ นับวันโรงแรมจะตกต่ำลงไปเรื่อยๆ เจ้าของโรงแรมหลายรายไม่สนใจกับผลกำไรขาดทุนในส่วนของธุรกิจการให้บริการของโรงแรม เพราะใช้ธุรกิจโรงแรมเป็นตัวทำประโยชน์ในด้านภาษี หรือการฟอกเงินให้กับธุรกิจหลัก หรือใช้ธุรกิจโรงแรมเป็นตัวบังหน้าเพื่อผลประโยชน์ด้านอื่น จึงไม่สามารถบอกได้ว่าการบริหารจัดการด้านการเงิน มีประสิทธิภาพหรือไม่

 

กรณีศึกษาโรงแรมปอยหลวง

พิมพ์ PDF

กรณีศึกษา โรงแรมปอยหลวง


กรณีศึกษาเพื่อการเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการธุรกิจโรงแรม

กรณีศึกษาโรงแรมปอยหลวง

            ระหว่างที่ผมทำงานให้กับโรงแรมสยามเบย์วิว และโรงแรมสยามเบย์ชอร์ ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขาย คุณวิมล ผู้จัดการโรงแรมลิเบอร์ตี้ สะพานควาย (เคยไปทัวร์ต่างประเทศที่มีผมเป็นหัวหน้าทัวร์) ติดต่อให้ผมไปพบเจ้านายคุณวิมล เพื่อเชิญผมไปบริหารโรงแรมปอยหลวง ที่จังหวัดเชียงใหม่

            คุณทิพย์เจ้านายคุณวิมล ไม่พอใจการบริหารจัดการของผู้จัดการทั่วไปโรงแรมปอยหลวง แต่ไม่กล้าปลดผู้จัดการทั่วไป จึงต้องการจ้างผมในตำแหน่งที่สูงกว่าผู้จัดการทั่วไปเพื่อให้ไปบีบให้ผู้จัดการทั่วไปลาออกไปเอง หลังจากปรึกษาหารือในรายละเอียดต่างๆ ผมตกลงรับทำงานให้คุณทิพย์ในตำแหน่ง ผู้อำนวยการบริหาร

            คุณกมลา เจ้าของโรงแรมสยามเบย์วิวและโรงแรมสยามเบย์ชอร์ไม่อนุมัติการลาออกของผม แต่ผมไม่ได้ฟังการทักท้วงของท่าน และได้ไปทำงานที่โรงแรมปอยหลวง ทำให้คุณกมลาไม่พอใจตามที่ผมได้เคยกล่าวไว้ในบทความกณณีศึกษาโรงแรมสยามเบย์วิว

            ผมได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บริหารสูงสุดของโรงแรม จนบางคนเข้าใจว่าผมเป็นหุ้นส่วน ผมเข้าไปบริหารงานเพียงคนเดียวโดยไม่มีทีมเข้าไปช่วยเช่นเดียวกับผู้บริหารคนอื่นๆ คุณจิณ ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมปอยหลวง เป็นผู้จัดการที่เก่งมาก เคยทำงานเป็น Front Office Manager ที่โรงแรม Hyatt Rama Hotel มาก่อน คุณจิณเป็นผู้จัดการคนไทยที่มีฝีมือระดับแนวหน้า เพียงแต่มีปัญหาเรื่องความกระล่อนและหาผลประโยชน์เข้าตัวทำให้โรงแรมเสียรายได้ที่ควรจะได้ นอกจากคุณจิณก็มีคุณหมู หลานชายของเจ้าของ ที่คุมเรื่องการจัดซื้อ และมีอิทธิพลในแผนก F&B คุณจิณและคุณหมู เป็นผู้ที่มีอำนาจในการบริหารจัดการโรงแรมปอยหลวง มีการแบ่งผลประโยชน์อย่างลงตัว

            ผมไม่เคยคิดที่จะเอาคนออกและนำคนของผมเข้าไปแทนที่ ผมเสนอให้จ้างคุณจิณไว้อย่างเดิม เพราะเป็นคนเดียวที่มีความรู้เรื่องการบริหารจัดการโรงแรม ถือว่าเป็นผู้จัดการที่คุ้มค่าเงินเดือนเพราะคุณทิพย์ให้เงินเดือนคุณจิณน้อมมาก น้อยกว่าความสามารถของคุณจิณ ทำให้คุณจิณหารายได้อื่นทดแทน การบริหารงานของผมทำให้คุณจิณและคุณหมูไม่สามารถทำสิ่งหลายๆอย่างที่เคยทำ   การบริหารงานของผมทำให้โรงแรมฟื้นตัว สร้างชื่อเสียงขึ้นมาใหม่ มีรายได้ที่ดีขึ้น ลดช่องว่างการสูญเสีย พนักงานที่ดีๆมีขวัญและกำลังใจทำงาน ผมได้คุยกับคุณจิณอย่างลูกผู้ชาย ว่าผมไม่เอาคุณจิณ์ออก และไม่คิดที่จะแย่งตำแหน่งคุณจิณ  ผมขอเวลาแค่ 2 ปีเพื่อช่วยคุณจิณบริหารโรงแรม ขอให้เรามาร่วมมือกันบริหารโรงแรมอย่าหักหลังผมและแทงผมข้างหลัง ผมให้ความนับถือคุณจิณ และเรียกว่าพี่ทุกคำ

            ผมทำงานหนักมาก ดูแลเรื่องการตลาด (ที่ทำให้คุณจิณเสียประโยชน์) การบริหารจัดการที่ทำให้หัวหน้างานหลายๆคนไม่สบายเหมือนเดิม   ผมทำงานคนเดียวโดยไม่มีลูกน้องที่สนิทและเชื่อใจได้ เข้าไปช่วยลูกน้องเก็บโต๊ะและเก็บจานในบางครั้งที่เป็นเรื่องเร่งด่วนในการให้บริการลูกค้า  อยู่กับพนักงานทุกแผนกและทุกระดับ เข้าใจปัญหาและช่วยแก้ไขปัญหาให้ลูกน้อง ทำให้หัวหน้าบางคนไม่พอใจ เพราะเขาไม่เคยให้กับลูกน้องแบบที่ผมทำ บางคนดูถูกหาว่าผมทำตัวไม่เหมือนกับผู้จัดการ หัวหน้าหลายคนไม่ได้ทำตัวเป็นหัวหน้าที่ดีผมก็ต้องเข้าไปอบรมสั่งสอนหลายๆคนก็ไม่พอใจ ยอมรับว่าผมแรงมาก ยังไม่เข้าใจการบริหารจัดการคน ใช้อำนาจ และบางครั้งก็ใช้อารมณ์ แต่ความที่ผมเป็นคนทำงานและมีความจริงใจจึงทำให้งานออกมาดี เจ้าของพอใจ ลูกน้องระดับล่างพอใจ

