Thaiihdc.org

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร
Thaiihdc.org

ทรงรวบรวมองค์ความรู้เป็นระบบแล้วจึงทรงนำมาถ่ายทอด

พิมพ์ PDF

บทสัมภาษณ์ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล

ตลอดระยะเวลากว่า ๖๕ ปี ที่ผ่านมา ทรงคิดค้นวิธีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แน่นอนที่สุดประชาชนป้อนความต้องการเข้ามา เราสนอง แต่ในขณะที่เราสนองการแก้ไขปัญหาเรื่องดิน น้ำ ลม ไฟ อาชีพ และปัญหาสารพัดที่แอบแฝงอยู่ ไม่ใช่โครงการที่รักษาหายหรือให้แล้วก็จบ พระองค์ทรงเป็นองค์ความรู้ ให้แต่ละแห่งที่ไปช่วย เกิดบทเรียนขึ้นมา ให้มีการถ่ายทอดต่อเนื่องกัน ด้วยเหตุนี้ แหล่งความรู้มีอยู่มากมายตามโครงการต่างๆซึ่งน่าเสียดายที่ทุกคนมองข้ามไป

ก่อนที่พระองค์จะพระราชทานแนวพระราชดำริในการพัฒนา จะทรงทำการทดลองก่อน ทรงรวบรวมองค์ความรู้เป็นระบบ แล้วจึงทรงนำมาถ่ายทอด ทรงมีรับสั่งเสมอว่า การที่เราจะแนะหรือไปสอนเขาต้องระวังให้มาก เพราะหากพลาดไปแล้ว เราไม่ได้แย่นะ แต่เขาจะแย่ เช่น เราไปแนะนำให้เขาปลูกอะไรสักอย่าง ถ้าได้ผลก็ดีไป แต่ถ้าไม่ได้ผล เขาแย่ เพราะฉะนั้น เราต้องระวังให้มาก และที่แย่กว่านั้นคือ ต้นไม้ที่เราแนะให้เขาปลูก กว่าจะรู้ว่าสำเร็จหรือไม่ ใช้เวลา ๔-๕ ปี เพราะฉะนั้น เรื่องเกษตร ดิน น้ำ ลม ไฟ ต้องระวังอย่างมาก เพราะเมื่อพลาดแล้วฟื้นกลับคืนยาก ไม่เหมือนเรื่องอุตสาหกรรมหรือเรื่องอื่นๆ ที่สามารถไปกู้เงินมาดำเนินการต่อได้ เรื่องธรรมชาติฟื้นกลับมายากที่สุด

หากย้อนกลับไปดูประชาชนที่เราช่วยอยู่ ที่เขาพัฒนาตัวเองสำเร็จ และประชาชนได้มาเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น หรือที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ได้ช่วยเหลือประชาชนเป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่นสรุปรวมไว้ เราทำงานอย่างจริงจัง มีการบริหารจัดการ มีการทดลองหรือห้องทดลอง เริ่มจากในวังเป็นห้องทดลองส่วนพระองค์ และมีเป้าหมายสำคัญคือถ่ายทอดความรู้ ซึ่งก่อนเกษียรอายุราชการ ผมได้รวบรวมทฤษฎีและแนวความคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเชิงวิทยาศาสตร์ไว้ค่อนข้างสมบูรณ์ จัดทำเป็นหนังสือทั้งภาคภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งผมภูมิใจที่สุด เพราะยังสามารถใช้ได้จนถึงทุกวันนี้ เช่น หากพบปัญหาดินอย่างนี้มีคำตอบ มีวิธีการซึ่งล้วนพิสูจน์แล้ว ถ่ายทอดไว้หมดว่า ล้มเหลวหรือสำเร็จอย่างไร

การดำเนินงานต่างๆ เหล่านี้จะว่าไปแล้ว เริ่มจากหน่วยงานเล็กๆที่สภาพัฒน์ผู้มีหน้าที่พัฒนาประเทศนั่นเองซึ่งได้ทำมาก่อนแต่ไม่ได้นำไปพัฒนาต่อยอด ทำตั้งแต่สมัยผมรับผิดชอบเป็นผู้อำนวยการศูนย์ประสานการพัฒนาชนบทแห่งชาติ โดยมีการนำปราชญ์ชาวบ้านมาให้ความรู้ รวมถึงจัดทำข้อมูลและตัวชี้วัดความยากจนต่างๆ รวบรวมเป็นข้อมูลพื้นฐาน แล้วผมก็นำงานจากสภาพัฒน์มาต่อยอดที่สำนักงาน กปร.

