Thaiihdc.org

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร
Thaiihdc.org

กรณีศึกษา โรงแรมสยามเบย์วิว และ โรงแรมสยสมเบย์ชอร์

พิมพ์ PDF

กรณีศึกษา โรงแรมสยามเบย์วิว และ โรงแรมสยสมเบย์ชอร์

            คุณณรงค์ เสาวลักษณ์ (อดีตลูกค้าซื้อตั๋วเครื่องบิน) ชวนผมทำงานตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายโรงแรมสยามเบย์วิว พัทยา  คุณณรงค์ เป็นผู้อำนวยการบริหาร และคุณกมลา สุโกศล เป็นเจ้าของโรงแรม เป็นโอกาสและโชคของผมที่ได้รับการเสนองานในตำแหน่งนี้  ทั้งๆที่ผมยังไม่เคยทำงานโรงแรมมาก่อน  ผมมีความชำนาญด้านการขายตั๋วเครื่องบิน ลูกค้าส่วนมากที่ซื้อตั๋วเครื่องบินกับผมเป็นนักธุรกิจ เดินทางหลายประเทศ และมีกำหนดช่วงเวลาการเดินทางที่จำกัด จึงต้องมีผู้เชียวชาญจัดตารางการเดินทางให้ ผมเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญในข่วงนั้น ลูกค้าของผมจะเรียกใช้บริการกับผมทุกครั้งที่มีการเดินทาง  และผมไม่เคยทำให้ลูกค้าคนใดผิดหวัง  ทำให้คุณณรงค์ ไว้ใจและเสนอตำแหน่งนี้ให้ผม

ผมเข้าทำงานที่โรงแรมสยามเบย์วิวตั้งแต่โรงแรมยังสร้างไม่เสร็จ  ทำให้ผมมีเวลาเรียนรู้งานด้านโรงแรมอย่างเต็มที่ มีโอกาสร่วมเปิดโรงแรม ถือว่าเป็นงานที่ยากที่สุดของการบริหารโรงแรม คุณณรงค์ ให้โอกาสผมได้เรียนรู้  ให้คำปรึกษาและแนะนำสั่งสอนผมอย่างใกล้ชิด ประกอบกับผมเป็นคนขยันและเรียนรู้ตลอดเวลา ทำให้ผมไปได้เร็ว สามารถทำงานให้สำเร็จลุล่วงเกินเป้าหมาย  ผมทำงานโดยไม่มีวันหยุด วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ ผมทำงานที่กรุงเทพ สำนักงานอยู่ที่สยามสแควร์ วันเสาร์เช้า จะเดินทางไปพัทยา เพื่อประชุมร่วมกับหัวหน้าแผนกต่างๆโดยมีคุณณรงค์ เป็นประธานการประชุม (การเข้าร่วมประชุมทำให้ผมได้เรียนรู้เร็วขึ้น) นอกจากการประชุม ผมยังเข้าไปศึกษางานของแต่ละแผนก  ทำให้ทราบปัญหา และความพร้อมของแต่ละส่วน ทำให้รู้จุดอ่อนจุดแข็ง เพื่อนำไปใช้ในการพิจารณาเลือกลูกค้าที่เหมาะสมกับการบริการของเรา ผมใช้เวลาในคืนวันเสาร์ เลี้ยงรับรองลูกค้า และจะเดินทางกลับกรุงเทพบ่ายวันอาทิตย์

หลังจากทำงานได้ไม่นานก็ได้รับมอบหมายให้ดูแลโรงแรมสยามเบย์ชอร์ อีกโรงแรมหนึ่ง ต้องทำงานหนักขึ้นแต่ก็สนุกกับงาน และโชคดีที่ ผู้จัดการสำนักงานที่กรุงเทพของทั้งสองโรงแรม เก่งมาก จบจากประเทศอังกฤษทั้งคู่ ช่วยเหลืองานเอกสาร และดูแลควบคุมการรับจองห้องพักได้ดีเยี่ยม  ทำให้แบ่งเบาภาระผมได้อย่างมาก คุณณรงค์ เจ้านายของผมเก่งมาก เป็น 1ใน 5 ของผู้บริหารโรงแรมที่เป็นคนไทยที่เก่งและมีค่าตัวมากที่สุดในเวลานั้น ผมขึ้นตรงกับคุณณรงค์ ทั้งๆที่ตามตำแหน่งแล้วผมต้องขึ้นกับ Room Division หรือ General Manager ผมทำงานได้ 2 ปี คุณณรงค์ไม่ต่อสัญญาบริหารโรงแรมสยามเบย์วิวและสยามเบย์ชอร์ คุณกมลา ไม่หาคนมาแทน และเข้ามาบริหารเองเต็มตัว ว่าจ้างผู้จัดการฝรั่งเข้ามาเป็นผู้จัดการทั่วไป แทนผู้จัดการชุดเก่าของคุณณรงค์