            ลูกค้าชาวฝรั่งเศส ขอพบผู้จัดการเพื่อต่อว่าการบริการของโรงแรม  ผมได้เข้าไปพบและยอมรับผิดในสิ่งที่เขาต่อว่า คุยไปคุยมาเกิดถูกคอ และทราบว่าเขาเป็นผู้เชียวชาญด้านโรงแรม ผมจึงขอให้เขาอยู่พักที่โรงแรมสักหนึ่งเดือนและช่วยสอนผมเรื่องการบริหารจัดการโรงแรม ผมได้เรียนรู้การบริหารจัดการโรงแรมตัวต่อตัวกับผู้เชี่ยวชาญโรงแรมระดับสากล เราอยู่ด้วยกันตลอดเวลาตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอน ผมได้เรียนรู้จากการบริหารงานจริงในแต่ละวันเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม เราได้ร่วมการวางแผนการตลาดและการปรับปรุงโรงแรมให้เป็นสากลและยกระดับโรงแรมให้ดีขึ้น

            โรงแรมปอยหลวงถูกสร้างขึ้นเป็นโรงแรมชั้นหนึ่งของเชียงใหม่ เป็นโรงแรมที่ดีลงทุนสูงและถูกวางให้เป็นโรงแรมสำหรับการจัดสัมมนาระดับชาติ ผู้จัดการที่มีชื่อเสียงโด่งดังคือคุณฟ้าลั่น โรงแรมนี้มีประวัติไม่ค่อยจะดีนักในด้านการบริหารจัดการ ผู้บริหารเบอร์หนึ่งมักจะถูกลูกน้องโค่น เชื่อกันว่าเป็นเพราะโรงแรมสร้างค่อมคูเมือง บางกระแสก็ว่าช่วงพิธีเปิดโรงแรม ได้นิมนต์พระที่อาวุโสน้อยขึ้นเป็นประธานพิธีโรงแรมปอยหลวงไม่ประสบผลสำเร็จด้านธุรกิจ มีการขายทอดกันมาจนถึงกลุ่มของคุณทิพย์ กลุ่มคุณทิพย์เป็นนักธุรกิจคนจีนที่มีธุรกิจหลายแห่งมีทั้งโรงงาน และโรงแรมหลายแห่ง เริ่มธุรกิจโรงแรมจากโรงแรมม่านรูด การบริหารงานของผมสามารถทำให้ธุรกิจโรงแรมดีขึ้น สร้างภาพพจน์ที่ดี มีลูกค้ามาใช้บริการมากขึ้นและสร้างความพอใจให้กับเจ้าของในระดับหนึ่ง  ลูกน้องยังไม่นิ่ง มีคลื่นใต้น้ำอยู่ตลอดเวลา คุณจิณไม่จริงใจกับผมตามที่ได้ตกลง เผลอเมื่อใดเป็นได้เรื่อง ผมได้ตรวจสอบและพบการสั่งชื่อเนื้ออย่างดีจากต่างประเทศและเก็บไว้ในห้องแช่แข็งโดยไม่นำออกมาขาย และมีอะไรอีกมากมาย ไม่มีระบบในการควบคุม ทำให้เกิดการรั่วไหล

            ช่วงที่ผมออกจากโรงแรมสยามเบย์วิวและโรงแรมสยามเบย์ชอร์ได้ฝากเพื่อนเข้าทำงานกับคุณกมลาหนึ่งคน หลังจากนั้นเพื่อคนนี้ได้มาบ่นกับผมว่าไม่สามารถทนทำงานกับคุณกมลาได้ ขอให้ผมรับเขาไปช่วยทำงานกับผม ตอนแรกผมปฏิเสธเพราะไม่ต้องการเอาพวกของตัวเองเข้าไป ต้องการจะไปสร้างทีมขึ้นมาใหม่จากคนเก่าของโรงแรมนั้น แต่ทนการอ้อนวอนไม่ได้ จึงตกลงไปให้ไปช่วยดูแลเรื่อง F&B ที่โรงแรม เพื่อนคนนี้ขอให้ผมพาไปพบเจ้าของโรงแรม ผมพาซื่อนำไปพบคุณทิพย์ ระหว่างที่คุยกับคุณทิพย์ เพื่อนคนนี้ได้เรียนคุณทิพย์ว่าเขาอยากมาช่วยผมแต่คุณกมลาไม่ให้มา ขอให้ผมโทรไปขอคุณกมลา ด้วยความไม่รู้ประสีประสาของผมทำให้ผมโทรหาคุณกมลาต่อหน้าคุณทิพย์ คุณกมลาดีใจมากที่ผมโทรไปหา เพราะตอนที่ผมลาออกมาจากโรงแรมสยามเบย์วิว คุณกมลาไม่อนุมัติ แต่ผมหนี้มาเลยไม่มีโอกาสได้ลาคุณกมลาและไม่เคยติดต่อท่านอีกเลย หลังจากผมเอ่ยปากขอเพื่อนของผมมาทำงานกับผมที่ปอยหลวง คุณกมลาโกรธผมมากและบอกว่าผมโง่ ผมไม่มีวันทันเพื่อนผู้หญิงของผมคนนี้ แทนที่ผมจะฟังท่าน กับคิดว่าท่านหวงคน จึงพยายามอธิบายว่าคุณกมลามีคนช่วยหลายคนแต่ผมไม่มีคนช่วยขอให้ช่วยผมด้วย ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่ผมเสียโอกาสกับคุณกมลา หลังจากนั้นท่านโกรธและไม่สนใจผมอีกเลย

            ผมทำงานอยู่ที่กรุงเทพเดือนละ 7-10 วันเพื่อดูแลเรื่องการตลาด แวะเยี่ยมเอเยน และที่เหลืออยู่โรงแรม ไม่เคยมีวันหยุด ใช้รถทัวร์เที่ยวกลางคืนเป็นพาหนะเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายให้โรงแรม เพื่อนผู้หญิงของผมนั่งเครื่องบินไปรับงานจากผมที่เชียงใหม่โดยมีเจ้าของโรงแรมคุณทิพย์นั่งเครื่องบินไปส่ง  ระหว่างทานข้าว จึงทราบว่าเพื่อนของผมสามารถพูดให้คุณทิพย์เปลี่ยนแผนการปรับปรุงโรงแรมจากแผนเดิมที่ได้พิจารณาอนุมัติไปเรียบร้อยแล้ว ผมโกรธมากที่เพื่อนเสนอโครงการอะไรไปโดยที่ตัวเองยังไม่ได้เข้ามาสัมผัสจริง ผมจึงว่าไป แต่คุณทิพย์กับเห็นว่าผมไม่ให้เกียรติกับผู้หญิงที่เขากำลังจะมาช่วยผม เป็นครั้งแรกที่คุณทิพย์แสดงความไม่พอใจผม หลังจากนั้น เพื่อนของผมก็ไม่เคยเห็นผมอยู่ในสายตา สั่งให้ทำอะไรก็ไม่ทำอ้างคุณทิพย์ตลอดเวลา ผมจึงสั่งพนักงานให้ออกจดหมายพักงานเพื่อนของผม แต่ไม่มีใครปฏิบัติตามคำสั่งผม  ภายหลังจึงมาทราบว่า คุณจิณผู้จัดการโทรไปหาคุณทิพย์ และคุณทิพย์ให้เพื่อนของผมทำงานตามปกติและคุณทิพย์จะเดินทางมาที่โรงแรมเพื่อจัดการด้วยตัวเอง เมื่อผมทราบเรื่องจึงโทรไปหาคุณทิพย์ แต่คุณทิพย์ไม่ยอมรับโทรศัพท์จากผม ผมจึงโทรหาคุณวิมล จึงทราบเรื่องทั้งหมด ผมเล่าเรื่องทั้งหมดให้คุณวิมลทราบ และฝากคุณวิมลให้ช่วยเรียนคุณทิพย์ว่าไม่ต้องมาที่โรงแรมปล่อยให้ผมจัดการเอง ถ้าคุณทิพย์มาผมก็จะลาออก