 

ที่มาของชื่อ "มูลนิธิชัยพัฒนา"

พิมพ์ PDF

บทสัมภาษณ์ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล

ทุกอย่างก้าวต้องระวังอย่างที่สุด พระองค์ทรงกำชับเสมอว่า อย่าลัดขั้นตอนเป็นพระราชดำริของพระองค์คือ การพัฒนาต้องเริ่มจากจุดเล็กๆก่อน ต้องพิถีพิถัน และก้าวไปที่ละก้าว รวมทั้งยังเป็นนักพัฒนาที่มีความเป็นศิลปิน ทำแล้วต้องสวยงามด้วย เช่น ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯทุกศูนย์จะสวยงามและสอดคล้องกับธรรมชาติ ความคิดต้องสวยงามแล้วย้อนกลับมาพฤติกรรมต้องสวยงามด้วย เพราะฉะนั้น ย้อนมาตอนต้นเรื่องที่พระองค์ทรงสอนให้รู้จัก ดิน น้ำ ลม ไฟ  ทรงสอนให้รู้จักคน ให้รู้จักเป็นคนที่รู้จักการให้ พระองค์ตรัสมาตลอดคือ ไม่นึกถึงตัวเราเป็นเบื้องต้น ให้นึกถึงคนอื่น คือให้เสียสละ

ในช่วงปี ๒๕๓๑ ขณะอยู่ที่จังหวัดสกลนคร มีเหตุการณ์หนึ่งคือ มีงานชิ้นหนึ่งล่าช้ามาก จนไม่ทันการณ์และส่งผลกระทบทำให้ผู้คนลำบาก และหลายครั้งเวลาเราไปทำงานแล้วต้องแข่งกับเวลา แข่งกับฤดูกาลของธรรมชาติ ไม่เช่นนั้นต้องรออีก ๔-๕ เดือน ประชาชนจะพลาดโอกาส ต้องรอวงจรอีกรอบ ต้องรอเริ่มต้นใหม่อีก เราจึงต้องรู้ช่วงจังหวะ ธรรมชาติ และธรรมะ ผมจึงมีธรรมอยู่ ๒ ข้อ คนธรรมดา และธรรมชาติ

เมื่อเกิดเหตุการณืเช่นนี้แล้ว พระองค์ตรัสถามผม "ทำแบบโง" เป็นหรือเปล่า ทรงมีพระอารมณ์ขัน ทรงให้ความรู้และทดสอบเชาว์แบบฉับพลัน โง คือทำแบบองค์กรเอกชน หรือ NGO นั่นเอง

ถ้าเช่นนั้นต้องสร้างเครื่องมือใหม่ เพื่อให้การพัฒนาครบวงจร จึงทรงให้จัดตั้งมูลนิธิขึ้นมาพร้อมพระราชทานชื่อ "มูลนิธิขัยพัฒนา" ซึ่งทรงรับสั่งว่า พระองค์จะทรงเป็นองค์นายกกิตติมศักดิ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯและโปรดเกล้าฯให้ผมเป็นกรรมการและเลขาธิการ

พระองค์ทรงมีรับสั่งว่า การแก้ปัญหาของประชาชนและประเทศชาติไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นงานยาก การเข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหา เหมือนกับการเข้าสงคราม แต่เป็นการทำสงครามที่ไม่ใช้อาวุธ เป็นการต่อสู้กับปัญหาเพื่อนำไปสู่ขัยชนะ โดยใช้กระบวนการพัฒนานำไปสู่ความสำเร็จ จึงเป็นที่มาของชื่อ "มูลนิธิชัยพัฒนา" ดังนั้น ในทัศนะของพระองค์ กระบวนการพัฒนาทั้งเรื่องสังคม การเมือง หรืออะไรก็ตาม ต้องพัฒนาคนด้วย

