Thaiihdc.org

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร
Thaiihdc.org

บทเรียนการดำเนินชีวิตของผู้สูงวัย ตอนที่ 11

พิมพ์ PDF
บทเรียนในการดำเนินชีวิตของผู้สูงวัย ตอน ๑๑ พ.ศ.๒๕๕๔
ถึงแม้นผู้เขียนจะไม่เคยเป็นมัคคุเทศก์ แต่ผู้เขียนเห็นความสำคัญของมัคคุเทศก์ ผู้เขียนให้ความนับถือและยกย่องมัคคุเทศก์ที่มีมาตราฐานและมีความเป็นมืออาชีพ ท่านเหล่านี้มีคุณประโยชน์ต่อมนุษย์ชาติ เป็นทูตทางวัฒนธรรมของประเทศชาติ เป็นผู้ที่ให้ความรู้และให้ความบันเทิง ความสุข และความเข้าใจถึงคุณค่าที่อยู่ภายในตัวมนุษย์ ทำอย่างไรให้ผู้ที่มีคุณค่าสูง มีความเป็นอยู่ที่มั่นคง และสามารถรณรงค์ให้อาชีพนี้เป็นอาชีพที่มีเกียรติและสร้างความภูมิใจให้กับคนที่อยู่ในอาชีพนี้อย่างมืออาชีพ แยกแยะความเป็นมืออาชีพ และคนที่สวมหน้ากากมัคคุเทศก์แต่ความจริงไม่มีคุณสมบัติของมัคคุเทศก์เลย เป็นนักต้มตุ๋นและนักฉวยโอกาส ผู้เกี่ยวข้องต้องร่วมมือและช่วยกันทำให้เกิดอาชีพมุคคุเทศก์อาชีพให้ได้
ปี ๒๕๕๔ เริ่มต้นได้ดี มีกิจกรรมมากมาย อาทิ
วันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๔ ท่าน ศ.ดร.จีระ จัดงานปีใหม่ให้กับทีมงานและเครื่องข่ายของมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ งานเป็นกันเองมากแลกเปลี่ยนความรู้และคุยถึงแผนงานในปี ๒๕๕๔ ผู้มาร่วมงานที่เป็นเครือข่ายของท่าน ศ.ดร.จีระ หลายท่านให้ความสนใจโครงการ ศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ และอาสาช่วยให้การสนับสนุน เชื่อว่าภายในปี ๒๕๕๔ โครงการศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ สามารถจัดตั้งเป็นนิติบุคคล สร้างกิจกรรมดีๆให้กับคนไทยเพื่อสร้างความเป็นเลิศในการให้บริการของประเทศไทยโดยรวม
มีส่วนร่วมในการอบรมหลักสูตรการเสริมสร้างบุคลิกภาพและการเตรียมความพร้อมสู่โลกของการทำงานสำหรับบัณฑิตใหม่ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี่ราชมงคลธัญบุรี ในวันที่ ๑๒ ก.พ.๒๕๕๔
๑๓-๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ได้รับความไว้วางใจจากคุณวิโรจน์ สิตประเสริฐนันท์ นายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย จัดอบรมหลักสูตร "เพิ่มศักยภาพมัคุเทศก์ไทยก้าวทัน SMEs ผู้เขียนได้เชิญ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เป็นประธานเปิดโครงการอบรมและบรรยายพิเศษ
๒๙ มีนาคม ๒๕๕๔ ได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ให้เป็นวิทยากร บรรยายความรู้ด้าน AEC กับนักศึกษาปริญาเอก มหาวิทยาลัยเกริก
๔ เมษายน ๒๕๕๔ ได้รับเชิญเข้าร่วมระดมความคิดและมีส่วนร่วมในการผลักดันให้ท่านประธานอนุกรรมการเขียนแผนด้านเศรษฐกิจพิจารณาเพิ่มเรื่องพัฒนาทุนมนุษย์ไว้ในกลยุทธ์การพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ ๑๑ นอกเหนือจากทุนมนุษย์ในภาคสังคม
๕ เมษายน ๒๕๕๔ ศ.ดร.จีระ นำกรรมการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศเข้าร่วมประชุมปรึกษาหารือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คุณชวรัตน ชาญวีรกูล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น คุณขวัญชัย วงศ์นิติกร และ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น คุณธงชัย กิติคณนนท์ เกี่ยวกับโครงการพัฒนาบุคลากรองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น — at กระทรวงมหาดไทย Ministry of Interior.
๒๕ เมษายน ๒๕๕๔ ร่วมเป็นคณะกรรมการ "พัฒนาขับเคลื่อน ราชอาณาจักรไทย" เพื่อ สถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เชิญสื่อ และตัวแทนองค์กร บริษัท ข้าราชการ และคนไทยทั่วไป เข้ารับฟังการแถลงข่าว การจัดงาน "วันสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ฉัตรมงคล"ครั้งที่ ๑ ในวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๔ เวลา ๑๔.๐๐ -๑๖.๐๐ น ณ.ห้องประชุมเล็ก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
ส่วนงาน "วันสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ฉัตรมงคล" ครั้งที่ ๑ จัดในวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๓.๐๐-๑๘.๐๐ น ณ.หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เป็นงานเทอดพระเกียรตฺิ ๖๑ ปี บรมราชาภิเษก จัดโดยคนไทยที่มีความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระองค์ท่าน
หลังจากนั้นผู้เขียนได้ถอนตัวจากการเป็นคณะกรรมการ "พัฒนาขับเคลื่อนราชอาณาจักรไทย" ดังมีข้อความดังนี้
"ขอเรียนให้ทราบว่าตามที่ผู้เขียนเข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการขับเคลื่อนราชอาณาจักรไทย ที่มีคุณอิทธิเป็นเจ้าของโครงการ และได้ทำการเปิดตัวครั้งแรกในวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา หลังจากนั้น ผู้เขียนได้ถอนตัวออกจากการมีส่วนร่วมกับโครงการขับเคลื่อนราชอาณาจักรไทยหลายเดือนมาแล้ว จึงไม่มีส่วนร่วมในกิจกรรมใดๆกับโครงการ ขับเคลื่อนราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่เดือน กรกฎาคม ๒๕๕๔ เป็นต้นไป"
ได้รับเกียรติจากท่าน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ให้เข้าร่วมโครงการ Intensive Workshop on Energy and Environment Sector Cooperation among GMS Countries ๑๗ พฤษภาคม -๕ มิภุนายน ๒๕๕๔ ผู้เข้าร่วมโครงการเป็นตัวแทนจากภาครัฐและภาคเอกชนที่ทำงานเกี่ยวกับพลังงานของประเทศจีน ประเทศลาว ประเทศพม่า ประเทศเวียตนาม ประเทศกัมพูชา ประเทศไทย ๒๐ วันของการเข้าร่วม Workshop เป็นสิ่งที่มีค่าสิ่งหนึ่งในชีวิตของผู้เขียน ได้เรียนรู้มากมาย บรรยายกาศเต็มไปด้วยการเรียนรู้ ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นของเจ้าหน้าที่ที่คณะเราไปเยี่ยม ความสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าร่วม Workshop เต็มไปด้วยความรักและความเข้าใจ สนุกสนาน และเรียนรู้ร่วมกัน โดยมีเป้าหมายในการร่วมมือกันพัฒนาบริหารจัดการพลังงานเพื่อกลุ่มประเทศ GMS
๒๘-๓๐ กันยายน ๒๕๕๔ ได้รับเชิญเข้าร่วมทีมวิทยากรฝึกอบรม "โครงการพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว" อบรมให้ความรู้ผู้นำท้องถิ่นและชุมชน บริเวณแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์
คุณธวัชชัย แสงห้าว ผู้บริหาร TMA (ในขณะนั้น) ได้ให้เกียรติ เชิญผู้เขียนเข้ารับการอบรม Management Development Program รุ่น ๑๕ ตั้งแต่วันที่ ๗ กันยายน ถึงวันที่ ๒๘ ตุลาคม อบรมทุกวัน พุธ พฤหัส ศุกร์ ของเดือน กันยายน และตุลาคม อย่างไรก็ตาม TMA-MDP 15 ถือว่าเป็นรุ่นที่จบช้าที่สุด ช่วงสำคัญช่วงสุดท้ายเกิดปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ ต่างคนต่างแยกย้ายกันไป มีการกำหนดเวลาเข้าอบรมต่อ 3-4 ครั้งแต่ก็ต้องเลื่อนไปอีก ล่าสุดกำหนดวันที่ ๑๙-๒๐ มกราคม 2555 รุ่นนี้ใช้เวลาอบรมข้ามปี
ผู้เขียนอยู่ภาคธุรกิจบริการมาตลอด พอมาเข้ารับการอบรมโครงการนี้ ทำให้มีความรู้ในเรื่องอุตสาหกรรม และได้มีโอกาสพบเพื่อนใหม่ๆที่อยู่ต่างธุรกิจ การอบรมทั้งหมด ๑๘ วัน ครึ่ง ผู้เขียนพยายามจะเข้ารับการอบรมให้ได้ทุกวัน แต่วันที่ ๒๑ กันยายน ได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรที่จังหวัดบุรีรัมย์ เลยขาดเรียนไปหนึ่งวัน ความจริงวันเข้าอบรมผู้เขียนติดงานประชุมเกือบทุกวัน เลยต้องงดงานอื่น เพื่อหาความรู้เพิ่มไว้ก่อน
ประสบการณ์น้ำท่วม ๒๒-๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๔
วันที่ 20 ตุลาคม หลังจากมีข่าวเรื่องน้ำทะลักเข้าคลองประปา ผู้เขียนได้ไปดูและพบเจ้าหน้าที่เขาแจ้งว่าไม่ต้องตกใจเพราะเจ้าหน้าที่เขากำลังปรับระดับน้ำในคลองประปา ขอให้ไปรอฟังแถลงการณ์ ผู้เขียนได้ตระเวนดูรอบๆหมู่บ้านที่อยู่อาศัย รวมทั้งบริเวณหมู่บ้านและแหล่งชุมชนที่ใกล้เคียง พบบางแห่งมีน้ำซึม ส่วนหมู่บ้านที่ผู้เขียนอยู่ไม่มีน้ำล้นออกมา ดูที่ท่อระบายน้ำก็ยังปกติ แต่มีคนห่วงภรรยผู้เขียนมากทั้งเพื่อนและพี่น้องต่างโทรมาให้ออกจากบ้านและไปพักที่บ้านญาติที่สุรินทร์ หรือบุรีรัมย์ ไม่มีใครฟังผู้เขียน ในที่สุดทั้งครอบครัว ภรรยา ลูกทั้งสามคน น้องสาว ต่างเห็นด้วยกับการจัดเตรียมขนของขึ้นชั้นสอง และสั่งซื้อกระสอบทรายมาเพิ่มอีก 100 กระสอบ เหนื่อยกับการจัดเตรียมของทั้งวัน ภรรยาวิ่งซื้อของแห้งมากมายและจัดเตรียมของสองชุด คือชุดที่จะทิ้งไว้ที่บ้าน และของที่เตรียมตัวจะนำออกไป ผู้เขียนเลยต้องเป็นเบ้รับใช้ตลอดในการวิ่งหาซื้อของ (ภรรยานำรถของเขาไปจอดที่จอดรถของกรมหลายวันแล้ว) ลูกสาวคนโตนำรถไปจอดที่ทำงานของเขาเช่นกัน จึงเหลือรถของผู้เขียนคันเดียว เดิมจะให้ผู้เขียนนำรถไปหาที่จอดตั้งแต่เช้า ผู้เขียนจึงโทรติดต่อพรรคพวกตามโรงแรมที่คิดว่าจะนำรถไปจอด ก็ได้มา ๓-๔ แห่ง แต่ผู้เขียนยังไม่ยอมนำรถไปจอดโดยไม่ถึงเวลาจริงๆ) จนเวลา ๑๖.๐๐ น ข่าวจากทีวี และกระแสข่าวจาก social Media ของลูกสาว ทำให้ทุกคนตัดสินที่จะปิดบ้านและออกไปอยู่ที่อื่น จึงศึกษาหาเส้นทางไปจังหวัดสุรินทร์แต่ยังไม่สามารถหาเส้นทางที่เหมาะสมได้ เพราะไม่สามารถออกไปทางรังสิตได้ จึงตัดสินใจออกไปทางชลบุรีและไปหาที่นอนก่อน วันรุ่งขึ้นจึงคิดหาเส้นทางไปสุรินทร์