            คุณทิพย์มาที่โรงแรม และฟังรายงานจากหัวหน้าแผนกต่างๆ ก่อนที่จะฟังผม หลังจากนั้นจึงเรียกผมเข้าประชุมร่วมกับหัวหน้าแผนกอื่นๆ โดยไม่มีการพูดกับผมเป็นการส่วนตัวก่อน คุณทิพย์ได้กล่าวหาผมว่าบ้าอำนาจสั่งการผิดๆตามที่ได้รับฟังจากคนอื่นๆ ผมได้อธิบายและชี้แจ้งเหตุผลความเป็นมาต่างๆที่ทำให้ผมสั่งการให้ลูกน้องดำเนินการตามขั้นตอนที่เหมาะสมและถูกต้องเพื่อประโยชน์ของโรงแรมทั้งสิ้น ไม่ได้สั่งการผิดๆและไม่ได้บ้าอำนาจ  เมื่อผมชี้แจงเหตุผลจนไม่มีผู้ใดโต้แย้งได้ ผมจึงได้ประกาศลาออก  ด้วยเหตุผลว่าผมไม่มีความสามารถ คุณทิพย์ไม่ยอมและหาว่าผมน้อยใจ เมื่อทุกอย่างเป็นที่เข้าใจแล้วก็น่าจะจบกันไป ในเมื่อทุกคนหวังดีกับโรงแรมก็ขอให้ช่วยกันทำงานต่อไป แต่ผมไม่ยินยอม เพราะถือว่าผมบกพร่องที่ไม่สามารถทำให้เจ้านายไว้ใจและปล่อยให้ผมบริหารงานเองได้ จึงต้องพิจารราตัวเอง คุณทิพย์พยายามพูดให้ผมคิดให้ดี และถามว่าผมนับถือใครมากที่สุด ผมย้อนสวนไปทันทีว่าคุณวิมล (ลูกน้องคุณทิพย์ ผู้ที่แนะนำผมให้กับคุณทิพย์) คุณทิพย์ถึงกับนิ่ง และผมก็เดินออกไปทันที และออกจากโรงแรมเพื่อไปจองตั๋วรถไฟเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพในวันรุ่งขึ้น

กรณีศึกษาในบทนี้  ผมอยากให้พิจารณา ที่ความคิดของเจ้าของ ไม่พอใจผู้จัดการทั่วไป แต่ก็ไม่กล้าปลดเขาออก คิดยืมมือคนอื่นจัดการ แสดงให้เห็นว่าไม่ใช่คนจริง แม้นกระทั่งลูกน้องก็ไม่กล้าพูดตรงๆ หูเบา ขาดความเป็นผู้นำ ไม่มีความรู้และความเข้าใจในการบริหารคน  เจ้าของประเภทนี้จะไม่ลงทุนเรื่องคน จ่ายเงินเดือนน้อย ที่เหลือไปหากันเอาเอง  มีเงินพิเศษให้เฉพาะบางคนที่เชื่อฟังและประจบ ไม่ให้รางวัลจากผลงาน  ใช้คนไม่เป็น บริหารลูกน้องแบบนี้ ก็จะได้ลูกน้องที่ไม่มีความสามารถ หรือมีลูกน้องที่มีความสามารถก็ไม่สามารถให้ลูกน้องได้ใช้ความสามารถได้เต็มที่ อยู่ไปวันๆ หรือไม่ก็ต้องไปอยู่ที่อื่น

            การเข้าไปทำงานที่โรงแรมปอยหลวงทำให้ผมเสียโอกาสที่จะได้รับการสนับสนุนและการเจริญเติบโตอย่างเป็นขั้นตอนจากคุณกลมา นอกจากนั้นผมยังถูกเพื่อนและลูกน้องหักหลัง เจ้านายทำร้ายจิตใจ  ถือว่าเป็นบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ของผม อย่างไรก็ตาม ผมได้รับการถ่ายทอดความรู้เรื่องการบริหารจัดการโรงแรมจาก Mr. Di Di แบบตัวต่อตัวซึ่งหาเรียนที่ไหนไม่ได้แม้นจะมีเงินเป็นล้านๆบาทก็ไม่มีโอกาสอย่างผม

ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท

27 พ.ย.2553

 