 

มูลนิธิชัยพัฒนา

พิมพ์ PDF

บทสัมภาษณ์ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล

พระองค์ทรงมีรับสั่งว่าอย่าไปเรี่ยไรเขา แล้วพระองค์พระราชทาน พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์มาให้ดำเนินงานจำนวนหนึ่ง เมื่อทำอะไรแล้วให้แจ้งข่าวสารเผยแพร่ให้ประชาชนรู้ และเมื่อเขาศรัทธา เขาก็จะให้เงินมาเอง เราจึงมีวารสารเผยแพร่ออกสื่อเป็นข่าวบ้าง หลังจากที่ทรงมีรับสั่งในวันนั้น เงินบริจาคเข้ามาตลอด เรียกได้ว่ามีจำนวนเพียงพอ แล้วก็ไม่เคยหยุด ไม่ว่าจะยามวิกฤตหรือไม่ก็ตาม จำนวนเงินที่ได้รับบริจาคก็ยังคงเส้นคงวาอยู่ตลอด เพราะฉะนั้นคำว่า"ศรัทธา"จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนา รวมถึงการพัฒนาและแก้ปัญหาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าแก้ตรงจุดนี้ไม่ได้ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้

ดังนั้น ต้องพัฒนาคนและอาศัย "ศรัทธา" การพัฒนาจึงจะประสบความสำเร็จ โดยตั้งแต่ปี ๒๕๓๑ เป็นต้นมาจนกระทั่งปี ๒๕๔๒ ผมจึงมี ๒ มือถือ มือหนึ่งคือมือของหน่วยราชการ เป็นเลขาธิการ กปร ใช้งบของทางราชการ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งคือ เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ใช้งบส่วนพระองค์ ดังนั้นหลังจากตั้งมูลนิธิฯ ขึ้นมาแล้วงานจึงไม่สะดุด เนื่องจากมูลนิธิชัยพัฒนา สามารถทำงานได้ ๒๔ ชั่วโมง สามารถสั่งเดี๋ยวนั้นออกได้เดี๋ยวนั้นเลย หรือสามารถออกไปก่อน หรือจะใช้ไปเลยก็ได้ ถ้าทางนี้กระบวนการช้า จะมาใช้ทีหลังก็ยังได้ เพราะฉะนั้น ก็ทำให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารงานมาก

ผมดำรงตำแหน่งเลขาธิการฯทั้ง ๒ แห่ง จนกระทั่งผมเกษียณในปี ๒๕๔๒ จึงแยกสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนาออกมาอยู่ที่สนามเสือป่า แต่ว่างานก็ยังเดินคู่กันไป กล่าวคือ พอมูลนิธิชัยพัฒนาพบกับปัญหางานโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นโครงการใหญ่ๆ ต้องใช้งบประมาณมาก เราก็จะส่งไปที่ สำนักงาน กปร.ซึ่งจะรับช่วงต่อ ในมุมกลับกัน หากสำนักงาน กปร พบปัญหาอะไร เช่น ไม่สามารถเบิกงบประมาณได้ทัน แต่จะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน ก็ส่งมาให้มูลนิธิชัยพัฒนา และพระองค์ทรงมีรับสั่งให้ทั้ง ๒ หน่วยงานไปอยู่ด้วยกัน โดยวันที่ ๙ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๔ เราก็จะย้ายสำนักงานไปอยู่ด้วยกันตรงบริเวณหลังอนุเสาวรีย์รัชกาลที่ ๘ เชิงสะพานพระราม ๘