ผมยังอยู่ในตำแหน่งเดิมแต่เพิ่มงานส่วนตลาดต่างประเทศที่เดิมคุณณรงค์ทำอยู่มาทำแทน มีอำนาจในการอนุมุติหลายๆอย่างที่เดิมต้องขออนุมัติจากคุณณรงค์ คุณกมลาได้เฝ้ามองการทำงานของผมมาตลอด และพอใจผมค่อนข้างมาก ให้ผมขึ้นตรงกับคุณกมลา แทนที่จะขึ้นกับผู้จัดการทั่วไป  ไม่มีใครกล้าโต้แย้งคุณกมลา มีผมเพียงผู้เดียวที่กล้าขัดและให้เหตุผล  คุณกมลาเคยต่อว่าผมในสิ่งที่ผมอนุมัติ และเรียกคืนอำนาจที่ผมสามารถอนุมัติได้เป็นต้องขออนุมัติจากคุณกมลาแทน แต่ไม่เกิน 2 อาทิตย์ก็ต้องคืนอำนาจให้ผมเป็นผู้ดำเนินการอนุมัติได้เอง คุณณรงค์ที่ว่าเก่งเรื่องการตลาด แต่คุณกมลาเก่งกว่า ผมเรียนรู้เรื่องการตลาดและการเป็นนักธุรกิจจากคุณกมลา ทำให้เข้าใจมุมมองของนักธุรกิจ ผมรักและเคารพคุณกมลามาก (เหมือนญาติผู้ใหญ่)

ท่านเป็นทั้งเจ้าของและนักบริหารโรงแรมที่ผมยกย่องที่สุด ผมเสียดายที่ไม่ฟังท่าน ผมพลาดโอกาส ไปถึง 2 ครั้ง จนทำให้ท่านโกรธในความโง่ของผม ผมเชื่อว่าช่วงที่ผมทำงานให้คุณกมลา ท่านให้ความเมตตาผมมาก ท่านเป็นเจ้านายคนเดียวที่ออกหนังสือตักเตือนผม แต่ผมก็ไม่เคยโกรธท่าน เพราะผมเป็นผู้หาเรื่องใส่ตัวเอง ท่านเข้าใจผิดคิดว่าผมโกรธท่านทำให้ผมลาออก