บทเรียนการดำเนินชีวิตของผู้สูงวัย ตอน ๑๒ พ.ศ.๒๕๕๕

พิมพ์ PDF
บทเรียนในการดำเนินชีวิตของผู้สูงวัย ตอน ๑๒ พ.ศ.๒๕๕๕
งานสัมมนาและงานประชุม เป็นงานที่ผู้เขียนชอบมากที่สุด งานประชุมส่วนมากจะเป็นงานของสภาหอการค้า และของหน่วยงานราชการต่างๆ ผู้เขียนพยายามไปร่วมทุกงานที่ได้รับเชิญ ถ้าไม่ตรงกับงานอื่นที่รับไว้แล้ว งานเหล่านี้ไม่มีรายได้ แต่เป็นกิจกรรมที่ให้ความรู้เป็นอย่างมาก ถือว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ของผู้เขียน
ปี ๒๕๕๕ นับว่าเป็นปีที่ดีปีหนึ่งของผู้เขียน ปีนี้มีงานเข้ามามาก ทั้งงานวิทยากร งานที่ปรึกษา งานวิจัย งานประชุมเพื่อพิจารณา และประชุมระดมความเห็น งานสัมมนา และเสวนา งานอบรม และงานประชุมระหว่างประเทศ
วันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๕ ได้รับเชิญสัมภาษณ์สดออกอากาศสถานนีวิทยุโทรทัศน์ช่อง TNN 24 รายการ ข่าวเด่น คนดัง หัวข้อ "เตรียมพร้อมเปิดเสรีการค้าบริการ ปี ๒๕๕๕" เวลา ๑๙.๓๐-๒๐.๐๐ น
งานรับประกาศนียบัตร TMA - MDP ๑๕ ที่ Plaza Athenee Bangkok, A Royal Meridien. เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๕
วันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๕ วิทยากรบรรยายหัวข้อ "การพัฒนาการศึกษาเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ปี ๒๕๕๘" ให้กับครูในเครือเทพศิรินทร์
วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ท่าน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ได้นำกรรมการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เข้าอวยพร ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ที่ มูลนิธิชัยพัฒนา เชิงสะพานพระราม 8.
วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายเรื่องประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนให้กับพนักงานเทศบาลพิษณุโลก เดินทางกลับถึงกรุงเทพ ๒๑.๓๐ น เพลียจากการเดินทางไปพิษณุโลก และอดนอนมาสองคืน จึงรีบเข้านอน ตีสามตื่นมาทราบว่าลูกชายยังไม่กลับบ้าน ทำให้เป็นห่วง สักพักจึงได้รับการติดต่อกลับมาว่าอยู่ที่โรงพยาบาลสัตว์เมืองทองธานี เนื่องจากระหว่างทางนั่งรถเพื่อนกลับบ้าน เห็นอะไรผิดปกติบนถนน จึงบอกเพื่อนให้หลบรถเข้าข้างทาง รถที่ตามมาข้างหลังได้เบี่ยงรถออกและเฉี่ยวสิ่งที่อยู่บนถนนที่ลูกชายกำลังจะเข้าไปดู จึงพบลูกแมวนอนิ่ง ครั้งแรกคิดว่าตายแล้ว แต่พอค่อยๆดูเห็นว่ายังหายใจ มีเลือดออกจากปาก และอาก ารน่าเป็นห่วง ลูกชายจึงบอกให้เพื่อนเจ้าของรถ และเพื่อนอีกคนไปก่อน และตัวลูกชายเองดูอาการลูกแมว พอเห็นรถมูลนิธิปอเต็กติ้ง จึงเข้าไปขอคำแนะนำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิจึงแนะนำว่า ควรจะพาไปที่โรงพยาบาลสัตว์ แต่จะต้องมีเจ้าของเพราะจะต้องมีค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะช่วงเวลาดึกๆอย่างนี้ ลูกชายจึงรับที่จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายและรับเป็นเจ้าของ เจ้าหน้าที่บอเต็กติ้งจึงพาไปที่โรงพยายาลสัตวที่มหาวิทยาลัยเกษตร แต่ปิด (ปกติเปิด ๒๔ ชั่วโมง) และได้พบเจ้าหน้าที่ดูแลโรงพยาบาลได้แนะนำให้ไปที่โรงพยาบาลเอกชนที่เมื่องทองธานี ก่อนไปได้โทรไปก่อน เขากำลังจะปิดเช่นกัน แต่บอกให้รีบมาหมอจะรอ ขณะนี้กำลังรักษาอยู่หมอได้ตรวจรักษาอาการในเบื้องต้น ฉีดยา และแจ้งว่าพรุ่งนี้ให้นำไปเอ็กซเรย์ขาข้างซ้าย อีกที ค่ารักษาและค่ายา ๗๒๐ บาท รุ่งเช้าต้องไปหาซื้ออาหารและทรายสำหรับให้แมวขี้ ร่วม อายุประมาณสองอาทิตย์กว่าๆ ลูกสาวเป็นผู้เช็ดตัวทำความสะอาด ขณะนี้ลูกชายกำลังพาแมวไปเอ็กซเรย์ขา ยังไม่กลับ ก็รู้สึกดีใจที่ลูกชายมีจิตใจดี มีความเอื้ออารีย์
ลูกชายพาแมวออกไปหาหมอตั้งแต่ ๑๕.๐๐ น กลับมาถึงบ้าน ๒๑.๐๐ น ปรากฎว่าขาข้างซ้ายกระดูกหัก ต้องทำการผ่าตัดหมอนัดไปฝ่าตัดวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ หลังจากฝ่าตัดแล้วต้องรักษาอีกร่วมเดือน โชคดีที่ลูกชายไปพบเข้า ผมพยายามนึกภาพว่าถ้าลูกชายไม่ไปพบและนำไปหาหมอ จะเป็นอย่างไร คงทรมานมาก และไม่แน่ว่าจะรอดตามหรือไม่ คนเมื่อได้รับอุบัติเหตุยังไงก็มีคนนำส่งโรงพยาบาล แต่นี่เป็นสัตว์ ที่ไม่แน่ว่ามีเจ้าของหรือไม่ อาจเป็นแมวข้างถนน หรือถึงแม้นจะมีเจ้าของ ถ้าเจ้าของไม่มีเงินจะทำอย่างไร เมื่อวานจ่ายค่าหมอไป ๗๒๐ บาท เช้าซื้ออาหารและทราย หมดไปเกือบ ๒๐๐ บาท วันนี้พาไปหาหมอก็หมดไปอีก ๗๘๕ บาท ค่าผ่าตัดในวันที่ ๑๔ กุุมภาพันธ์ ประมาณ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท และหลังจากนั้นต้องรักษาดูแลอีกร่วมเดือน ไม่ทราบว่าจะบานปลายอีกเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามผู้เขียนได้บอดลูกไปว่าไม่เป็นไรเมื่อมาถึงมือเราแล้ว ก็ต้องรักษาไปจนที่สุด ลูกชายตั้งงชื่อแมวว่า "ต้องรอด" เห็นแล้วก็สงสาร นอนหลับนิ่งไม่ขยับเขยื่อนเลย คงเพลียมาก โชคดีอีกอย่างคือ ลูกสาวเป็นคนที่รักษาและเลี้ยงสัตว์มามาก จึงสามารถดูแลรักษาลูกแมวตัวนี้ได้ คงจะต้องดูแลประคบประหงมไปสักระยะ
เดือนเมษายน ๒๕๕๕ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ มอบหมายให้เข้าร่วมเป็นวิทยากรณ์พี่เลี้ยงผู้เข้าอบรมโครงการพัฒนาผู้บริหารระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายและเทียบเท่าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รุ่นที่ ๘.
ขอขอบคุณผู้เข้าอบรมโครงการพัฒนาผู้บริหารระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายและเทียบเท่าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รุ่นที่ ๘ ที่ร่วมกันจัดงาน "สืบสานประเพณี สระเกล้าดำหัว" เนื่องในศุภวาระดิถีขึ้นปีใหม่ไทย ๒๕๕๕ ถือเป็นการให้เกียรติผู้เขียนเป็นอย่างมาก รู้สึกอบอุ่นและซาบซึ่งในไมตรีจิต ที่ท่านมอบให้ในวันนี้
เดือน เมษายน ๒๕๕๕ ได้รับเชิญเป็นอนุกรรมการพิจารณางานวิจัยของ สกว ด้านงานวิจัยท่องเที่ยว
วันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ได้รับเชิญเข้าร่วมอภิปรายในงานประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ ๑๑ ประจำปี ๒๕๕๕ ในหัวข้อ "๓ ปีสู้เสรีอาเซียน: เตรียมคนอย่างไรในมิติของนักจิตวิทยา" เวลา ๑๐.๓๐ - ๑๒.๐๐ น
International Conference on "Energy and Environment Sector Cooperation of the GMS Countries(Phase 3)", 19-28 May 2012, Bangkok, Thailand