ตลอดชั่วเวลาที่ได้ถวายงาน ทำให้ได้เรียนรู้อีกอย่างหนึ่งว่า ระหว่างที่พระองค์ทรงงานพัฒนาอยู่นั้น จะทรงสร้างระบบบริหารไปด้วย เป็นสิ่งที่น่าทึ่งที่นักพัฒนาทุกคนควรคำนึงถึงด้วย เช่น การพัฒนาชนบทควรใช้กระบวนการอย่างนี้ จะต้องสร้างกลไกอะไรบ้างเพื่อให้งานพัฒนาบรรลุผล ดังจะเห็นว่า ทรงให้จัดตั้งมูลนิธิต่างๆโดยแต่ละมูลนิธิมีหน้าที่ต่างกันไป เมื่อเกิดภัยพิบัติ น้ำท่วม ไฟไหม้ หรือสึนามิ มูลนิธิต่างๆเช่น มูลนิธิราชประชานุเคราะห์จะรีบออกไปแจกถุงยังชีพก่อน ช่วงนั้นแม้นจะไม่เห็นมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นข่าวในการให้ความช่วยเหลือ แต่แท้ที่จริงแล้วมูลนิธิชัยพัฒนาได้เริ่มงานแล้วโดยนำทีมลงไปสำรวจเก็บข้อมูลในพื้นที่ และให้ความช่วยเหลือในรายละเอียดในเรื่องอื่นๆที่ทุกคนคาดไม่ถึง เช่น การแจกเมล็ดพันธ์พืชเพื่อช่วยเหลือคนในพื้นที่ๆประสบภัย แต่ละคนจะได้รับไม่เหมือนกัน เราต้องศึกษาถึงความต้องการและความจำเป็นของเขาด้วย อาจจะแจกเมล็ดแตงโมไปสัก ๕ กล่อง สำหรับปลูกไว้ขาย เมล็ดผักบุ้งอีก ๒ กล่อง เมล็ดคะน้าอีก ๒ กล่อง สำหรับปลูกไว้กินและขายเป็นต้น

นอกจากนี้การให้ความช่วยเหลือจะต้องมีการบูรณาการ เห็นตัวอย่างได้ชัดจากเหตุการณ์สึนามิ ในเบื้องต้นต้องสร้างบ้านให้ประชาชนได้อยู่อาศัย แต่การสร้างนี้ไม่ใช่สร้างบ้านให้อยู่เท่านั้น ต้นแบบของบ้านที่มูลนิธิชัยพัฒนาวางไว้ สร้างไว้โดยคิดถึงวิถีชีวิตของประชาชนที่เปลี่ยนไปด้วย ซึ่งขณะนี้เหตุการณ์สึนามิผ่านไป กว่า ๖ ปี งานยังไม่สิ้นสุด แต่ยังต้องเชื่อมโยงบูรณาการถึงเรื่องการพัฒนาอาชีพอย่างต่อเนื่อง โดยได้นำเด็กๆไปฝึกเรียนวิชาการโรงแรม เมื่อจบแล้วให้เขาใช้บ้าน ๑๐ หลัง มาทำเป็นโฮมสเตย์ ให้เขาจัดระบบบริหารจัดการกันเอง เพื่อยึดเป็นอาชีพอีกทางหนึ่ง โดยเขายังสามารถจับปลาไปขายได้ และเราก็มีโรงงานแปรรูปรับซื้ออยู่ นำมาแปรรูปเป็นกะปิ น้ำปลา ปลาหยอง แฮมปลา และสเต็กปลา ส่งขายโรงแรม เป็นอาชีพต่อเนื่องไปไม่รู้จบและครบรอบด้าน

 

รับปรึกษาการบริหารจัดการโรงแรม

พิมพ์ PDF

เนื่องจากขณะนี้มีโรงแรม SMEs หลายแห่งด้วยกันที่ประสบปัญหาเรื่องการบริหารจัดการธุรกิจ ผมในฐานะที่เคยบริหารโรงแรมมาหลายแห่ง เข้าใจปัญหาต่างๆของโรงแรม SMEs เป็นอย่างดี มีความต้องการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการและผู้บริหาร แต่เนื่องจากผมต้องการคุณภาพ จึงสามารถรับเป็นที่ปรึกษาและเป็นโค้ชส่วนตัวให้ได้แค่ 3 รายต่อปี สำหรับปี 2555 ผมได้รับเป็นโค้ชส่วนตัวให้กับผู้บริหารโรงแรมท่านหนึ่งไปแล้ว จึงสามารถรับเป็นที่ปรึกษาและเป็นโค้ชได้อีกแค่ 2 ราย ในปี 2555 นี้ ผู้ใดสนใจติดต่อผมได้โดยตรงที่เบอร์ 089-1381950 หรือ e-mail : อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 