คุณกมลาต้องการที่จะให้ผมเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ เพื่อไปติดต่อลูกค้า แต่ผมเห็นว่าลูกค้าจากสิงคโปร์ใช้เราอยู่แล้วและขึ้นอยู่กับเอเยนที่ประเทศไทย ผมจึงไม่ไปเพราะเห็นว่าไม่คุ้มกับค่าใช้จ่าย บังเอิญ คุณเถกิง สวัสดิพันธ์ เจ้าของเถกิงทัวร์ (เจ้านายเก่า)  ขอให้ผมช่วยเป็นหัวหน้าทัวร์นำนักท่องเที่ยวของเถกิงทัวร์ไปเที่ยวสิงคโปร์ ผมดูโปรแกรม และเห็นว่ามีวันว่างปล่อยให้ลูกทัวร์เที่ยวกันเอง ถึง 2 วัน ผมสามารถใช้วันดังกล่าวไปพบเอเยนในสิงคโปร์ได้ตามที่คุณกมลาต้องการ เท่ากับผมได้ทำงานสองงานในเวลาเดียวกัน ได้ตอบแทนเจ้านายเก่า และได้ทำงานให้เจ้านายปัจจุบันโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ผมตอบตกลงกับคุณเถกิง บังเอิญช่วงนั้นคุณกมลาไปอเมริกา ผมจึงไปแจ้งให้ผู้จัดการโรงแรมสยามเบย์วิวรับทราบตามมารยาท เพราะปกติผมไม่ได้ขออนุญาตอะไรจากผู้จัดการ เมื่อผู้จัดการฝรั่งทราบเรื่องจากผม เขาได้สั่งไม่ให้ผมไป ผมจึงได้อธิบายว่า ผมทำงาน 7 วัน มากว่า 4 ปี โดยไม่มีวันหยุด สามารถใช้วันหยุดลาได้ และผมไม่ได้ขึ้นกับเขาที่มาบอกนี่ทำตามมารยาทแต่ไม่ได้มาขออนุมัติ ผู้จัดการฝรั่งทำท่ายียวนมากและพูดแต่คำว่า No  ผมจึงวิ่งเข้าไปชก แต่ไม่ทันถูกและมีคนมาแยก เมื่อคุณแม่และคุณน้าของคุณกมลาทราบเรื่องจึงเรียกผมไปสอบถามเรื่องราวและได้อนุมัติให้ผมไปได้ เรื่องน่าจะจบด้วยดี แต่ผมหาเรื่องเอง เมื่อคุณกมลากลับมาผมได้เขียนจดหมายถึงคุณกมลา และด่าผู้จัดการฝรั่งคนนั้น คุณกมลาโกรธมาก พูดกับคนใกล้ชิดว่า ผมด่าผู้จัดการก็เหมือนกับด่าคุณกมลา เพราะคุณกมลาเป็นผู้เลือกผู้จัดการ คุณกมลาไม่พูดกับผมร่วม 3 เดือน และออกหนังสือตักเตือนผม ผมไม่เคยโกรธท่านเลยและเห็นว่าท่านทำถูก เพราะการกระทำของผมทำให้เสียระบบการปกครอง

ผมได้รับการเชิญให้ไปเป็นผู้อำนวยการบริหารที่โรงแรมปอยหลวง เชียงใหม่ เห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีจะได้เข้าบริหารโรงแรมเต็มตัว จึงไปขอลาออกจากคุณกมลา แต่คุณกมลาไม่ยอมให้ลาออก และไม่พิจารณาหนังสือลาออก โดยให้เหตุผลว่า ผมไม่มีความสามารถกับตำแหน่งที่เขาเสนอให้ ตำแหน่งนี้สูงเกินไป  ทำให้ผมคิดว่าดูถูกผม ควรจะปล่อยให้ผมไปทดลองดู และถ้าไม่ได้จริงๆให้กลับมา ในที่สุดคุณกมลาก็ไม่ยอมอนุมัติใบลาของผม และผมก็ไปเพราะเห็นว่าเป็นโอกาสของผม ไม่มีการเลี้ยงลา (ทราบจากคนใกล้ชิดว่าคุณกมลาเข้าใจว่าผมไม่รักท่านจริงทิ้งท่านไป ประกอบกับยังโกรธเรื่องที่ผมไปด่าผู้จัดการ และเข้าใจว่าผมโกรธท่านที่ให้ใบเตือนผม ความจริงถ้าท่านพูดว่าอย่าทิ้งท่านเหมือนกับที่พูดกับคนอื่น ผมไม่มีวันไปจากท่าน ) เป็นการเสียโอกาสครั้งที่หนึ่งของผมที่ไม่เชื่อฟังท่าน

ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท

15 พฤศจิกายน 2553

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 13 กันยายน 2011 เวลา 18:10 น.
 

กรณีศึกษาบริษัทเถกิงทัวร์

พิมพ์ PDF

กรณีศึกษาบริษัทเถกิงทัวร์

คุณเถกิง สวัสดิพันธ์ เจ้าของบริษัทเถกิงทัวร์ เคยเป็นครูสอนหนังสือ และเป็นผู้จัดการทั่วไปของบริษัท ทัวร์รอแยล ในยุคแรก ได้สร้างชื่อเสียงและเรียกลูกค้าให้กับทัวร์รอแยล คุณเถกิงทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์ออกทัวร์เอง มีความสามารถในการฝึกลูกน้องให้เป็นคนเก่งได้เป็นจำนวนมาก ผมเองก็ได้รับการฝึกจากคุณเถกิง หลังจากลูกชายและลูกสาวของเจ้าของบริษัททัวร์รอแยล จบการศึกษาจากต่างประเทศ ได้เข้ามาบริหารบริษัททัวร์รอแยล มีการเปลี่ยนแผนธุรกิจ เปลี่ยนกลุ่มลูกค้า จากเดิมที่เน้นการจัดนำเที่ยวในประเทศและต่างประเทศให้กับลูกค้าคนไทยโดยตรง  เปลี่ยนเป็นเน้นการเป็นตัวแทนขายตั๋วเครื่องบิน Air Cargo   Inbound Tour Operator  เจ้าของลงทุนขยายบริษัท รับผู้บริหารระดับสูงจากสายการบินและโรงแรม หลายตำแหน่ง ทำให้บทบาทของคุณเถกิงลดน้อยลง คุณเถกิงจึงลาออกจากบริษัททัวร์รอแยล และไปเปิดบริษัทเถกิงทัวร์  อยู่ที่เพลินจิต