เข้าร่วมประชุมจัดงานสัมมนาเชิงปฎิบัติการ หัวข้อ ธุรกิจบริการ..."ยุทธศาสตร์แห่งชาติสู่ AEC and Beyond" จัดโดยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ในวันที่ 18 สิงหาคม 2555 ที่พัทยา
ประชุมคณะอนุกรรมการทุนมนุษย์ ภายใต้คณะกรรมการด้านธุรกิจบริการ สภาหอการค้า ผู้เขียนได้รับความไว้วางใจจาก คุณฉัตรชัย มงคลวิเศษไกวัล ประธานคณะกรรมการด้านธุรกิจบริการ แต่ตั้งให้เป็นประธานอนุกรรมการ
บุกถ้ำเสือ ที่วัดป่าหลวงตาบัว จังหวัดกาญจนบุรี
ทางวัดเขามีการจัดการที่ดีมากครับ เข้าไปสัมผัสแล้วไม่น่ากลัวอย่างที่คิด ไปชมการบริหารจัดการแล้วประทับใจมาก มีเสืออยู่ถึงร้อยกว่าตัว และสัตว์อื่นๆอีกมาก ค่าอาหารเสื้อและสัตว์ป่าอื่นๆวันละ แสนกว่าบาท เคยไปมาก่อนแล้วเมื่อ 10 กว่าปีมาแล้ว ตอนนั้นยังไม่กล้าเข้าไปจับต้องเสือ แต่มาวันนี้ตอนแรกก็ไม่คิดจะไปจับ แต่เมื่อเห็นฝรั่งเขาไปจับและให้เสือหนุนตัก เลยทำบ้าง บอกได้เลยว่า เป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจมาก
ได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายหัวข้อ "โอกาสและอุปสรรคในการเข้าร่วมประชาคมอาเซียน" โครงการประชุมสัมมนาให้ความรู้แก่บุคลากรภาครัฐของจังหวัดมหาสารคาม ในวันที่ 1 สิงหาคม 2555
วันที่ 8 สิงหาคม 2555 อภิปรายหัวข้อ"ทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศอาเซียน ที่ ห้องคอนเวนชั่น ฮอลล์ อิมพีเรียล เวิลด์สำโรง.
ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่ของหอการค้าและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยให้เป็นตัวแทนร่วมอภิปรายงานประชุมสัมมนาของสำนักงานจังหวัดสมุทรปราการ มีโอกาสได้พบและสนทนากับ ท่าน ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ และได้รับฟังปาฐกถาพิเศษหัวข้อ "ความท้าทายในการมุ่งสู่ประชาคมอาเซียน" นอกเหนือจากนั้นยังได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากทีมงานของผู้จัดงาน ได้แก่ ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ คุณปวิณ ชำนิประศาสน์ ท่านปลัดจังหวัด ท่านนายอำเภอเมื่องจังหวัดสมุทรปราการ คุณสมคักดิ์ พัวพันธุ์ ท่านวีรชาติ คงอภัย และคุณวิภาศรี จากสำนักงานจังหวัดสมุทรปราการ ผู้ที่สำคัญอีกท่านหนึ่งได้แก่ท่าน ชาญศิลป์ ปานแก้ว เลขาธิการหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ สุดท้ายยังมีโอกาสได้พบ ท่าน ฌอน บุญประคอง ฝ่ายยุทธศาสตร์รัฐบาล สังกัดสำนักนายก
ได้รับเชิญเป็นวิทยากร ของกระทรวงแรงงานในวันที่ ๒๖ และ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๕
๑๓ กันยายน ๒๕๕๕ กรรมการประกวด Call Center
๑๔ กันยายน ๒๕๕๕ วิทยากรพี่เลี้ยงสหกรณ์เครดิกยูเนียน
๒๒ กันยายน ๒๕๕๕ วิทยากรบรรยาย หังข้อ คุณธรรม จริยธรรม วิทยาเขต ศรีราชา มห่วิทยาลัยเกษตร
วันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๕ ได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยานพิเศษหัวข้อ "รู้จักประชาคมอาเซียน" ในงานสัมมนาคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย (สวท) เวลา ๐๙.๔๕-๑๐.๔๕ ณ.ห้องประชุม โรงแรมฮอลลิเดย์ อินน์ รีสอร์ท รีเจนท์ บีช ชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
งานเสวนานวัตกรรม จัดโดย บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม ร่วมกับ สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย — at โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน กรุงเทพมหานคร.ขอบคุณผู้จัดงานเสวนาครั้งนี้ ขอแสดงความชื่นชมครับ เป็นเสวนาที่ดีที่สุดที่ผมเคยเข้าร่วมงานสัมมนามา กรอบ สาระ หัวข้อ โดยเฉพาะวิทยากร ทั้ง 3 เวทีเสวนา และหนึ่งการบรรยาย
วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง " แนวทางการบริหารสหกรณ์เมื่อก้าวสู่ AEC ด้านการพัฒนาบุคลากรในองค์กร" โดย มหาวิทยาลัยบูรพา
จดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ ช่วงที่ผู้เขียนดำเนินการขอจดทะเบียนมูลนิธิฯ ได้พบปัญหาและข้อติดขัดต่างๆหลายประการ จึงได้เขียนบทความลงในเฟสบุ๊ค ด้านล่าง
ทำความดีเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและสังคมในประเทศไทยต้องมีความอดทนสูง ปัญหาที่คนดีๆมีกำลังช่วยสังคมและประเทศชาติต้องเลิกล้มความคิดเพราะข้าราชการที่มีความสำนึกต่ำเอาแต่ความชอบไม่ทำอะไร ไม่ใช้สมองทำงาน
ศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ ก่อตั้งมาแล้วเป็นเวลานานกว่า 4 ปี โดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้เกิดการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แบบบูรณาการ สร้างคนให้มีคุณค่า เพื่อรองรับภาคธุรกิจ หลังจาก 4 ปีในการสร้างเครือข่าย คณะกรรมการตกลงที่จะจดทะเบียนเป็นมูลนิธิ ต้องใช้เวลาในการหาข้อมูลและดำเนินการต่างๆเป็นเวลา เกือบ 4 เดือนจึงสามารถยื่นเรื่องขอจดทะเบียนเป็นมูลนิธิกับเขตหลักสี่ ก่อนที่จะผ่านด่านนี้ต้องใช้เวลาเกื่อบเดือนในการแก้ไขข้อบังคับ จัดเตรียมเอกสารต่างๆในการจดทะเบียน ทางเขตหลักสี่ไม่มีแบบฟอร์มหรือเอกสารใดๆที่จะส่งมอบให้ผู้แจ้งความจำนงในการขอจดทะเบียน เจ้าหน้าที่ บอกสิ่งที่ผู้ขอจดทะเบียนด้วยวาจา และถ่ายเอกสารตัวอย่างบางเรื่องให้ แต่ไม่มีข้อมูลที่สมบูรณ์ จึงทำให้ต้องเสียเวลาไปพบเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 3 ครั้ง จนสามารถยื่นเอกสารได้ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่เขตหลักสี่ได้ส่งเรื่องไปให้ สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง (วังไชยา ) กระทรวงมหาดไทย