อันตรายจาก Food Center

พิมพ์ PDF

การวางจานอาหารจองโต๊ะที่ Food Center ไว้     แล้วเดินไปซื้ออย่างอื่นเพิ่มเติม อาจเป็นอันตราย    

ระวังตัวเองดีๆ นะ
ด้วยความปรารถนาดีจาก  
Intelligent  Living

นางผาสุก อายุ ๒๘ ปี เข้าไปจับจ่ายซื้อของที่
ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เมื่อรู้สึกหิว จึงแวะที่
ศูนย์อาหารของห้าง

ที่นั่นมีผู้คนพลุกพล่าน เธอจึงไม่ทันสังเกตถึงสายตา
ประสงค์ร้ายสองคู่กำลังจับจ้องตนเองซึ่งมีเครื่อง
ประดับมีค่าบนตัวเป็นเป้าหมาย

ผาสุกทิ้งอาหารไว้บนโต๊ะเพื่อไปซื้อเครื่องดื่ม
จึงเป็นโอกาสของคนร้ายที่จะลงมือปฏิบัติการ
จริยา(นังนกต่อ)
1 ในแก็งฟ้าสฟู้ด ซึ่งนั่งห่าง
ออกไปไม่ไกลก็นักรีบเดินมาที่โต๊ะของผาสุก

ทำทีเป็นหยิบทิชชูบนโต๊ะ
ด้วยความรวดเร็วแอบเทยานอนหลับอย่างแรง
ใส่ลงไปในอาหารที่ผาสุกวางทิ้งไว้
แล้วทำทีเป็นเดินเลือกซื้ออาหารตามร้าน


ผาสุกกลับมาที่โต๊ะพร้อมน้ำดื่มและเริ่มต้น
รับประทานอาหาร ขณะที่จริยาก็หาที่นั่งที่ใกล้ที่สุด....ทำทีดื่มน้ำ


'
ตอนนั้นไม่ได้สงสัยอะไร ที่ผู้หญิงคนนั้นเขามานั่งใกล้ ๆ เพราะ
Food Center
มันก็เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว   อีกอย่าง
เห็นว่าเขาเป็นผู้หญิงด้วยกัน
' ผาสุกให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ


เพียงเวลาไม่นานที่ผาสุกรับประทานอาหารผสมยานอนหลับเข้าไป
เธอก็เริ่มง่วงและมึนศีรษะ และนั่นคือโอกาสของแก็งมิจฉาชีพ
จริยาตรงรี่เข้าไปทันที
' ขอโทษค่ะ คืออยากจะถามว่า

แผนกเครื่องสำอางนี่อยู่ชั้นไหน
' ผาสุกพยายามตั้งสติแต่

ความง่วงมึนงงมันก่อตัวขึ้นรวดเร็วจนควบคุมไม่ได้

" คุณเป็นอะไรไปคะ...ไม่สบายหรือคะ "
จริยารีบเข้าประคองผาสุกให้ลุกขึ้น ซึ่งเธอก็หมดแรงจะขัดขืน
" ฉันจะพยุงไปนะคะ สงสัยต้องไปโรงพยาบาลแล้วล่ะค่ะ "
จริยา (นังนกต่อ) ประคองกึ่งลากผาสุกออกไปจากบริเวณนั้น
โดยมีสายตาหลายคู่จ้องตามไป แต่ไม่มีใครสงสัย
เพราะภาพที่เห็นทำให้คิดว่าผู้หญิงคนหนึ่งไม่สบาย
และเพื่อนกำลังพาออกไปเท่านั้น
ไม่มีใคร
สังเกตก่อนหน้านี้ว่าใครเป็นใคร มาคนเดียว
หรือมากับใคร นอกจากมิจฉาชีพเท่านั้น!
ผาสุกให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไปว่า