๑๗.๐๐ น ขึ้นทางด่วนมุ่งสูงชลบุรี ใช้เวลาจากถนนงามวงศ์วาน ขึ้นถึงทางด่วนร่วม ๑ ชั่วโมง สาเหตุเพราะติดรถที่ไปจอดตรงทางขึ้นทางด่วน จอดแถวเดียวไม่ว่า เล่นจอดกันถึง ๓ แถว จนในที่สุดรถยกต้องมานำรถกีดขวางจราจรออกไป ทำให้เสียเวลามาก เมื่อหลุดพ้นรถติดมาได้ ระหว่างวิ่งอยู่บนทางด่วนช่วงบางนาไปชลบุรี ฝนตกมาก ต้องค่อยๆขับไม่เกิน ๖๐ ก.ม.ต่อชั่วโมง ถึงชลบุรี โทรหาเพื่อนขอให้ช่วยแนะนำโรงแรมเพื่อนอนพักหนึ่งคืน ก่อนเดินทางต่อไปสุรินทร์ในวันรุ่งขึ้น เพื่อหลายคนทราบเรื่องช่วยจัดหาโรงแรมให้พัก หลายแห่งด้วยกัน เช่นในจังหวัดชลบุรี บางแสน และพัทยา ในที่สุดเลือกพักที่บางแสน The Tide Resort เมื่อเข้าพักโรงแรมลูกสาวได้ติดตามข้อมูลตลอดเวลา ในที่สุดตกลงว่าวันรุ่งขึ้นจะไปพักที่พัทยา เพื่อดูสถานการณ์สัก 1-2 วัน แทนที่จะไปสุรินทร์ เพราะไกลเกิดไป และไม่แน่ใจเส้นทาง
เช้าตื่นขึ้นมาภรรยาและลูกสาวตกลงที่จะกลับกรุงเทพ เพื่อมาเก็บของต่อเนื่องจากตอนออกจากบ้านรีบจนลืมเก็บของสำคัญอีกหลายรายการ
๑๔.๐๐ น กลับถึงบ้านทุกอย่างปกติ ยังไม่มีวี่แววน้ำเข้ามาในหมู่บ้าน และเริ่มมีความหวังว่าที่บ้านอาจจะรอดจากภัยน้ำท่วม หรืออาจจะมีน้ำเข้าบ้างแต่ไม่มาก ไม่ควรจะเกิน หน้าแข้งซึ่ง ทุกคนรับได้ จึงช่วยกันจัดเก็บของที่เหลือให้เรียบร้อยเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมโดยไม่ประมาท ลูกสาวและภรรยาได้ลุ้นติดตามข่าวจนถึง ตีสาม จึงเข้านอน ส่วนผู้เขียนเพลียมากเลยนอนตั้งแต่หัวค่ำ
เช้าวันที่ ๒๒ ตุลาคม ได้ขับรถจากบ้านในหมู่บ้านท่าทรายติดกับ North Park มาตามถนนหลักของหมู่บ้านผ่านโรงเรียนการเคหะท่าทราย (หนึ่งในศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมของเขตหลักสี่)ไปออกถนนประชาชื่นเลี้ยวซ้ายผ่านหน้ามหาวิทยาลัยธุรกิจไปออกแยกพงศ์เพชร (ถนนประชาชื่นช่วงจากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตไปถึงสี่แยกพงศ์เพชรประมาณ ๒-๓ ก.ม. บางแห่งมีน้ำอยู่บนถนนฝั่งซ้ายเลียบคลองประปามีน้ำแฉะๆบนถนนนิดหน่อย) พอเลี้ยวซ้ายเข้าถนนงามวงศ์วาน ช่วงใต้สะพานขาลงข้ามแยกพงศ์เพชรมีน้ำท่วมขังพอประมาณ รถเล็กวิ่งได้สบายระยะทางไม่เกิน 100 เมตร พอพ้นช่วงน้ำขังก็เป็นถนนแห้งสนิทไปตลอดสายจนถึงถนนวิภาวดีรังสิต ก่อนเข้าถนนวิภาวดีรังสิตผู้เขียนเลี้ยวซ้ายเข้า Local Road เลียบทางรถไฟคู่ขนานไปกับถนนวิภาวดี เลี้ยวซ้ายเข้า North Park ผ่านทะลุ North Park ไปออกหลัง ม.ธุรกิจบัณฑิต และออกถนนประชาชื่น ถนนแห้งตลอด วิ่งย้อนเข้าไปในหมู่บ้านชินเขตที่โทรทัศน์แจ้งว่าน้ำท่วมปรากฏว่าในหมู่บ้านชินเขตบริเวณพื้นที่ส่วนใหญ่น้ำไม่ท่วม มีเพียงบริเวณหมู่บ้านชินเขตที่ด้านหลังติดกับคลองประปาน้ำเอ่อมาจากท่อระบายตามถนนที่อยู่ในพื้นที่ต่ำล้นมาท่วมถนนภายในหมู่บ้านชินเขตระยะสั้นๆรถเก๋งยังวิ่งได้ ที่เหลือถนนแห้งตลอด สรุปหมู่บ้านที่อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมระหว่างถนนแจ้งวัฒนะ ถนนประชาชื่น ถนนงามวงศ์วาน ถนนวิภาวดี น้ำยังไม่ท่วม มีเพียงพื้นที่บริเวณแอ่งเล็กๆเท่านั้นที่มีน้ำเอ่อท่วม รถวิ่งผ่านไปมาได้
ได้เข้าไปดูในถนนสามัคคี เริ่มจากถนนประชาชื่นบริเวณโรงผลิตน้ำประปาทะลุไปออกถนนติวานนท์ เลี้ยวซ้ายไปพบสี่แยกแครายเลี้ยวซ้ายเข้าถนนงามวงศ์วานตรงไปที่แยกพงศ์เพชรถนนแห้งตามปกติ
สรุปได้ว่าการแจ้งข่าวจากทางโทรทัศน์แต่ละสถานีทำให้คนวิตกเพราะภาพสถานที่ๆน้ำท่วมออกอากาศซ้ำๆ และคนพูดบางที่ก็ไม่ตรงกับภาพที่ออกอากาศในชั่วนั้น การออกข่าวพูดในบริเวณกว้างทำให้คนเข้าใจผิด เช่นว่าน้ำท่วมชินเขต ความจริงบริเวณที่น้ำท่วมในชินเขตเล็กน้อยไม่ถึง 1% ของหมู่บ้านทั้งหมด ข่าวที่ออกไปทำให้คนเข้าใจผิด หรือแม้นกระทั่งแจ้งว่าน้ำล้นคลองประปา ก็ไม่ได้ระบุให้ชัดเจนว่าน้ำล้นช่วงไหนบ้างมากน้อยแค่ไหน ถนนเลียบครองประปายาวมากไม่ต่ำกว่า 35 ก.ม. มีการกล่าวถึงเขตหลักสี่ หรือเขตดอนเมือง ต้องระบุให้ชัดว่าตรงจุดไหนระบุไปเลยว่าหมู่บ้านใดบ้างจะกระทบ ไม่ใช่ออกข่าวกว้างๆ ทำให้ญาติพี่น้องของคนที่ไม่อยู่ในบริเวณนั้นเข้าใจผิดและเป็นห่วงกันเกินเหตุ ทำให้แตกตื่น ผู้เขียนสังเกตหลายครั้ง นักข่าวที่อยู่สถานีมักจะถามนักข่าวในท้องที่มากมาย หลายๆคำถามลึกกว่าที่นักข่าวท้องถิ่นจะรู้เมื่อถูกถามมากๆเลยตอบตามความคิดของตัวเอง :ซึ่งไม่ใช่ข้อมูลที่ถูกต้องและให้ประโยชน์ต่อผู้รับฟัง สร้างความเครียดและวิตกกับผู้ฟัง ข่าวบางครั้งออกซ้ำซาก โดยไม่ได้แจ้งว่าข่าวที่ออกเป็นช่วงเวลาเท่าใด เมื่อเอาข่าวซ้ำมาออกหรือเอาข่าวที่เกิดในเหตุการณ์ก่อนหน้านี้มาออก ทำให้ข่าวไม่ถูกต้องในเวลานั้น
ดังนั้นเราต้องไปดูด้วยตาตัวเองในบริเวณรอบๆบ้านที่เราอยู่ และสังเกตดูระดับน้ำในท่อบนถนนในหมู่บ้านเราเป็นหลัก ข้อมูลข่าวสารที่ผู้เขียนเห็นว่าใช้ได้ใกล้เคียงและเป็นประโยชน์ที่สุด คือ วิทยุ FM คลื่น ๙๒.๕ (สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และสถานนี้โทรทัศน์ Thai PBS รองลงมาก็เป็นสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (ช่อง ๑๑ เดิม) TNN พอใช้ได้
สรุปทางรัฐต้องควบคุมการบริหารจัดการข่าวให้เกิดประโยชน์และตอบคำถามของประชาชนได้ ไม่ใช่แย่งกันออกข่าว และสร้างการแข่งขันในการแย่งผู้ชม นักข่าวต้องมีทักษะและมีคุณภาพมากกว่าที่เป็นอยู่
อย่างไรก็ตามในที่สุดบ้านของผู้เขียนก็ถูกน้ำท่วม หวังว่าเพื่อนๆที่ได้รับภัยน้ำท่วมบ้านคงได้รับบทเรียนและประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งในชีวิต ก่อนที่ผู้เขียนจะเขียนประสบการณ์ที่ได้รับให้เพื่อนๆตามที่ได้กล่าวไว้ วันนี้ขอแจ้งสิ่งดีๆที่ได้รับจากน้ำท่วมดังนี้ น้ำหนักตัวของผู้เขียนลดลงจาก 75 เหลือ 67 โดยไม่ต้องออกกำลังกาย ได้ใช้ชีวิตกรรมกรในช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ ๑๙ พ.ย.จนถึงธันวาคม ๒๕๕๔ ได้เรียนรู้คนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเมื่อก่อนไม่ค่อยมีโอกาสได้สังสรรค์ เห็นการทำงานของคนที่มีจิตอาสา และการทำงานของคนที่ประชาสัมพันธ์สร้างภาพของตัวเอง คนที่ฉวยโอกาสในความลำบากของคนกลุ่มหนึ่ง การบริหารจัดการของผู้เกี่ยวข้อง สำหรับผู้เขียนคิดว่าประสบการณ์และบทเรียนที่ผู้เขียนได้รับมีคุณค่ามากกว่าความสูญเสียที่ผู้เขียนได้รับ บทเรียนที่ธรรมชาติและการจัดการของผู้เกี่ยวข้องในครั้งนี้มีค่าอย่างยิ่งต่อชีวิตของคนในยุคนี้ ถ้าคิดให้ดีและยึดความจริง แสดงให้ทราบว่าการสูญเสียเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงการสูญเสียได้
๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๔ ได้ติดตามไปชมผลงานของอาจารย์ธนากรณ์ ใจสมานมิตร ผู้เขียนชอบปรัชญาการทำหน้าที่ครู ของอาจารย์ธนากรณ์มาก เลยขออนุญาตนำมาเผยแพร่ ดังนี้
ปรัชญาการทำหน้าที่ครู
มนุษย์ทุกคนมีความใฝ่ดีติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด เพียงแต่เราอาจจะนิยามคำว่า "ดี" ไว้แตกต่างกันออกไป ตามกฎของปัจเจกในแต่ละบุคคล มนุษย์ทุกคนจึงมีโอกาสที่จะพัฒนาตนเองให้ถูกต้องตามครรลองที่เหมาะสมได้ด้วยตนเองเป็นสำคัญ ดังนั้นทุกคนควรได้รับเกียรติอย่างเท่าเทียมกัน โดยปราศจากการแบ่งแยกด้วยชนชั้นและฐานันดร การให้โอกาสจึงเป็นการให้ ที่ถือได้ว่าเป็นธรรมทานอันยิ่งใหญ่ ครูต้องให้โอกาสกับผู้เรียนได้รวบรวมองค์ความรู้ด้วยตนเองจากการให้ความจริงแก่ผู้เรียนให้มากที่สุด และคอยกระตุ้นให้ผู้เรียนนั้นเกิดการพิสูจน์องค์ความรู้ด้วยตัวของเขาเอง ให้เขาได้ใช้วิจารณญาณในการตัดสินองค์ความรู้ที่เขาสร้างขึ้นมานั้นด้วยตัวของเขาเอง "ครูจึงต้องขายความจริง ไม่ขายความเชื่อ ครูต้องสอนในสิ่งที่เป็นตัวตนของตนเอง ไม่สอนในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเอง และต้องสอนผู้เรียนโดยผ่านการสอนตัวเองก่อนเสมอ"
๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๔ เมื่อวานได้รับเชิญเป็นแขกของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์เข้าร่วมเสวนา วันนี้ได้ร่วมประชุมการทำวิจัยเรื่องการท่องเที่ยว ทำให้ผู้เขียนมีความสุขมาก ทั้งสองวันเต็มไปด้วยความรู้และเห็นแนวทางในการมีส่วนร่วมในการพัฒนาทุนมนุษย์ไทยให้มีคุณค่าเป็นนักบริหารมืออาชีพ ระดับ Inter มีรายได้สูง ไม่ใช่เป็นแค่เบ้ทำงานหนักและมีรายได้น้อย ผู้เขียนเชื่อความสามารถของคนไทยว่าเราไม่ด้อยกว่าชาติใดในโลก แต่เราจะต้องร่วมมือกันสร้างโอกาสให้กับคนไทย ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จะเป็นโอกาสสำหรับคนไทยที่ตระหนักและเตรียมการ แต่จะทำให้สูญเสียถ้าไม่เตรียมการและเปลี่ยนแปลงตัวเอง ต้องเริ่มที่การเปลี่ยนทัศนคติของตัวเอง ยอมรับความจริง เปลี่ยนวิธีคิดและปฎิบัติ เริ่มตั้งแต่วันนี้ ยังไม่สาย แต่ถ้ารอให้เวลามาถึง ก็จะสายเกินแก้ ขอให้ดูเรื่องน้ำท่วมเป็นตัวอย่าง ธรรมชาติได้สอนอะไรเราบ้าง ผู้เขียนถือว่าการที่บ้านผู้เขียนถูกน้ำท่วม ทำให้สูญเสียทรัพย์สิน และต้องทำงานเหนื่อยยากในการฟื้นฟู้บ้านหลังน้ำลด อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ได้เรียนรู้ในสิ่งที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ประสบการณ์ทำให้ได้คิดและพยายามสร้างวิกฤตให้เป็นโอกาส ผู้เขียนมองเห็นโอกาสจากวิกฤตนี้ และคิดว่าผู้เขียนได้มากกว่าเสีย
๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๔ นัดพบผู้อำนวยการวิทยาลัยพณิชนการอินทราชัย เพื่อปรึกษางานเรื่องที่ผู้เขียนได้รับการคัดเลือกให้เป็นประธานคณะกรรมการวิทยาลัยพณิชยการอินทรายชัย ผู้เขียนเชื่อว่าด้วยประสบการณ์ของผู้เขียนและการมีเครือข่าย ประกอบกับความตั้งใจจริงของผู้เขียน ถ้าผู้อำนวยการเอาจริง ผู้เขียนรับรองว่าจะทำให้วิทยาลัยพณิชยการอินทราชัย เป็นหนึ่งในวิทยาลัยชั้นนำที่สามารถผลิตนักศึกษาที่มีคุณภาพและสามารถรองรับภาคอุตสาหกรรมได้
๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๔ ประชุมโครงการงานวิจัยผลกระทบ AEC ด้านการท่องเที่ยว ที่มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างปรเทศรับงานมาจากกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กรอบการวิจัย จะเน้นไปที่การเตรียมตัวของภาคเอกชน ผู้ประกอบการ จุดอ่อนจุดแข็ง ทั้งสถานะการณ์ปัจจุบัน ข้อมูลจากทุกภาคส่วนทุกมุมมองและทุกมิติ พร้อมข้อเสนอให้กับทุกภาคส่วนได้แก่ผู้ประกอบการ ผู้บริหารภาคเอกชนและพนักงานที่เกี่ยวข้อง ข้าราชการ รัฐ และชุมชน ด้านการศึกษา และนักวิชาการ โครงการนี้กำหนดเวลา 4 เดือน น้อยมากแต่เนื่องจากทีมงายนเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญและอยู่ในแวดวงอยู่แล้ว ได้ทำงานมาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 30 ปี จึงรู้แหล่งข้อมูลต่างๆและสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูล วิธีการในการทำวิจัยที่มีประสิทธิภาพ จะไม่เริ่มต้นจากศูนย์ จะต่อยอดจากงานวิจัยต่างๆที่ทำไว้แล้ว ขอให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวให้ความร่วมมือ เพื่อความเข้มแข็งของธุรกิจท่องเที่ยว ทีมงานนี้ทำเพื่อประเทศชาติเป็นหลักใหญ่
๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๔ ได้เข้าร่วมงานสัมมนาจัดโดยกรมการท่องเที่ยว และวิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอชมเชยทางกรมการท่องเที่ยวที่มอบหมายให้ ทีมคณะทำงานของวิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีคุณพาวิณี ศุนาลัย เป็นผู้จัดการโครงการ ผมมีความประทับใจในการนำเสนอของทีมงานวิจัยมาก ทางทีมงานได้แบ่งการนำเสนอออกเป็น ๒ ส่วน ได้แก่ "สรุปการวิเคราะห์ประเด็น ปัญหา และโอกาสจากการเปิดเสรีบริการท่องเที่ยว" นำเสนอโดย ดร.นพันธ์ (ต้องขอประทานโทษถ้ากล่าวนามท่านผิด) กับ "ร่างแผนพัฒนาบริการท่องเที่ยวเพื่อรองรับการเปิดเสรีบริการท่องเที่ยวของกรมการท่องเที่ยว" นำเสนอโดย คุณพาวิณี ทั้งสองท่านได้นำเสนอ ได้สมบูรณ์ มาก เปรียบเทียบกับการนำเสนอก่อนหน้านี้ ถือว่าทางคณะได้ทำการบ้านอย่างดี และพัฒนาการวิจัยและการนำเสนอได้อย่างไม่มีที่ติ นอกเหนือจากนั้น ผู้เขียนได้พบและสนทนากับท่านอธิบดีกรมการท่องเที่ยว คุณสุพล ศรีพันธ์ เป็นครั้งแรก ผู้เขียนมีความประทับใจท่านมาก ท่านไม่ถือตัวเข้ามาสนทนาร่วมกับพวกเราอย่างเป็นกันเอง วิสัยทัศน์และการสนทนาของท่าน แสดงให้เห็นว่าท่านเป็นคนทำงาน รู้จริง เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่น่านับถือ ที่ผมประทับใจมากที่สุดคือ ท่านมาเปิดงานแล้วต้องออกไปงานอื่น แต่ท่านให้ความสำคัญ โดยขอยกเลิกงานอื่นและอยู่ร่วมฟังสัมมนากับพวกเราตลอดเวลา ท่านได้แสดงความคิดเห็นและชี้แจงเป็นระยะ ที่ตรงประเด็น ผู้เขียนในฐานะที่มีการท่องเที่ยวอยู่ในสายเลือด มีความหวัง เมื่อได้พบท่านอธิบดี และได้ฟังการนำเสนอของทีมงานวิจัย ขอให้นำข้อเสนอของงานวิจัยไปจัดทำแผนกลยุทธ์ และนำไปสู่แผนปฎิบัติในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง และถ้าจะมีการทำวิจัยเรื่องท่องเที่ยว ก็ขอให้ใช้การวิจัยที่นำเสนอในวันนี้ไปต่อยอด
สุดท้ายของแสดงความยินดีกับผู้จัดด้วยความจริงใจ บรรยากาศในงานดีมาก ได้รับความสนใจจากทุกภาคส่วน มีผู้ให้ข้อคิดและเสนอแนะอย่างสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติเป็นอย่างมาก
๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๔ พรุ่งนี้ ได้รับเชิญให้ไปบรรยายเรื่อง "จริยธรรมผู้นำ" ให้กับนิสิต คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ตั้งแต่ 9.00-12.00 น หวังว่าการไปบรรยายครั้งนี้มีส่วนในการสร้างผู้นำที่ดีมีจริยธรรมในอนาคตให้กับประเทศชาติ
๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๔ ช่วงเช้าได้รับความกรุณาจากท่าน ศ.ดร.จีระ พาคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศเข้าอวยพรปีใหม่ ท่าน ชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีต รมต กระทรวงมหาดไทย ท่านได้ให้ความรู้และแง่คิดที่เป็นประโยชน์มาก
ช่วงเย็นได้เข้าร่วมประชุมกรรมการของสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพในฐานะที่ปรึกษาสมาคม ฟังแล้ว น่าเห็นใจมัคคุเทศก์ไทย ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศแนวหน้าด้านการท่องเที่ยวทำเงินให้กับประเทศชาติเป็นจำนวนมาก แต่มัคคุเทศก์ซึ่งถือว่าเป็นทูตวัฒนธรรมมีความเป็นอยู่อย่างไม่มั่นคงนัก พวกเราคงต้องหาทางช่วยเหลือสมาคมนี้เพื่อผลักดันให้เกิด สภาวิชาชีพมัคคุเทศก์ และให้เกิดกองทุนมัคุเทศก์เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่และมาตราฐานของมัคุเทศก์ให้อยู่ในระดับที่นานาชาติยอมรับ
ถึงแม้นผู้เขียนจะไม่เคยเป็นมัคคุเทศก์ แต่ผู้เขียนเห็นความสำคัญของมัคคุเทศก์ ผู้เขียนให้ความนับถือและยกย่องมัคคุเทศก์ที่มีมาตราฐานและมีความเป็นมืออาชีพ ท่านเหล่านี้มีคุณประโยชน์ต่อมนุษย์ชาติ เป็นทูตทางวัฒนธรรมของประเทศชาติ เป็นผู้ที่ให้ความรู้และให้ความบันเทิง ความสุข และความเข้าใจถึงคุณค่าที่อยู่ภายในตัวมนุษย์ ทำอย่างไรให้ผู้ที่มีคุณค่าสูง มีความเป็นอยู่ที่มั่นคง และสามารถรณรงค์ให้อาชีพนี้เป็นอาชีพที่มีเกียรติและสร้างความภูมิใจให้กับคนที่อยู่ในอาชีพนี้อย่างมืออาชีพ แยกแยะความเป็นมืออาชีพ และคนที่สวมหน้ากากมัคคุเทศก์แต่ความจริงไม่มีคุณสมบัติของมัคคุเทศก์เลย เป็นนักต้มตุ๋นและนักฉวยโอกาส ผู้เกี่ยวข้องต้องร่วมมือและช่วยกันทำให้เกิดอาชีพมุคคุเทศก์อาชีพให้ได้
สรุปปี ๒๕๕๔ ดูเหมือนมีงานตลอดทั้งปี จนถึงเดือนกันยายน แต่พอเข้าเดือนตุลาคมจนถึงปลายเดือนธันวาคม ทุกอย่างหยุดหมด เนื่องจากน้ำท่วมกรุงเทพฯ เป็นปีที่เหนื่อยมาก แต่ก็ได้ประสบการณ์ และการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แต่รายได้ไม่ดี เนื่องจากไม่มีรายได้ประจำ ตลอดทั้งปีมีรายได้แค่ ๑๑๙,๗๐๐ บาท เฉลี่ยมีรายได้แค่เดือนละ ๙,๙๗๕ บาท ทำให้เกิดหนี้สินเพิ่ม จากปี ๒๕๕๓ ถึง ๒๙๖,๒๕๖ บาท
ปีนี้เป็นปีที่เริ่มวิตก เริ่มคิดที่จะหารายได้เพิ่ม และเห็นว่า Social Network และการเขียนบทความลงในสื่อต่างๆเพื่อทำให้คนรู้จัก จะเป็นช่องทางที่จะทำให้มีผู้ติดต่อเข้ามาเชิญให้ไปเป็นที่ปรึกษาหรือเป็นวิทยากร ลูกๆที่บ้านไม่รู้ว่าผู้เขียนมีรายได้เข้ามาน้อยกว่ารายจ่ายทำให้ต้องใช้เงิน OD เกือบทุกเดือน โดยไม่ได้ขอให้ลูกช่วยเนื่องจากเห็นว่าลูกเพิ่งเริ่มทำงาน ปล่อยให้เขาใช้เงินของเขาอย่างเต็มที่ และยังมีความเชื่อว่า จะหางานที่มีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่องในเร็วๆนี้
โปรดติดตามตอน ที่ ๑๒ ปี ๒๕๕๕ ในเร็วๆนี้
ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท
๓ พฤษภาคม ๒๕๕๘
GOTOKNOW.ORG
บทเรียนในการดำเนินชีวิตของผู้สูงวัย ตอน ๑๑ พ.ศ.๒๕๕๔ - GotoKnow