ประมาณเกือบ 2 อาทิตย์ ได้รับโทรศัพท์แจ้งจากเจ้าหน้าที่สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมปกครอง แจ้งให้ไปพบเพื่อชี้แจงเรื่องเอกสารที่ส่งไปขอจดทะเบียนมูลนิธิ เมื่อไปพบ ก็แจ้งว่าในข้อบังคับที่เขียนไว้ เรื่องกรรมการ ทำให้สับสน และให้ไปจัดทำใหม่ตามตัวอย่างที่ให้มา จึงได้นำมาพิมพ์ใหม่ให้เป็นไปตามตัวอย่าง และได้ส่งไปให้เจ้าหน้าที่พิจารณา ปรากฎว่ามีการพิมพ์ตกหล่น ต้องนำมาแก้ไขใหม่ ในที่สุดต้องใช้เวลา 3 วันก่อนที่จะแก้ไขข้อบังคับให้ถูกต้อง และส่งให้เจ้าหน้าที่ได้ หลังจากนั้นได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ผู้นั้นอีกว่า ที่อยู่ของสำนักงานมูลนิธิที่ระบุในข้อบังคับ ไม่ตรงกับสำเนาเอกสารใบทะเบียนบ้าน ( ที่อยู่ที่พิมพ์ไว้ในข้อบังคับเป็นที่อยู่ที่ใช้ในปัจจุบัน ซึ่งมีรายละเอียดมากกว่าในสำเนาทะเบียนบ้าน ซึ่งทางเขตเองได้มีการแก้ไขเพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ทันต่อการขยายตัวของบ้านเมือง แต่ไม่ได้เปลี่ยนสมุดทะเบียนบ้านให้ ใช้แค่หมึกเขียนเพิ่มในสมุดทะเบียนแต่ไม่มีรายละเอียดพอ เรื่องนี้เป็นเรื่องของทางการเอง แต่ก็โยนให้ประชาชนต้องเดือดร้อน โดยการต้องเสียเวลาในการนำไปแก้ไขให้ตรงกับเอกสารที่ไม่ทันกับปัจจุบัน) หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้โทรแจ้งผู้เขียนว่าเอกสารทุกอย่างสมบูรณ์แล้ว จะทำเรื่องส่งให้วันนี้ (ศุกร์ที่ 2 พ.ย.2555)
วันเสาร์ที่ 3 ได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ท่านเดิมโทรมาหา และขอโทษว่าได้ติดต่อไปที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย เขาแจ้งว่า ตามหนังสือคำมั่นสัญญา ที่ผู้แจ้งความจำนงบริจาคเงินจำนวน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาท) เพื่อเป็นทุนจัดตั้งมูลนิธิ จำนวน 23 ท่าน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 230,000 บาท (สองแสนสามหมื่นบาทถ้วน) พร้อมสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน ไม่เพียงพอเพราะไม่เชื่อว่าผู้ให้คำมั่นสัญญานั้นมีฐานะมั่นคงเพียงพอหรือไม่ จึงต้องให้ส่งหลักฐานการเงินของแต่ละท่านไปให้
ผมว่าเป็นความซื่อบื้อของนิติกรท่านนั้น เป็นการทำงานแบบไม่ใช้สมอง เอาแต่ความสบายของตัวเอง ไม่ให้บริการหรืออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่มีความตั้งใจทำประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติ ผู้เขียนกำลังขอ ชื่อ และ นามสกุลของท่านผู้นั้นอยู่ และคิดว่าจะโทรหานิติกรผู้นั้นหรือหัวหน้าเพื่อจะได้ทราบข้อเท็จจริงว่า ปัญหาจริงๆอยู่ที่ไหน ควรจะแก้ไขอย่างไร หรือปล่อยให้เป็นแบบนี้
ไม่ใช่ว่าผู้เขียนจะต่อต้านหรือไม่ยอมปฎิบัติตามกฎข้อบังคับ ผู้เขียนเป็นคนมีเหตุผล ไม่ต้องการให้สิ่งผิดๆผ่านไป และทำกันโดยความเคยชิน มักง่ายเอาแต่ความสบายของตัว โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนและวุ่นวายจากคนที่เขามีความตั้งใจทำความดี เพราะถ้าปล่อยให้เป็นเช่นนี้ คนดีๆพร้อมเสียสละเพื่อส่วนรวม สังคม และประเทศชาติก็จะหมดความอดทนเลยไม่อยากเปลืองตัวและเปลืองเวลากับสิ่งไร้สาระ
ข้าราชการต้องเป็นผู้ให้บริการประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่ทำประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติ ไม่ใช้คอยแต่จะสร้างเงื่อนไข และความยุ่งยากเกินความจำเป็น
ขอให้พิจารณา ข้อบังคับด้านล่างที่กล่าวถึงเรื่องเกี่ยวกับเอกสารคำมั่นในการบริจาคเงินทุนในการจัดตั้งมูลนิธิ เพราะถ้าผู้ที่ออกหนังสือคำมั่นบริจาคเงินไม่ทำตามหนังสือคำมั่น มูลนิธิที่ได้รับการอนุญาตให้จดทะเบียนก็ต้องสิ้นสุดการเป็นมูลนิธิ
ท่านนิติกรผู้นี้ดูหมิ่นประชาชนที่มีความตั้งใจบริจาคเงินเพื่อการทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ผู้เขียนคิดว่าผู้เขียนทนไม่ได้ น่าจะฟ้องร้องฐานหมิ่นประมาทให้เข็ด
ข้อความในกฎข้อบังคับมูลนิธิ
ข้อ 41 การสิ้นสุดของมูลนิธินั้นนอกจากที่กฎหมายบัญญัติไว้แล้วให้มูลนิธิเป็นอันสิ้นสุดลงโดยมิต้องให้ศาลสั่งเลิกด้วยเหตุต่อไปนี้
41.1 เมื่อมูลนิธิได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลแล้ว ไม่ได้รับทรัพย์ตามคำมั่นเต็มจำนวน
· คำสำคัญ (keywords): จดทะเบียนมูลนิธิ ปัญหาจากระบบหรือปัญหาจากคน ปัญหาจากผู้รับผิดชอบขาดความรับผิดชอบ ขอฉันทำงานสบายคนอื่นเดือดร้อนยังไงไม่สน นิติกร เขตหลักสี่ ข้าราชการมีหน้าที่ให้บริการประชาชน อย่าสร้างเงื่อนไขหรือปัญหาที่ไร้สาระ
หมายเหตุ :มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ ได้รับการอนุมัติการจดทะเบียนจากนายทะเบียนเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ มูลนิธินี้มีวัตุประสงค์ที่จะสร้างและพัฒนาคนไทยให้มีมูลค่าเพิ่ม สร้างทรัพยากรมนุษย์ให้เป็นแรงงานที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสร้างความมั่นคงให้แก่ตัวเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ ทรัพยากรมนุษย์ เป็นทรัพยากรของแผ่นดิน คนเป็นได้ทั้งผู้ให้และเป็นผู้ที่เป็นภาระกับสังคมและประเทศชาติ มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ นำทรัพยากรมนุษย์มาผ่านการบริหารจัดการอย่างบูรณาการเพื่อให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าและมูลค่าเพิ่ม มีทุนมนุษย์ที่เหมาะสม เป็นกำลังช่วยกันพัฒนาประเทศชาติอย่างยั่งยืน โปรดติดตามการแถลงข่าวในเร็วๆนี้ (ลงเผยแพร่บนเฟสบุ๊คเมื่องวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕
วันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยาย หัวข้อ "การรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและจีน ผลกระทบอะไรต่อ SMEs และธุรกิจผู้แทนบริการโลจิสติกส์" ณ.ห้อง ๒๒๓ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เวลา ๐๙.๐๐-๑๒.๐๐ โครงการสัมมนาเชิงวิชาการ มหาวิทยาลัยหัวเฉียว
งานระดับชาติอีกงานที่ผู้เขียนได้รับเชิญเข้าร่วมงาน
วันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๕ ได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรบรรยายหัวข้อ "เทศบาลกับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน" ในการประชุมสันนิบาตเทศบาลภาคใต้ครั้งที่ ๒ /๒๕๕๕ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี
เนื่องจากต้องบรรยายเช้าวันที่ ๑๒ ธันวาคม ผู้เขียนจึงเดินทางมาล่วงหน้าหนึ่งวัน ได้รับการต้อนรับจากผู้จัดเป็นอย่างดี ได้พาผู้เขียนไปไหว้พระ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แถมแถวไปให้อาหารปลา
ปี ๒๕๕๕ ถือว่าเป็นปีที่ดีกับผู้เขียน มีงานเข้ามาตลอดทั้งปี แบ่งเป็นงานต่างๆดังนี้