คุณเถกิงได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจากลูกค้าเก่าในการเปิดบริษัท  สมัยนั้น บริษัทชั้นนำที่ทำทัวร์ให้คนไทยเที่ยว แบ่งออกเป็น 2 ตลาด ตลาดคนไทยจีน  ได้แก่บริษัท รุ่งทรัพทย์ทัวร์  และบริษัทเฮงเชียงทัวร์  สำหรับตลาดคนไทยแท้ ได้แก่ President Tour และ Tour Royale หลังจากคุณเถกิง แยกตัวไปเปิด เถกิงทัวร์ เถกิงทัวร์ก็เข้ามาแทนที่ Tour Royal  สำหรับ Tour Royale เมื่อเสียลูกค้าเดิมให้กับเถกิงทัวร์ ก็ไม่ได้ทำให้บริษัทเล็กลง แต่กลับขยายใหญ่โตมากขึ้นกว่าเดิม ได้เปลี่ยนไปจับตลาดอื่นแทน ไปแข่งขันกับ World Travel Services  Diethelm Travel  และ Siam Express ซึ่งเป็นตลาด Inter (ระดับนานาชาติ) ให้บริการด้านตั๋วเครื่องบิน Air Cargo, Inbound Tour Operator, Outbound Tour Operator

บริษัทเถกิงทัวร์เน้นการทำทัวร์คนไทยเที่ยวในประเทศ และเที่ยวต่างประเทศ รับนักศึกษาที่จบจากมหาวิทยาลัยศิลปากร เข้าเป็นพนักงานมัคุเทศก์ ผมเองได้เข้าไปช่วยงานคุณเถกิงในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขาย ลูกค้าเก่าๆของผมด้านตั๋วเครื่องบินติดตามผมไปเป็นลูกค้าของเถกิงทัวร์  ผมอยู่กับเถกิงทัวร์ได้ปีกว่าๆก็ถูก Tour Royale เรียกตัวกลับ เถกิงทัวร์เจริญก้าวหน้าและขยายกิจการอย่างมั่นคง สามารถซื้อตึกของตัวเองที่ ศูนย์การค้าเมโทร และมีรถทัวร์ของตัวเองเป็นจำนวนมาก ต่อมาได้พยายามทำ  Inbound Tour Operator แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ บริษัทเถกิงทัวร์สร้างมัคุเทศก์เก่งๆหลายคน มีการแต่งตั้งผู้จัดการหลายคนในแต่ละยุค หุ้นส่วนและผู้จัดการสมัยเริ่มก่อตั้ง รวมทั้งน้องชายคุณเถกิงเอง ได้แยกตัวไปเปิดบริษัทท่องเที่ยว และเปิดทำธุรกิจโรงแรมที่เกาะสมุย  ส่วนมากไม่ประสบผลสำเร็จ ต้องเลิกล้มกิจการไปหลายราย ที่ยังดำเนินธุรกิจอยู่ก็ไม่โดดเด่นมากนัก คุณเถกิงเองระยะหลังก็ไปทุ่มกับการซื้อขายที่ดิน และดูแลเรื่องบริษัทท่องเที่ยวน้อยลง  ได้ข่าวว่ามีปัญหาบ้าง ขณะนี้ลูกสาวเข้ามาช่วยบริหาร อย่างไรก็ตามบริษัทเถกิงทัวร์ก็ยังเป็นบริษัทท่องเที่ยวแนวหน้าของประเทศไทยอยู่จนทุกวันนี้ ผมไม่ได้ติดตามข่าวคราวของบริษัทเถกิงทัวร์เป็นเวลานานแล้ว เนื่องจากภารกิจที่ทำอยู่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับ เถกิงทัวร์ ประกอบกับ เวลาว่างระหว่างผมและคุณเถกิงไม่ค่อยตรงกัน ส่วนมากจะได้รับข่าวคราวของคุณเถกิงผ่านลูกน้องเก่าๆที่ได้ดิบได้ดีเพราะคุณเถกิง เล่าให้ฟัง บริษัทท่องเที่ยวทั่วๆไปมักจะรุ่งเรื่องแค่ generation เดียว พอมาถึง generation ที่ 2 จะไม่โดดเด่นเหมือนสมัยผู้ก่อตั้ง และมักจะจบลงที่ generation ที่สอง

ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท

14 พฤศจิกายน

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 13 กันยายน 2011 เวลา 18:10 น.
 

กรณีศึกษาโรงแรมปอยหลวง

พิมพ์ PDF

กรณีศึกษาโรงแรมปอยหลวง

            ระหว่างที่ผมทำงานให้กับโรงแรมสยามเบย์วิว และโรงแรมสยามเบย์ชอร์ ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขาย คุณวิมล ผู้จัดการโรงแรมลิเบอร์ตี้ สะพานควาย (เคยไปทัวร์ต่างประเทศที่มีผมเป็นหัวหน้าทัวร์) ติดต่อให้ผมไปพบเจ้านายคุณวิมล เพื่อเชิญผมไปบริหารโรงแรมปอยหลวง ที่จังหวัดเชียงใหม่

            คุณทิพย์เจ้านายคุณวิมล ไม่พอใจการบริหารจัดการของผู้จัดการทั่วไปโรงแรมปอยหลวง แต่ไม่กล้าปลดผู้จัดการทั่วไป จึงต้องการจ้างผมในตำแหน่งที่สูงกว่าผู้จัดการทั่วไปเพื่อให้ไปบีบให้ผู้จัดการทั่วไปลาออกไปเอง หลังจากปรึกษาหารือในรายละเอียดต่างๆ ผมตกลงรับทำงานให้คุณทิพย์ในตำแหน่ง ผู้อำนวยการบริหาร

            คุณกมลา เจ้าของโรงแรมสยามเบย์วิวและโรงแรมสยามเบย์ชอร์ไม่อนุมัติการลาออกของผม แต่ผมไม่ได้ฟังการทักท้วงของท่าน และได้ไปทำงานที่โรงแรมปอยหลวง ทำให้คุณกมลาไม่พอใจตามที่ผมได้เคยกล่าวไว้ในบทความก่อนนี้

            ผมได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บริหารสูงสุดของโรงแรม จนบางคนเข้าใจว่าผมเป็นหุ้นส่วน ผมเข้าไปบริหารงานเพียงคนเดียวโดยไม่มีทีมเข้าไปช่วยเช่นเดียวกับผู้บริหารคนอื่นๆ คุณจิณ ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมปอยหลวง เป็นผู้จัดการที่เก่งมาก เคยทำงานเป็น Front Office Manager ที่โรงแรม Hyatt Rama Hotel มาก่อน คุณจิณเป็นผู้จัดการคนไทยที่มีฝีมือระดับแนวหน้า เพียงแต่มีปัญหาเรื่องความกระล่อนและหาผลประโยชน์เข้าตัวทำให้โรงแรมเสียรายได้ที่ควรจะได้ นอกจากคุณจิณก็มีคุณหมู หลานชายของเจ้าของ ที่คุมเรื่องการจัดซื้อ และมีอิทธิพลในแผนก F&B คุณจิณและคุณหมู เป็นผู้ที่มีอำนาจในการบริหารจัดการโรงแรมปอยหลวง มีการแบ่งผลประโยชน์อย่างลงตัว