 

บทเรียนในการดำเนินชีวิตของผู้สูงวัน ตอนที่ ๑๐

พิมพ์ PDF

บทเรียนในการดำเนินชีวิตของผู้สูงวัย ตอนที่ ๑๐ พ.ศ.๒๕๕๓


ตั้งแต่เดือน พฤษภาคม-ธันวาคม ๒๕๕๓ แปดเดือนของการทำงานอิสระ นึกว่าจะมีเวลาว่างมากกว่า ชีวิตลูกจ้าง ที่ไหนได้แทบไม่มีเวลาเลย เข้าร่วมงานประชุม งานอบรม งานสัมมนา เกือบทุกวัน และบางวัน มีงานซ้อนกันหลายงาน เมื่ออยู่บ้านก็ต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ผู้เขียนไม่เคยปล่อยเวลาว่าง ได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมไม่ว่าจะเป็นการประชุมระดมความคิดเห็น ประชุมรับฟังนโยบาย หรือเข้าร่วมงานอบรมสัมมนาต่างๆ ผู้เขียนเข้าร่วมเกือบทุกงานที่ได้รับเชิญยกเว้นที่มีงานซ้อนกันก็จะเลือกงานที่เห็นว่าจะเป็นประโยชน์มากที่สุด จากการเข้าร่วมงานต่างๆเหล่านี้ ทำให้ผู้เขียนได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมาย ได้สร้างเครือข่ายและคนรู้จักคนใหม่ๆจากวงการต่างๆ ผู้เขียนเริ่มเป็นที่รู้จักในวงราชการและสถาบันการศึกษามากขึ้น จากสถานะที่ผู้เขียนได้รับเกียรติรับการแต่งตั้งให้เป็น กรรมการบริหารมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ และอนุกรรมการด้านธุรกิจบริการ ของสภาหอการค้า ทำให้ได้รับเชิญเป็นวิทยากรหลายเวทีด้วยกัน

ชีวิตเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากการทำงานที่มีลูกน้อง มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ได้จากบริษัท ต้องการใช้เครื่องมืออะไรก็ซื้อมาใช้ด้วยเงินของบริษัท ได้รับการสนับสนุนจากเจ้านาย ทำงานโดยไม่ต้องคิดถึงรายได้ พอสิ้นเดือนก็รับเงินเดือน บริหารรายจ่ายไม่ให้เกินรายได้จากเงินเดือนเพียงอย่างเดียว เนื่องจากผู้เขียนทำงานอย่างอิสระสามารถบริหารงาน บริหารเวลาได้เองอย่างเต็มที่ ทำให้ทุ่มเทกับงานตลอดเวลา ไม่มีวันหยุด ทำทุกวัน ทุกเวลา ไม่เคยคิดที่จะหารายได้พิเศษ หรือขอเงินเดือนขึ้น อย่างไรก็ตามเนื่องจากผู้เขียนทำงานเพื่อสังคม ควบคู่ไปกับทำงานประจำ ทำให้บางครั้งมีรายได้พิเศษจากการได้รับเชิญเป็นวิทยากรบ้างแต่ไม่มากนัก เดิมเคยรับเป็นครูสอนให้กับนักศึกษา ปวส ของวิทยาลัยพณิชยการแห่งหนึ่ง แต่ตอนหลังต้องขอยกเลิกเนื่องจากการสอนประจำทำให้ ติดขัดเรื่องเวลาบ่อยๆเนื่องจากบางครั้งมีงานในเวลาที่ตรงกับเวลาสอน ถ้าไปสอนก็เสียงาน ถ้าไปงานก็ไม่ได้ไปสอน ไม่ยุติธรรมกับนักศึกษา