๑.งานวิทยากร มีเกือบทุกเดือน บางเดือนมีหลายงานด้วยกัน ส่วนมากจะเป็นงานบรรยายที่เกี่ยวข้องกับประชาคมอาเซียน และหรือ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน มีเรื่องคนบ้างแต่ก็จะต้องมีเรื่องของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเข้าไปเกี่ยวข้อง ผู้เขียนภูมิใจที่มีโอกาสได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายในงานใหญ่ๆหลายงาน ผู้เขียนไม่เคยตีราคาค่าตัวผู้เขียน ที่ไหนเชิญมาถ้าว่างก็ไป ค่าวิทยากรจะให้หรือไม่ให้ ไม่ใช่ปัญหา แต่ทุกครั้งที่รับงาน จะต้องใช้เวลาหาข้อมูลและเตรียมการต่างๆทุกครั้ง จัดทำเอกสารใหม่ทุกครั้งเพื่อให้ตรงกับความต้องการและผลประโยชน์ของผู้รับฟังเป็นหลัก ใช้เวลาบรรยายแค่ชั่วโมงเดี่ยวแต่จะต้องเตรียมงานเป็นวัน
๒.งานที่ปรึกษา ปีนี้รับงานที่ปรึกษาและโค้ชส่วนตัวให้กับทายาทของเจ้าของโรงแรมระดับแนวหน้าของประเทศไทย ผู้เขียนได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์ว่าเขาได้อ่านบทความของผู้เขียนในสื่อต่างๆ และต้องการให้ผู้เขียนเป็นที่ปรึกษาและโค้ชส่วนตัวให้เขา หลังจากได้พบและคุยรายละเอียด ผมเขียนตกลงรับงานเป็นโค้ชและที่ปรึกษาส่วนตัวให้กับท่านผู้นั้นเป็นเวลาหนึ่งปี เรียกค่าที่ปรึกษาล่วงหน้า ครึ่งหนึ่งและที่เหลื่อให้ผ่อนจ่าย ๑๒ เดือน โดยให้เวลาในการเป็นโค้ชและที่ปรึกษาทางโทรศัพท์และ e-mail ได้ตลอดเวลา ๒๔ ชั่วโมง และให้เวลาพบตัวเพื่อปรึกษาอาทิตย์ละ 2 ครั้งๆละ ๒ ชั่วโมง นอกจากนั้นก็เป็นที่ปรึกษาเฉพาะเรื่องให้กับหลายๆท่าน ทั้งผู้ที่รู้จัก และผู้ที่ติดต่อมาทาง e-mail หรือโทรศัพท์ ส่วนมากจะเป็นเรื่องการทำธุรกิจโรงแรม การเขียนแผนธุรกิจโรงแรม ส่วนมากการให้คำปรึกษาเช่นนี้จะให้คำปรึกษากว้างๆซึ่งไม่ได้คิดเงินค่าปรึกษา นอกจากจะให้เจาะลึกก็จะต้องมาคุยกันให้แน่ชัดว่าความคาดหวังของผู้ที่ขอปรึกษามากน้อยแค่ไหน และผู้เขียนมีเวลา และสามารถช่วยเขาได้แค่ไหน ถ้าไม่แน่ใจก็จะไม่รับงาน
๓.งานวิจัยด้านการท่องเที่ยว ส่วนมากจะได้รับเชิญให้ช่วยแสดงความคิดเห็นในงานวิจัยที่เขากำลังทำหรือทำเสร็จแล้ว งานวิจัยนี้ส่วนมากหน่วยงานของภาครัฐจะเป็นผู้จ้างที่ปรึกษาให้ทำงานวิจัย และผู้เขียนจะเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับเชิญให้เป็นผู้ช่วยแสดงความคิดเห็น งานนี้ไม่ค่อยได้เงิน แต่ก็ยินดีเพราะถือว่าเป็นการช่วยประเทศชาติและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว แต่ก็มีงานวิจัยหลายๆงานด้านการท่องเที่ยวได้เชิญผู้เขียนร่วมเดินทางไปทำวิจัยด้วย ก็เท่ากับได้ไปเที่ยวฟรี แต่ไม่ได้ค่าจ้างใดๆทั้งสิ้น
เรื่องงานวิจัยท่องเที่ยว เป็นเรื่องที่ผู้เขียนมีความในใจเป็นอย่างยิ่ง ผู้เขียนเป็นผู้ที่อยู่ในภาคการท่องเที่ยวมาตลอด เรียนจบด้านธุรกิจการบิน ทำงานบริษัทนำเที่ยวภายในประเทศ นำเที่ยวภายนอกประเทศ Inbound Tour Operator ตัวแทนขายตั๋วเครื่องบิน โรงแรม มีประสบการณ์การทำงานในทุกตำแหน่ง ตั้งแต่เสมียน จนถึงผู้จัดการ ผู้บริหารสูงสุดขององค์กร เคยเป็นหุ้นส่วนและผู้บริหารมาหลายบริษัท ซึ่งล้วนเป็นบริษัทชั้นนำในยุคนั้นๆ ผู้เขียนเป็นผู้ชักชวน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ กรรมการเลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ ให้หันมาสนใจธุรกิจบริการโดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยว ผู้เขียนเป็นผู้นำมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศเข้าสู่ธุรกิจท่องเที่ยว แต่แปลกใจเมื่อมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศได้รับงานที่ปรึกษาจากกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อทำงานวิจัยด้านการท่องเที่ยว ศ.ดร.จีระ กลับมอบหมายผู้ที่ไม่ได้อยู่ในวงการท่องเที่ยว เป็นทีมหลักในการทำงานวิจัยด้านการท่องเที่ยว ผู้เขียนดีใจที่ได้เข้าเป็นทีมทำงาน แต่กลายเป็นว่าเอาไปแต่ชื่อการทำงานวิจัยไปอยู่ในมือของผู้ที่ไม่มีความรู้และความเข้าใจด้านการท่องเที่ยวอย่างลึกซึ้ง ผู้เขียนให้เอกสารข้อมูลการท่องเที่ยวที่ผู้เขียนได้รวบรวมไว้ทั้งงานวิจัยต่างๆด้านการท่องเที่ยวที่เคยมีคนทำไว้แล้ว เพื่อให้ทีมทำงานศึกษาและทำความเข้าใจ ทีมงานได้นำเอกสารของผู้เขียนไปและไม่ได้ส่งคืนแต่ก็ไม่ได้นำสิ่งต่างๆที่มีอยู้ในเอกสารเหล่านั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์ ผู้เขียนจึงปลีกตัวออกมาโดยไม่เข้าไปยุ่งกับงานวิจัยด้านการท่องเที่ยวที่มูลนิธิฯได้ทำต่อ อย่างไรก็ตามทางมูลนิธิฯได้ให้ผลตอบแทนในงานวิจัยครั้งนี้ประมาณ ๒ หมื่นกว่าๆ ค่าตอบแทนมากน้อยแค่ไหนไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่ศักดิ์ศรีและความโปร่งใสเป็นเรื่องที่ผู้เขียนให้ความสำคัญมากที่สุด ด้วยเหตุนี้ผู้เขียนจึงไม่ค่อยเข้าไปยุ่งกับงานของมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ตั้งแต่นั้นมา
๔.งานสัมมนาและงานประชุม เป็นงานที่ผู้เขียนชอบมากที่สุด งานประชุมส่วนมากจะเป็นงานของสภาหอการค้า และของหน่วยงานราชการต่างๆ ผู้เขียนพยายามไปร่วมทุกงานที่ได้รับเชิญ ถ้าไม่ตรงกับงานอื่นที่รับไว้แล้ว งานเหล่านี้ไม่มีรายได้ แต่เป็นกิจกรรมที่ให้ความรู้เป็นอย่างมาก ถือว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ของผู้เขียน
๕.งาน Social Media กิจกรรมนี้เป็นอีกกิจกรรมที่ผู้เขียนให้ให้สำคัญมาก ทุกวันจะต้องเช็ค e-mail ตอบ e-mail ดูเฟสบุ๊ค หาหัวข้อดีๆเพื่อศึกษาเรียนรู้ และแชร์ต่อให้เพื่อนๆคนอื่นร่วมเรียนรู้ร่วมกัน บ้างครั้งก็มีการแสดงความเห็นแลกเปลี่ยนกัน การเขียนบทความต่างๆในเฟสบุ๊ค หรือ ใน gotoknow และเวปไซด์ของมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์
ครับเป็นงานที่เหนื่อยและแทบไม่เหลือเวลาที่จะออกกำลังกาย หรือทำอย่างอื่นเลย แต่บางครั้งก็จะทำงานบ้าน และออกไปเปิดหูเปิดตาดูสิ่งแปลใหม่ และหาโอกาสไปต่างจังหวัดบ้าง แต่ยังน้อย เนื่องจากปัญหาด้านเศรษบกิจ
สรุปปี ๒๕๕๕ มีรายได้จากการเป็นวิทยากร และ ที่ปรึกษา จำนวน ๓๕๙,๗๓๓ บาท มีหนี้สินคงเหลือ ๙๑๗,๐๓๒ บาท ถึงแม้นจะมีงานเข้ามามากแต่ก็ยังไม่พอกับค่าใช้จ่าย แต่ก็ถือว่าดีกว่าสองปีที่ผ่านมา
โปรดติดตามตอนที่ ๑๓ พ.ศ. ๒๕๕๖ ในเร็วๆนี้
คำสำคัญ (Tags): #ชีวิตผู้สูงวัย#วิทยากร#ที่ปรึกษา#การดำเนินชีวิต#งานประชุม
หมายเลขบันทึก: 589783
เขียนเมื่อ 5 พฤษภาคม 2015 18:57 น. (7 ปีที่แล้ว)
แก้ไขเมื่อ 25 มีนาคม 2016 14:03 น. (6 ปีที่แล้ว)
สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 2 · ความเห็น: 0
 