"
ตอนนั้นเท่าที่จำได้ก็คือรู้สึกมึนงง   เวียนหัว
คล้ายจะเป็นลม
  หนังตามันจะปิดซะให้ได้
ฉันพยายามสู้กับมัน พยายามจะไม่หลับ แต่ก็
ไม่มีแรง รู้แต่ว่ามีคนประคอง "


จริยานางนกต่อพยายามพยุงเหยื่อที่ใกล้
หมดสติไปยังจุดนัดพบ ซึ่งที่นั้นไกรสร
  สมาชิกร่วมแก๊ง
ทำทีเป็นคนขับวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง คอยท่าอยู่แล้ว

ไกรสรตะโกนถาม
" มอเตอร์ไซค์มั้ยพี่ "  
จริยารีบตอบ " ไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด "
เพียงเท่านี้..ก็ขจัดความสงสัยของคนรอบๆ ไปได้แล้ว
จริยาก็พยุงผาสุกขึ้นรถจักรยานยนต์ซ้อนสามไปด้วยกัน (บางแก๊งก็เป็นรถโดยสารประเภทอื่น)
แน่นอน คนร้ายมิได้นำเธอส่งโรงพยาบาล แต่กลับพา
ไปยังบ้านพักของตนเองที่ถนนลาดหญ้า เขตคลองสาน


เมื่อไปถึง..ผาสุกพยายามลืมตามองรอบๆ ก่อนจะอาเจียน
ออกมาจนหมด สองมิจฉาชีพรีบประคองผาสุก
เข้าไปภายใน มงคลหัวหน้าแก็งซึ่งรออยู่แล้ว
ละลายยานอนหลับให้หญิงสาวดื่มอีก แต่คราวนี้
เธอปัดป้องจึงถูกจับกรอกแทน ทั้งคู่ช่วยกันปลดทรัพย์
จริยา(นางนกต่อ) หยิบกระเป๋าสตางค์ของผาสุกออก
ดูบัตรประชาชน " อยู่ไหน " เสียงมงคลถาม

"
แถวเยาวราช " จริยาตอบ มงคลพยักเพยิดให้จริยาออกไปแล้ว
จัดการปลดกระดุมเสื้อผาสุกหมายจะข่มขืน
ซึ่งพวกมันมักจะทำเป็นประจำภายหลังจากรูดทรัพย์แล้ว

แต่ครั้งนี้เหยื่อไม่มีท่าทีจะหมดสติเอาง่ายๆ


" ที่ฉันจำสถานที่ได้ เพราะฉันเคยไปมาก่อน และคง
เป็นเพราะฉันอาเจียนออกมาหมดด้วย " ผาสุกให้การต่อไป
" ตอนที่มาถึงบ้านคนร้าย ก็พยายามสำรวจว่าเราอยู่ที่ไหน
รู้สึกว่ามันผิดปกติแล้ว แต่ไม่มีแรง พวกมันเอาน้ำมาให้กิน
แต่คิดว่าเป็นยานอนหลับอีก ไอ้คนที่เป็นหัวหน้าพยายาม
ลวนลาม
  ฉันเลยรวบรวมสติขัดขืน มันก็คงร้อนตัว "

เมื่อเห็นว่าเหยื่อยังมีสติ คนร้ายจึงรีบร้อนพาเหยื่อ
ออกจากบ้านโดยเร็ว คราวนี้ด้วยรถแท๊กซี่ซึ่งเป็นพวกเดียวกัน
นำเธอไปทิ้งไว้ไม่ไกลจากบ้านของเธอเอง

" ตอนนั้นฉันเกือบจะไม่ได้สติแล้ว แต่ยังจำได้ว่า
เป็นซอยบ้าน จึงพยายามเดินไปให้ถึง
พอถึงบ้านก็หลับเป็นตายเลย "