หลังจากตัดสินใจไม่กลับไปทำงานประจำอีก ได้หันมามุ่งงานสังคมที่เคยทำไว้ก่อนในขณะที่ยังทำงานประจำอยู่ ได้แก่งานของ "ศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์" เดิมเป็นโครงการของคณะบุคคล เป็นโครงการสร้างโอกาสให้กับคนที่ขาดโอกาส หลังจากดำเนินงานมาระยะหนึ่ง เห็นว่าจำเป็นจะต้องจัดตั้งเป็นนิติบุคคล ผู้เขียนและเพื่อนๆที่ร่วมโครงการได้นำโครงการไปเสนอ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และหวังที่จะนำโครงการนี้เข้าไปอยู่ภายใต้ "มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ" ที่ ท่าน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เป็นเลขาธิการ (มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ เป็นมูลนิธิฯที่จัดตั้งโดยคณะรัฐบาล) ท่าน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ให้ความเมตตา กับผู้เขียนมาก ท่านได้ดึงผู้เขียนเข้าไปเป็นทีมงานของท่าน แต่งตั้งให้ผู้เขียนเป็นกรรมการบริหารมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ ให้โอกาสผู้เขียนได้เรียนรู้ในงาน HR และได้มอบหมายงานให้ผู้เขียนเข้าร่วมเป็นวิทยากรขบวนการในงานอบรมและสัมมนาทั้งในประเทศและต่างประเทศ ท่านเป็นผู้ที่ทำให้ผู้เขียนกล้าที่จะขึ้นเวที ครั้งหนึ่งท่านให้ความไว้วางใจ โดยมอบหมายให้ผู้เขียนเป็นวิทยากรบรรยายเรื่องการท่องเที่ยวของประเทศไทย ให้กับคณะรัฐบาลพม่า ที่ประเทศพม่า ผู้เขียนไม่กล้ารับงานนี้ เพราะเป็นงานระดับชาติ แถมต้องบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ (ผู้เขียนไม่เคยมีประสบการณ์ ในการขึ้นบรรยายในเวทีใหญ่ๆระดับประเทศถึงแม้นจะเป็นภาษาไทยมาก่อน) อย่างไรก็ตาม ท่าน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ให้ผู้เขียนจัดเตรียมเอกสารบรรยายและแจ้งว่าท่านจะขึ้นเวทีร่วมกับผู้เขียน ไม่ต้องกลัวท่านจะเป็นวิทยาหลักให้เอง และผู้เขียนคอยเสริมท่าน อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้เขียนจัดทำเอกสารการบรรยายให้ท่าน ศ.ดร.จีระหงส์ลด่รมภ์ พิจารณา ท่านก็ว่าดี และไม่ว่าอย่างไร

พอถึงวันขึ้นบรรยาย ท่าน ศ.ดร.จีระ ให้ผู้เขียนขึ้นเวทีเพียงคนเดียว โดยมีท่านอยู่หน้าเวทีคอยฟัง เป็นอีกประสบการณ์ที่ได้รับ ผู้เขียนไม่ค่อยประทับใจกับการบรรยายของผู้เขียนนัก ควรจะทำได้ดีกว่านี้ แต่ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีเป็นการเริ่มต้นความกล้าของผู้เขียน หลังจากนั้นก็ได้ติดตามและเป็นทีมงานของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ตลอดมา ไม่มีเงินเดือนประจำ แต่ท่านก็พยายามให้ผู้เขียนเข้าร่วมเป็นทีมงานในการอบรมและสัมมนาระดับผู้บริหารทั้งองค์กรภาครัฐ และองค์กรวิสาหกิจใหญ่ๆของประเทศไทย การเข้าร่วมเป็นทีมงานทำให้ผู้เขียนมีโอกาสได้เรียนรู้จากวิทยากรระดับชาติที่มาร่วมเป็นวิทยากรโดย ศ.ดร.จีระ เชิญมาเป็นผู้บรรยาย

ผู้ให้การสนับสนุนอีก ๒ ท่านได้แก่ คุณพรศิลป์ พัชรินทร์ -ตนะกุล และคุณฉัตรชัย มงคลวิเศษไกวัล ที่ได้ให้เกียรติ เชิญผู้เขียนเข้าร่วมเป็นคณะอนุกรรมการด้านธุรกิจบริการ ของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในวาระปี ๒๕๕๒-๒๕๕๓ ทำให้ผู้เขียนมีโอกาสได้เข้าร่วมประชุม และร่วมงานสัมมนาต่างๆเกี่ยวกับ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ได้รับเชิญเป็นที่ปรึกษากรมเจรจาการค้า ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิด้านการท่องเที่ยว

ตั้งแต่เดือน พฤษภาคม-ธันวาคม ๒๕๕๓ แปดเดือนของการทำงานอิสระ นึกว่าจะมีเวลาว่างมากกว่า ชีวิตลูกจ้าง ที่ไหนได้แทบไม่มีเวลาเลย เข้าร่วมงานประชุม งานอบรม งานสัมมนา เกือบทุกวัน และบางวัน มีงานซ้อนกันหลายงาน เมื่ออยู่บ้านก็ต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ผู้เขียนไม่เคยปล่อยเวลาว่าง ได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมไม่ว่าจะเป็นการประชุมระดมความคิดเห็น ประชุมรับฟังนโยบาย หรือเข้าร่วมงานอบรมสัมมนาต่างๆ ผู้เขียนเข้าร่วมเกือบทุกงานที่ได้รับเชิญยกเว้นที่มีงานซ้อนกันก็จะเลือกงานที่เห็นว่าจะเป็นประโยชน์มากที่สุด จากการเข้าร่วมงานต่างๆเหล่านี้ ทำให้ผู้เขียนได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมาย ได้สร้างเครือข่ายและคนรู้จักคนใหม่ๆจากวงการต่างๆ ผู้เขียนเริ่มเป็นที่รู้จักในวงราชการและสถาบันการศึกษามากขึ้น จากสถานะที่ผู้เขียนได้รับเกียรติรับการแต่งตั้งให้เป็น กรรมการบริหารมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ และอนุกรรมการด้านธุรกิจบริการ ของสภาหอการค้า ทำให้ได้รับเชิญเป็นวิทยากรหลายเวทีด้วยกัน

หันมาทบทวนเรื่องรายได้ สรุปรายได้ทั้งปี ๒๕๕๘ มีรายได้รวม ๕๕๕,๕๕๘ บาท เป็นรายได้จากงานประจำ ๓๓๑,๗๕๐ บาท (มกราคม-เมษายน) ที่เหลือเป็นค่าวิทยากร และค่าสอนหนังสือ (มกราคม-ธันวาคม) มีหนี้สิน ๖๑๖,๔๘๓ บาท ทรัพย์สินประมาณ ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท

โปรดติดตามตอนต่อไป การดำเนินชีวิตในปี ๒๕๕๔

 

บทเรียนการดำเนินชีวิตของผู้สูงวัย ตอนที่ ๙

พิมพ์ PDF

บทเรียนในการดำเนินชีวิตของผู้สูงวัย ตอนที่ ๙ (๒๕๕๓-๒๕๕๘)

เดือนเมษายน ๒๕๕๘ เป็นเดือนครบรอบ ๕ ปี ของการสิ้นสุดชีวิตรับจ้าง ผู้เขียนลาออกจากการเป็นผู้บริหารระดับสูงของโรงแรมแห่งหนึ่งที่อยู่มานานกว่า ๑๕ ปี เพื่อไปทำงานให้กับสามีของผู้ที่เคยมีอุปการคุณกับผู้เขียน  หลังจากเข้าไปทำงานที่ใหม่ได้ ๒ เดือน  ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ ผู้เขียนจึงขอถอนตัวออกมา  เมื่อเดือน เมษายน ๒๕๕๓ อายุ ๖๐ ปี ๒ เดือน ความจริงยังไม่คิดที่จะลาออกจากงานประจำ เนื่องจากยังมีภาระค่าใช้จ่ายประจำในแต่ละเดือน ลูกสาว ๒ คน จบการศึกษาและมีงานทำแล้ว แต่ยังเพิ่งเริ่มตั้งตัว  ส่วนลูกชายคนเล็ก ยังศึกษาอยู่ ภรรยาก็รับราชการเงินเดือนน้อย

ภรรยาได้เตือนให้ผู้เขียนทำสัญญากับผู้ที่มาติดต่อให้ผู้เขียนไปทำงานด้วย แต่ด้วยความเชื่อมั่นตัวเอง จึงไม่ได้สนใจเรื่องสัญญา  ทำให้ทุกอย่างผิดแผน ได้มีการทบทวนระหว่างที่ทำงานอยู่ที่เก่า เงินเดือนถือว่าไม่น้อยจนเกินไป แต่ก็ไม่มากพอกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น (ผู้เขียนทำงานด้วยความรักและสนุกกับการทำงาน จนลืมนึกถึงเงินเดือนตัวเอง ผู้เขียนไม่ได้รับเงินเดือนขึ้นตลอดเวลา 10 กว่าปี ทั้งๆที่ลูกน้องของผู้เขียนได้เงินเดือนขึ้นทุกปี) ผู้เขียนได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของ บริหารงานอย่างกับเป็นเจ้าของเอง ทราบว่าผู้เขียนมีหุ้นส่วนอยู่ในบริษัทด้วย แต่ไม่เคยทราบ ว่ามีหุ้นจำนวนเท่าไหร่และมีมูลค่าเท่าใด เมื่อผู้เขียนลาออก เจ้าของขอให้ผู้เขียนลงนามโอนหุ้นลอย ให้กับเจ้าของ ผู้เขียนก็ลงนามให้โดยไม่ได้เรียกร้องใดๆ