หน้า 3 จาก 533
Home

About Us

ศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) เป็นองค์กรที่พัฒนาและจัดทำโครงการเพื่อทำประโยชน์ให้สังคม เป็นองค์กรสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐ ช่วยแก้ปัญหาผู้ประกอบการภาคธุรกิจบริการที่ขาดแคลนบุคลากรที่มีมาตรฐานในการให้บริการ
อ่านเพิ่มเติม

มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ ์

 iHDC Profile
บัญชีรายชื่อกรรมการ
ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน การเปลี่ยนแปลงกรรมการของมูลนิธิ
เอกสารประชาสัมพันธ์ โครงการ HMTC.pdf
เอกสารแนะนำโครงการ HMTC 1.pdf
เอกสารโครงการ HMTC 2 คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ.pdf
iHDC นิติบุคคล.pdf
iHDC บุคคล.pdf
iHDC บุคคลเครือข่าย.pdf
รายงานการประชุม 6 มีนาคม 2560.pdf
ข้อบังคับมูลนิธิ
ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ
Ihdc-Profile and Roadmap 2016-2019 Mar 23 2560.pdf
รายงานการประชุมใหญ่คณะกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ 2559.pdf
คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ สาขาวิชาชีพ.pdf
รายงานการประชุมใหญ่วันที่ 18 ธ ค 2558 v 3.pdf
รายงานการประชุม วันที่ 24 ธันวาคม 2557 updated 4 มีนาคม 2558.pdf
iHDC-invitation Letter.doc
iHDC-Member Form Thai.doc
iHDC-Member Form English.doc
รายงานการประชุมกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ วันที่ 15 มกราคม 2556 ฉบับสมบูรณ์


thaibetter
พัฒนาประเทศไทยแบบทวีคูณ และยั่งยืน ( ททค )

Login


แบบสำรวจ

สถิติเว็บไซด์

สมาชิก : 4929
Content : 2909
เว็บลิงก์ : 24
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 7368982

facebook

Twitter


บทความเก่า