ผาสุกสรุปคำให้การ.......เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง
ภายหลังจากที่พยายามทบทวนเหตุการณ์อย่างหนัก
เธอก็จำได้ว่าสถานที่ที่ถูกพาไปรูดทรัพย์นั้น
ตนเองเคยไปทำธุระมาก่อนเมื่อไม่นานมานี้
เธอจึงชวนน้องสาวไปแอบดูสถานที่เพื่อความแน่ใจ


"
ใช่ ใช่ แน่แน่ นั่นไงมอเตอร์ไซค์ คันนั้น นั่นไงรอยอ้วกของพี่ "

พฤติกรรมของมิจฉาชีพเหล่านี้ จะยังสามารถกระทำ
กับเหยื่อรายอื่นต่อไปได้อีกหลายครั้ง
ถ้านางผาสุก
ไม่ตัดสินใจเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ความจริงตำรวจก็ได้รับข้อมูลพฤติกรรมและกำลัง
ติดตามสืบแก๊งคนร้ายพวกนี้อยู่   แต่ที่ผ่านมา
ไม่มีการแจ้งความ   บางคนเป็นพยาบาล บางคนเป็นนักธุรกิจ
ยิ่งถ้าโดนข่มขืนด้วยก็คงรู้สึกอับอาย เลยไม่มาแจ้งความ
คราวนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบตัวได้ทั้งแก๊ง พร้อมคำสารภาพ


" ผมจะคอยเฝ้าดูอยู่ที่
Food Center ตามห้างต่างๆ
คอยดูคนที่มีทองเยอะ ๆ ท่าทางฐานะดี

ทำมาหลายครั้ง กว่า ๒๐ ครั้งได้ ยานอนหลับจะใช้อย่างแรงเลย
ซื้อจากร้านขายยาที่บางแค เอามาบดผสมน้ำ
ที่ผ่านมามักจะเป็นผู้หญิง รูดทรัพย์แล้วก็ข่มขืนด้วย
เพื่อให้เขาไม่กล้าแจ้งความ "  


 


หน้า 402 จาก 415
Home

About Us

ศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) เป็นองค์กรที่พัฒนาและจัดทำโครงการเพื่อทำประโยชน์ให้สังคม เป็นองค์กรสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐ ช่วยแก้ปัญหาผู้ประกอบการภาคธุรกิจบริการที่ขาดแคลนบุคลากรที่มีมาตรฐานในการให้บริการ
อ่านเพิ่มเติม

มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์

 iHDC Profile
บัญชีรายชื่อกรรมการ
ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน การเปลี่ยนแปลงกรรมการของมูลนิธิ
เอกสารประชาสัมพันธ์ โครงการ HMTC.pdf
เอกสารแนะนำโครงการ HMTC 1.pdf
เอกสารโครงการ HMTC 2 คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ.pdf
iHDC นิติบุคคล.pdf
iHDC บุคคล.pdf
iHDC บุคคลเครือข่าย.pdf
รายงานการประชุม 6 มีนาคม 2560.pdf
ข้อบังคับมูลนิธิ
ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ
Ihdc-Profile and Roadmap 2016-2019 Mar 23 2560.pdf
รายงานการประชุมใหญ่คณะกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ 2559.pdf
คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ สาขาวิชาชีพ.pdf
รายงานการประชุมใหญ่วันที่ 18 ธ ค 2558 v 3.pdf
รายงานการประชุม วันที่ 24 ธันวาคม 2557 updated 4 มีนาคม 2558.pdf
iHDC-invitation Letter.doc
iHDC-Member Form Thai.doc
iHDC-Member Form English.doc
รายงานการประชุมกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ วันที่ 15 มกราคม 2556 ฉบับสมบูรณ์

Login


แบบสำรวจ

สถิติเว็บไซด์

สมาชิก : 1973
Content : 2280
เว็บลิงก์ : 24
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 4715037

facebook

Twitter


ล่าสุด

บทความเก่า