จากการทบทวนเรื่องราวต่างๆทั้งหมดทำให้ผู้เขียนตัดสินใจที่จะไม่ไปทำงานประจำให้กับใครอีกแล้ว หันมาตั้งเป้าที่จะเป็นวิทยากร และที่ปรึกษาอิสระ รับบรรยายและให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการด้านโรงแรมและการท่องเที่ยว  โดยคิดเงินค่าตอบแทนไม่มากนัก องค์กรละสองหมื่นบาท ต่อเดือน ถ้าได้ ๓ องค์กร ผู้เขียนก็จะมีรายได้เดือนละ หกหมื่นบาท พอกับค่าใช้จ่ายประจำเดือนของผู้เขียน เหตุการณ์ไม่ได้เป็นอย่างที่ผู้เขียนคิด โดยมีปัจจัยต่างๆดังนี้

ช่วงที่ผู้เขียนทำงานประจำเป็นผู้บริหารงานขององค์กร  ผู้เขียนมีลูกน้องช่วยทำงานประจำ มีเครื่องไม้เครื่องมือครบเครื่อง ผู้เขียนมีเวลาทำสิ่งต่างๆได้มากมาย  คิด วางแผน สั่งงาน ติดตามงาน ออกสังคม เพิ่มเติมความรู้ และเนื่องจากผู้เขียนมีประสบการณ์ในการทำงานในสายอาชีพมาเป็นเวลานาน จึงเชียวชาญและชำนาญงาน รู้ปัญหา และแนวทางต่างๆ สามารถมองเห็นภาพต่างๆได้อย่างชัดเจน เป็นที่ยอมรับของคนในวงการ มีเจ้านายให้การสนับสนุน และข้อสำคัญ ทำงานได้อย่างเต็มที่พอสิ้นเดือนก็ได้รับเงินเดือน ทุ่มเทกับงานของบริษัทได้อย่างเต็มที่  

พอมาทำงานอิสระ  เราต้องทำเองทุกอย่าง ต้องพิมพ์หนังสือเอง ติดต่อและค้นหาทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่มีผู้ช่วย งานวิทยากร และงานที่ปรึกษา ถือเป็นงานใหม่ของผู้เขียน คนยังไม่รู้จัก ยังเป็นมือใหม่หัดขับ ไม่ใช่วิทยากร และที่ปรึกษามืออาชีพ ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป  งานที่ได้ล้วนเป็นงานที่เขาติดต่อเข้ามา และไม่ได้ตั้งราคาตัวเอง ใครเชิญมาก็ไป ไม่ได้พูดถึงค่าตอบแทน งานที่ได้รับเชิญส่วนมากเป็นงานฟรี  จะต้องค้นคว้าหาความรู้เพิ่ม ยังโชคดีที่ผู้เขียนยังมีตำแหน่งเป็นกรรมการอยู่ในคณะกรรมการด้านธุรกิจบริการของ สภาหอการค้า จึงได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมกับกรมเจรจาการค้า และหน่วยงานราชการอื่นๆ ทำให้มีคนรู้จัก และมีโอกาสได้แสดงตัวบ่อยๆ นอกเหนือจากนั้น ยังเป็นกรรมการเลขาธิการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุย์ และเป็นประธานกรรมการวิทยาลัยพณิชยการอินทราชัย งานด้านการท่องเที่ยวและโรงแรมค่อยๆหายไป ทั้งๆที่ได้เขียนบทความมากมายเกี่ยวกับการท่องเที่ยวและโรงแรม มีแต่คนนอกวงการที่สนใจจะสร้างโรงแรม ติดต่อเข้ามาขอคำปรึกษา ได้ให้คำปรึกษาในเบื้องต้นโดยไม่ได้คิดค่าตอบแทน ใดๆทั้งสิ้น ส่วนคนในวงการไม่มีใครติดต่อเข้ามา อาจเป็นได้ที่ไม่ทราบจะติดต่อที่ไหน เนื่องจากผู้เขียนไม่ได้เข้าไปในวงจรของธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมอีกเลยหลังจากลาออกจากงานเดิม ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ หนึ่งในการหาความรู้คือการเข้าร่วมงานสัมมนา และงานอบรมต่างๆ ผู้เขียนจะเข้าร่วมงานสัมมนาและงานอบรมต่างๆทุกงานที่ได้รับเชิญ นอกจากติดงานอื่นที่รับเชิญไว้ก่อนหน้า  แทบไม่มีเวลาว่าง ทำงานหนักกว่าเป็นพนักงานกินเงินเดือน แรกๆก็ไม่ได้คิดอะไรเนื่องจากยังมีเงินเหลือบ้าง แต่พอผ่านไปเดือนก็แล้ว ปีก็แล้ว  รายได้หายไปเป็นจำนวนมาก        ถึงแม้นภาระค่าใช้จ่ายจะน้อยลง เนื่องจาก ลูกทั้งสามคนเรียนจบ และต่างมีงานทำ ภาระค่าใช้จ่ายได้แก่  ค่าใช้จ่ายภายในบ้าน ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่าซ่อมแซมบ้าน ค่าซ่อมแซมรถยนต์ ค่าน้ำมันรถ ค่าอาหารของคนและค่าใช้จ่ายของสัตว์เลี้ยง เช่นอาหาร และค่ารักษาพยาบาล  ซึ่งไม่มากนัก    แต่ปัญหาอยู่ที่รายได้น้อยกว่ารายจ่าย  หรือบางเดือนมีแต่รายจ่ายแต่ไม่มีรายได้  

อะไรเกิดขึ้นกับชีวิตของผู้สูงวัย ที่ลาออกจากงานที่มีเงินเดือนประจำเกือบเดือนละ แสนบาท เมื่ออายุครบ ๖๐ ปี โดยมีภาระค่าใช้จ่ายที่ติดตามมาประมาณเดือนละ สามหมื่นบาท  เวลาผ่านไป ห้า ปี อะไรเกิดขึ้นกับชีวิตของผู้เขียน ผู้เขียนได้เจออุปสรรค์ และแก้ไขปัญหาการดำเนินชีวิตผู้สูงวัยของผู้เขียนอย่างไร โปรดติดตามอ่านตอนต่อไปในเร็วๆนี้

ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท

๑๒ เมษายน ๒๕๕๘


 

ประสบการณ์ชีวิตของ ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท บทเรียนการดำเนินชีวิตผู้สูงวัย ตอน ๗ "เพื่อน คู่ครอง ชีวิตครอบครัว

พิมพ์ PDF

บทเรียนการดำเนินชีวิตผู้สูงวัย ตอน ๗ : เพื่อน คู่ครอง ชีวิตครอบครัว (ประสบการณ์ชีวิตของ ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท)


รักผู้หญิง ๓ คน แต่ไม่ได้แต่งงาน กลับไปแต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่เคยคาดฝัน ก็ต้องถือว่าไม่ใช่เนื้อคู่ถึงรักกันอย่างไรก็ไม่ได้อยู่ด้วยกัน

ผู้เขียนมีเพื่อนมากเนื่องจากเข้ากับคนง่ายไม่เลือกและแบ่งชนชั้น แต่มีเพื่อนสนิทจริงๆไม่มากนัก เนื่องจากผู้เขียนเป็นคนจริงใจ และไม่ปกปิด คบกันไม่กี่ครั้งก็จะทราบว่าใครจริงใจกับผู้เขียนบ้าง ผู้เขียนไม่เคยเอาเปรียบใคร แต่ก็จะไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบผู้เขียนเช่นกัน ผู้เขียนยินดีและเต็มใจทำทุกอย่างให้กับคนทุกคนที่เห็นคุณค่า ดูเหมือนคนโง่ ปล่อยให้คนอื่นเอาเปรียบ

ผู้เขียนมีครอบครัวที่อบอุ่น คุณพ่อรับราชการ ตำแหน่งสุดท้ายเป็นข้าราชการพลเรือนชั้นพิเศษ ตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนคุณแม่เป็นแม่บ้าน มีพี่น้องด้วยกัน ๔ คน ผู้เขียนเป็นลูกชายคนโต คุณพ่อและคุณแม่ไม่ได้รับมรดกตกทอดจากคุณปู่ คุณตา คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงลูก ๔ คนเป็นอย่างดี ไม่ได้น้อยหน้าใคร ถึงแม้นเงินเดือนคุณพ่อจะไม่พอกับการเลี้ยงภรรยาและลูกๆอีก ๔ คน ต้องกู้หนี้นอกระบบ เสียดอกเบี้ยง สูง บางครั้งผู้เขียนและน้องๆต้องหยุดเรียนเนื่องจากคุณพ่อไม่มีเงินให้ไปโรงเรียน โชคดีที่คุณพ่อมีน้องสาว ๒ คน และน้องชาย ๑ คน ที่ให้ความช่วยเหลือครอบครัวของผู้เขียน ถึงแม้นจะไม่สามารถช่วยด้านเงินทองได้มากนัก แต่ก็ช่วยเรื่องสถานที่ศึกษาเล่าเรียนให้กับผู้เขียนและน้องๆอีก ๓ คน โดยเฉพาะตัวผู้เขียนเองได้รับการช่วยเหลือจากอาเขย จนสามารถได้เข้าเรียนวิชาชีพที่วิทยานุกรณ์วิทยาลัย และโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ จนทำให้ผู้เขียนมีความรู้จนสามารถเข้าทำงานที่มั่นคงได้ คุณอาเป็นผู้ฝากให้ผู้เขียนเข้าทำงานครั้งแรกขณะที่ผู้เขียนยังศึกษาอยู่ในปีที่สอง

เมื่อผู้เขียนมีรายได้ ทำให้สถานะทางครอบครัวดีขึ้น รายได้ของคุณพ่อและผู้เขียนพอเพียงกับรายจ่ายของครอบครัว ไม่ต้องกู้หนี้ยืมสินกับใครอีก สามารถใช้หนี้สินที่คุณพ่อยืมมาได้หมดสิ้น ผู้เขียนซื้อรถยนต์ และซื้อบ้านเป็นของตัวเอง นำคุณพ่อ คุณแม่ และน้องๆอีกสามคนมาอยู่รวมกันในบ้านหลังแรกของครอบครัว น้องๆทุกคนเรียนจบ และมีงานทำ

ระหว่างที่ผู้เขียนทำงานอยู่ที่บริษัททัวร์รอแยล เพื่อนรุ่นน้องของผู้เขียนได้ให้แฟนเขามาพบผู้เขียนเพื่อช่วยจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินและทำวีซ่าเพื่อเดินทางไปเรียนต่อที่อเมริกากับเพื่อนผู้เขียน ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นทำให้ผู้เขียนรักกับแฟนเพื่อน ถือว่าเป็นคู่รักคนแรกของผู้เขียน (ไม่ใช่แฟนในช่วยเด็กๆ) เรารักกันมาก ผู้เขียนรู้สึกผิดที่ไปแย่งแฟนเพื่อน แต่ก็ห้ามใจไม่ได้ ผู้เขียนให้ผู้หญิงเป็นคนตัดสินใจว่าจะเลือกใครแน่ ผู้หญิงยืนยันว่าเลือกผู้เขียน แต่จะขอเดินทางไปเรียนต่อตามที่ได้วางแผนไว้ แต่ผู้เขียนไม่เห็นด้วยเพราะถ้าให้ไปอยู่กับแฟนเก่า ผู้เขียนคงรอเก้อแน่ๆ จึงขอให้ผู้หญิงยกเลิกการเดินทางถ้าเลือกผู้เขียน แต่ถ้าจะเดินทางไปตามที่ตั้งใจไว้ก็ถือว่าเลือกแฟนเก่า ผู้หญิงตัดสินใจเดินทาง เราจึงขาดการติดต่อกัน ผู้เขียนเป็นคนเห็นแก่ตัว ไม่ยุติธรรมกับผู้หญิงคนนั้น โดยเฉพาะได้ทราบภายหลังว่าผู้หญิงตัดสินใจยกเลิกการเดินทางที่สนามบิน และไม่ได้แจ้งให้ผู้เขียนทราบ (ไม่ใช่เนื้อคู่)

ผู้เขียนมีความพอใจผู้หญิงอีกสองคน คนแรกเป็นลูกสาวพ่อค้าระดับประเทศ ยังเป็นนักศึกษาและเข้ามาพบผู้เขียนเพื่อสอบถามเรื่องตั๋วเครื่องบิน และได้มีการนัดให้ไปพบคุณพ่อของนักศึกษาที่บ้านเพื่อจัดทำรายละเอียดการเดินทาง ในที่สุดกลายเป็นลูกค้าที่สำคัญของผู้เขียน ผู้เขียนสนิทสนมกับครอบครัวลูกค้ารายนี้มาก คุณพ่อคุณแม่ของนักศึกษา ได้มอบหมายให้ผู้เขียนพาลูกสาวและลูกชายคนเล็กไปเที่ยวในที่ต่างๆ วันลอยกระทง ผู้เขียนได้พานักศึกษาและน้องชายของนักศึกษาไปลงเรือเที่ยวลอยกระทง จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แทนที่ผู้เขียนจะลอยกระทงพร้อมกับนักศึกษาที่ไปกับผู้เขียน แต่ผู้เขียนกับไปลอยกระทงพร้อมกับผู้หญิงต่างชาติ (ผู้หญิงต่างชาติคนนี้จะมีบทบาทสำคัญต่อชีวิตผู้เขียนในอนาคต) ผู้เขียนมีความพอใจกับนักศึกษาคนนี้ และเชื่อว่านักศึกษาคนนี้และครอบครัวมีความพอใจผู้เขียน และคิดไปถึงแผนแต่งงานในอนาคต

ระยะเวลาไล่เรี่ยกันผู้เขียนก็มีความสนิทสนมกับลูกสาวคนมีเงินอีกคนหนึ่ง รายนี้เป็นลูกทัวร์ไปต่างประเทศโดยผู้เขียนเป็นหัวหน้าทัวร์ หลังจากนั้นก็มีความสนิทสนมกันมาก รายนี้แทบไม่ปล่อยให้ผุ้เขียนไปสังสรรค์กับใครเลย แม่ลูกมา รับผู้เขียนไปทานข้าวกลางวันทุกวัน มื้อเย็นเลิกงานก็ไปทานข้าวที่บ้านของแม่ลูกคู่นี้ เป็นเหตุให้ผู้เขียนเริ่มห่างเหินกับนักศึกษา เมื่อผู้เขียนเดินทางไปต่างประเทศแม่ลูกคู่นี้ก็ตามผู้เขียนไปเกือยทุกครั้ง ได้มีการพาไปพบกับนายธนาคาร และไปไหนๆด้วยกัน จนคนรู้จักต่างคิดกันว่าผู้เขียนเป็นว่าที่ลูกเขย อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

ผู้เขียนได้พบกันผู้หญิงต่างชาติที่บังเอิญผู้เขียนได้เคยลอยกระทงพร้อมกับเธอเมื่อ ๑-๒ ปีก่อนหน้านี้ เธอตัดสินใจฆ่าตัวตาย เนื่องจากการผิดหวังเรื่องคู่รัก และมีปัญหากับครอบครัว แต่มีคนช่วยไว้ได้ เมื่อพบผู้เขียน ผู้เขียนได้พยายามให้ความช่วยเหลือและปลอบใจ ให้คิดถึงอนาคต และรับปากว่ามีสิ่งไหนที่ผู้เขียนช่วยได้ขอให้บอกผู้เขียนยินดีให้ความช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงิน หางาน หรือเรื่องอื่นๆ ระหว่างนั้นผู้เขียนจะต้องไปพบคุณพ่อที่ไปทำงานอยู่ที่จังหวัดอุดร เธอขอไปด้วย เมื่อไปถึงอุดร ผู้เขียนให้เธอพักที่โรงแรม ส่วนผู้เขียนไปพักที่บ้านคุณพ่อ ระหว่างที่จะไปบ้านคุณพ่อเธอร้องไห้ และถามว่าที่สัญญาจะช่วยเหลือเธอนั้นเป็นความจริงแค่ไหน ผู้เขียนได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงขอให้บอกมา เธอจึงบอกว่าให้แต่งงานกับเธอ

ผู้เขียนเป็นคนที่รักษาคำมั่นสัญญามาก เมื่อสัญญาอะไรกับใครจะต้องทำตามสัญญา เคยโกรธคุณแม่ที่ไม่ทำตามสัญญาจึงได้กระโดดรถจนเกือบเสียชีวิต เมื่อเจอเช่นนี้ได้คิดทบทวน และเปรียบเทียบระหว่างผู้หญิงสองคน คนหนึ่งเป็นคนมีเงิน มีการศึกษา มีความพร้อมทุกอย่างสามารถหาผู้ชายดีๆที่มีความพร้อมมากกว่าผู้เขียน ส่วนอีกคนหนึ่งหมดหวังทุกอย่าง ต้องการความช่วยเหลือ ถ้าผู้เขียนปฎิเสธ ก็เท่ากับผู้เขียนได้แต่พูดเมื่อเธอต้องการความช่วยเหลือจริงๆก็ไม่ได้ เธอก็จะผิดหวังเหมือนเดิม และอาจคิดฆ่าตัวตายอีก ผู้เขียนจึงตอบตกลง และเป็นครั้งแรกที่ผู้เขียนต้องโกหกคุณพ่อคุณแม่สร้างเรื่องว่ารู้จักกันมานานและจะแต่งงานกัน แต่ผู้ใหญ่ไม่เต็มใจเท่าไหร่แต่ไม่ทราบจะทำอย่างไร ในที่สุดจึงได้จดทะเบียน แต่ไม่ได้ทำพิธีแต่งงานเพราะฝ่ายหญิงตัวคนเดียวไม่มีญาติ พี่น้องในประเทศไทย ส่วนพ่อแม่ก็อยู่ต่างประเทศ และรู้สึกว่าจะตัดขาดความเป็นพ่อลูกกัน

ครอบครัวเริ่มมีปัญหาเงินที่ผู้เขียนให้กับคุณแม่เริ่มให้น้อยลง เพราะต้องไปให้ภรรยา และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาก ภรรยาเป็นผู้ที่ถูกเลี้ยงดูมาแบบนักการฑูต ทราบภายหลังว่า พ่อเคยเป็นเจ้าหน้าที่สถานฑูตไต้หวันในประเทศไทย ใช้จ่ายเงินฟุ้มเฟือย เที่ยวกลางคืน มีปัญหากับคุณแม่และน้องๆ ผู้เขียนกลายเป็นลูกที่ทำร้ายจิตใจคุณแม่ เนื่องจากความเป็นคนตรง ระหว่างภรรยา และแม่ ใครผิดผู้เขียนก็ว่ากล่าวคนนั้น โดยไม่ทันคิดว่าผู้เขียนไม่มีสิทธิ์ว่ากล่าวคุณแม่ เป็นบาปอย่างมาก ครอบครัวที่มีความสุขเริ่มมีแต่ปัญหา ทะเลาะและโต้เถียงกันตลอดเวลา ความเป็นคนตรงและพูดโดยไม่คิดยิ่งทำให้ความบาดหมางระหว่าคุณแม่และภรรยาเลวร้ายเพิ่มขึ้นทุกวัน ในที่สุดก็มีลูกสาว หลังจากมีลูกภรรยาได้ทำงานโรงแรม โดยคุณแม่และน้องสาวช่วยเลี้ยงลูกให้ เมื่อลูกสาวอายุได้สอง-สามปี ผู้เขียนเริ่มคิดถึงอนาคต ผู้เขียนคิดว่าจะช่วยฉุดและดึงภรรยาขึ้นมาได้ แต่ความจริงภรรยาเป็นผู้ฉุดผู้เขียนให้ตกต่ำลง จึงยอมรับความจริงและตัดสินใจเลิกกับภรรยาอย่างเด็ดขาด หลังจากที่เคยเลิกกันและกลับมาคืนดีกันมาแล้ว ๓-๔ ครั้ง เมื่อเลิกกันจริงๆลูกสาวอยู่ในความดูแลของผู้เขียน โดยมีคุณแม่และน้องสาวเป็นผู้เลี้ยงดู ส่วนอดีตภรรยาไปมีสามีใหม่ มีลูกอีก ๒-๓ คน และก็ได้เลิกลากับสามีใหม่อีกเช่นกัน หลังจากเลิกกับผู้เขียน อดีตภรรยามีชีวิตที่ตกต่ำกว่าเดิมมาก และไม่น่าเชื่อว่าคุณแม่ที่เคยเกลียดกลับ เป็นผู้ที่ให้ความช่วยเหลืออและเป็นห่วงเป็นใย เนื่องจากเธอไม่มีที่พึ่ง และผู้เขียนเองไม่ต้องการเข้าไปยุ่งเพราะกลัวจะพัวพันกันอีก สุดท้ายเธอได้คืนดีกับพ่อที่ไต้หวันและกลับไปอยู่ไต้หวัน สุดท้ายทราบข่าวจากลูกสาวว่าได้เสียชีวิตไปแล้ว

หลังจากหย่าล้างกับภรรยา แม่ของลูกสาวที่ผู้เขียนคิดว่าจะได้แต่งงานด้วย ได้พูดกับผู้เขียนว่าเขาพร้อมที่จะให้ผู้เขียนอยู่กับลูกสาวเขา แต่ขอให้ผู้เขียนอย่านำลูกสาวมาด้วย ไม่ใช่ว่ารังเกียจลูกสาว แต่เขาทำใจไม่ได้ และลูกสาวก็มีคุณแม่และน้องสาวผู้เขียนช่วยดูแลอยู่ ผู้เขียนปฎิเสธทันที เพราะลูกสาวขาดแม่ไปคนหนึ่งแล้วจะให้ขาดพ่ออีกคน คงเป็นไปไม่ได้ ผู้เขียนไม่สามารถเลือกหาความสุขของตัวเองโดยไม่คิดถึงความสุขของลูกสาวได้ หลังจากนั้นผู้เขียนก็ไม่ได้ติดต่อสนิทสนมกับผู้หญิงคนไหนอีกเลย

ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

 

วันนี้ได้รับกำลังใจ

พิมพ์ PDF

วันนี้ได้รับกำลังใจ


ได้รับ e-mail จาก support gotoknow ส่งข้อมูลของผู้ที่ร่วมแสดงความคิดเห็นลงในบทความของผมที่เขียนใน gotoknow ข้อความที่ส่งมาถึงผมเป็นข้อความที่ให้กำลังใจกับผมเป็นอย่างมาก เขียนบทความมาก็มากหลาย เคยได้รับดอกไม้หรือคำชมมาบ้าง แต่ไม่เหมือนครั้งนี้ครับ ถึงแม้นผมจะไม่ค่อยยึดติดกับคำชมและคำตำหนิ เท่าไหร่ แต่ผมก็ยังเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่บางครั้งก็ต้องการน้ำใสที่ซึมลงไปเลี้ยงหัวใจครับ ขอบคุณครับคุณนิติกรณ์ เราเป็นกัลยาณมิตรกันครับ

ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท

29 มกราคม 2559

จาก: นิติกรณ์  อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน  หัวข้อ: 911 ดีใจมาก —————————————

เรื่องของท่านสนุกมาสกเลยครับ ท่านอ่านประโยคแรกที่ผมทักทายอาจนึกสงสัีย ไอ่นี่บ้า ข้าไม่ได้แต่งนิทานให้พวกแกได้อ่านให้สนุกเพลิดเพลินนะโว้ย!! แต่ครับแต่ พอดีผมกำลังรูสึกกลุ้มใจหลายเรื่อง โมโหตัวเองที่ตัดสินใจทำอะไรผิดๆ กำลัง นึกโทษตัวเอง อะไรหลายๆอย่างอยู่ แต่ผมกด็๋เผอิญไปเจอลิ้งๆนึง http://www.saraupdate.com/2771 นั่งอ่านไปได้หน่อยเดียว จบดื้อๆแบบค้างคา ต้องบอกก่อนว่าผมเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือ เป็นคนไทยประเภทอ่านหนังสือไม่เกิน 5 บรรทัด แต่พอได้อ่านลิ้งข้างต้น ทำให้ผมรู้สึกค้างคาใจผู้เขียนมา ว่าเขาต้องการสื่ออะไร ก็เลยต้องหาอ่านต่อ วิธีที่ง่ายที่สุดคือ google ช่วยหา ผมเดาเล่นๆว่าเรื่องผี เรื่องสยองขวัญแน่ๆกับโรงแรมนี้ แต่ไหงไปๆมาๆกลายมาลิ้งของท่านก็ไม่รู้ ก็เลยอ่านลงมาเรื่อยๆ ความรู้สึกในขณะนั้นที่กำลังอ่านรู้สึกยากอ่านไปเรื่อยๆ ทั้งๆที่เป็นคนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือเท่าใดนัก แต่วินาทีนั้นผมเหมือนถูกสะกดให้นั่งมองทุกวันคำ ทุกๆพยางค์ที่ท่านเขียน แม้แต่อ่านจบแล้วก็อยากอ่านต่ออีก มันเลยเป็นที่มาที่ทำให้เกิดการอยากสนทนากับท่านขึ้นมาครับ ถึงแม้ท่านอ่านแล้วจะไม่ตอบ หรือไม่เห็นที่ผมเขียน แต่อยากบอกว่าเรื่องราวของท่านที่นำมาถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือสนุกมากครับ ทั้งๆที่จุดประสงค์ที่ท่านเขียนผมมองว่าอยากอธิบายถึงอะไรหรือต้องการสื่อถึงอะไร แต่มันอดคิดไม่ได้จริงๆว่ามันเป็นเรื่องเล่าจากประสบการณ์จริงที่สนุกมาก ตัวผมเองท่านอาจไม่รู้หัวนอนปลายเท้าว่าไอ่เจ้าหนุเนี่ยมันใครมาบ่น หรือเห่าหอนให้ผู้ใหญ่ฟัง(ขอโทษด้วยครับกับคำบางคำที่อาจดูไม่ค่อยสุภาพนัก) ผมเองปีนี้ก็ปาเข้าไปอายุ 40ย่าง41 เกิด 9 พ.ย 17 ครับ ผมเองมีบุคคลิกคล้ายๆท่านคือมีศักดิ์ศรี ยอมหักไม่ยอมงอ รักเพื่อนพ้อง ขี้เกรงใจคน และเป็นคนตรงๆ ไม่ชอบเห็นคนเอารัดเอาเปรียบ คือรักความยุติธรรมมากครับ มาวันนี้ผมรู้สึกดีที่ได้จบเจอคนแบบท่านและถึงแม้ผมเองไม่ได้ฐานะร่ำรวยอะไร แต่การที่ผมมาจบเจอคนแบบท่านโดยบังเอิญผมรู้สึกเจอมิดแท้ผ่านตัวอักษรที่ร้อยเรียงมาเป็นคำพูดให้ผู้อ่านอย่างผมหรือใครๆได้รู้ว่าบนโลกใบนี้ยังมีคนที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร แต่จะตัดสินใจทำอะไรยึดความถูกต้องเท่านั้น

ปล. ที่ผมจั่วตัวกระทู้ว่า 911 ดีใจจัง เพราะเหตุผลว่า ถ้าท่านเห็นแล้วคิดว่าเป็นสแปมท่านจะไม่กดเข้า่มาอ่าน แต่ถ้าเราดวงสมพงษ์กันและเป็นกัลยาณมิตรกัน ท่านเองก็ต้องเปิดเข้ามาอ่านที่ผมเขียน (ทุกๆตัวหนังสือที่ผมเขียน ผมไม่ได้ตรวจสอบคำผิดนะครับ ถ้ามีที่ผมพิมพ์ผิดต้องขออภัยด้วยครับ ผมเขียนออกมาจากใจ)

ขอบพระคุณท่านมากครับที่อ่านจนจบ / นิติกรณ์


หมายเหตุ: ท่านได้รับอีเมลติดต่อนี้เพราะผู้ส่งเขียนผ่านฟอร์มของระบบ โดยระบบไม่ได้เปิดเผยที่อยู่อีเมลของท่านแก่ผู้ส่ง แต่หากท่านตอบอีเมลนี้ ผู้ส่งจะสามารถรู้อีเมลของท่านได้จากอีเมลที่ท่านตอบ

 


หน้า 4 จาก 533
Home

About Us

ศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) เป็นองค์กรที่พัฒนาและจัดทำโครงการเพื่อทำประโยชน์ให้สังคม เป็นองค์กรสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐ ช่วยแก้ปัญหาผู้ประกอบการภาคธุรกิจบริการที่ขาดแคลนบุคลากรที่มีมาตรฐานในการให้บริการ
อ่านเพิ่มเติม

มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ ์

 iHDC Profile
บัญชีรายชื่อกรรมการ
ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน การเปลี่ยนแปลงกรรมการของมูลนิธิ
เอกสารประชาสัมพันธ์ โครงการ HMTC.pdf
เอกสารแนะนำโครงการ HMTC 1.pdf
เอกสารโครงการ HMTC 2 คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ.pdf
iHDC นิติบุคคล.pdf
iHDC บุคคล.pdf
iHDC บุคคลเครือข่าย.pdf
รายงานการประชุม 6 มีนาคม 2560.pdf
ข้อบังคับมูลนิธิ
ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ
Ihdc-Profile and Roadmap 2016-2019 Mar 23 2560.pdf
รายงานการประชุมใหญ่คณะกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ 2559.pdf
คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ สาขาวิชาชีพ.pdf
รายงานการประชุมใหญ่วันที่ 18 ธ ค 2558 v 3.pdf
รายงานการประชุม วันที่ 24 ธันวาคม 2557 updated 4 มีนาคม 2558.pdf
iHDC-invitation Letter.doc
iHDC-Member Form Thai.doc
iHDC-Member Form English.doc
รายงานการประชุมกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ วันที่ 15 มกราคม 2556 ฉบับสมบูรณ์


thaibetter
พัฒนาประเทศไทยแบบทวีคูณ และยั่งยืน ( ททค )

Login


แบบสำรวจ

สถิติเว็บไซด์

สมาชิก : 4929
Content : 2909
เว็บลิงก์ : 24
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 7368915

facebook

Twitter


บทความเก่า