            ผมไม่เคยคิดที่จะเอาคนออกและนำคนของผมเข้าไปแทนที่ ผมเสนอให้จ้างคุณจิณไว้อย่างเดิม เพราะเป็นคนเดียวที่มีความรู้เรื่องการบริหารจัดการโรงแรม ถือว่าเป็นผู้จัดการที่คุ้มค่าเงินเดือนเพราะคุณทิพย์ให้เงินเดือนคุณจิณน้อมมาก น้อยกว่าความสามารถของคุณจิณ ทำให้คุณจิณหารายได้อื่นทดแทน การบริหารงานของผมทำให้คุณจิณและคุณหมูไม่สามารถทำสิ่งหลายๆอย่างที่เคยทำ   การบริหารงานของผมทำให้โรงแรมฟื้นตัว สร้างชื่อเสียงขึ้นมาใหม่ มีรายได้ที่ดีขึ้น ลดช่องว่างการสูญเสีย พนักงานที่ดีๆมีขวัญและกำลังใจทำงาน ผมได้คุยกับคุณจิณอย่างลูกผู้ชาย ว่าผมไม่เอาคุณจิณ์ออก และไม่คิดที่จะแย่งตำแหน่งคุณจิณ  ผมขอเวลาแค่ 2 ปีเพื่อช่วยคุณจิณบริหารโรงแรม ขอให้เรามาร่วมมือกันบริหารโรงแรมอย่าหักหลังผมและแทงผมข้างหลัง ผมให้ความนับถือคุณจิณ และเรียกว่าพี่ทุกคำ

            ผมทำงานหนักมาก ดูแลเรื่องการตลาด (ที่ทำให้คุณจิณเสียประโยชน์) การบริหารจัดการที่ทำให้หัวหน้างานหลายๆคนไม่สบายเหมือนเดิม   ผมทำงานคนเดียวโดยไม่มีลูกน้องที่สนิทและเชื่อใจได้ เข้าไปช่วยลูกน้องเก็บโต๊ะและเก็บจานในบางครั้งที่เป็นเรื่องเร่งด่วนในการให้บริการลูกค้า  อยู่กับพนักงานทุกแผนกและทุกระดับ เข้าใจปัญหาและช่วยแก้ไขปัญหาให้ลูกน้อง ทำให้หัวหน้าบางคนไม่พอใจ เพราะเขาไม่เคยให้กับลูกน้องแบบที่ผมทำ บางคนดูถูกหาว่าผมทำตัวไม่เหมือนกับผู้จัดการ หัวหน้าหลายคนไม่ได้ทำตัวเป็นหัวหน้าที่ดีผมก็ต้องเข้าไปอบรมสั่งสอนหลายๆคนก็ไม่พอใจ ยอมรับว่าผมแรงมาก ยังไม่เข้าใจการบริหารจัดการคน ใช้อำนาจ และบางครั้งก็ใช้อารมณ์ แต่ความที่ผมเป็นคนทำงานและมีความจริงใจจึงทำให้งานออกมาดี เจ้าของพอใจ ลูกน้องระดับล่างพอใจ

            ลูกค้าชาวฝรั่งเศส ขอพบผู้จัดการเพื่อต่อว่าการบริการของโรงแรม  ผมได้เข้าไปพบและยอมรับผิดในสิ่งที่เขาต่อว่า คุยไปคุยมาเกิดถูกคอ และทราบว่าเขาเป็นผู้เชียวชาญด้านโรงแรม ผมจึงขอให้เขาอยู่พักที่โรงแรมสักหนึ่งเดือนและช่วยสอนผมเรื่องการบริหารจัดการโรงแรม ผมได้เรียนรู้การบริหารจัดการโรงแรมตัวต่อตัวกับผู้เชี่ยวชาญโรงแรมระดับสากล เราอยู่ด้วยกันตลอดเวลาตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอน ผมได้เรียนรู้จากการบริหารงานจริงในแต่ละวันเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม เราได้ร่วมการวางแผนการตลาดและการปรับปรุงโรงแรมให้เป็นสากลและยกระดับโรงแรมให้ดีขึ้น

            โรงแรมปอยหลวงถูกสร้างขึ้นเป็นโรงแรมชั้นหนึ่งของเชียงใหม่ เป็นโรงแรมที่ดีลงทุนสูงและถูกวางให้เป็นโรงแรมสำหรับการจัดสัมมนาระดับชาติ ผู้จัดการที่มีชื่อเสียงโด่งดังคือคุณฟ้าลั่น โรงแรมนี้มีประวัติไม่ค่อยจะดีนักในด้านการบริหารจัดการ ผู้บริหารเบอร์หนึ่งมักจะถูกลูกน้องโค่น เชื่อกันว่าเป็นเพราะโรงแรมสร้างค่อมคูเมือง บางกระแสก็ว่าช่วงพิธีเปิดโรงแรม ได้นิมนต์พระที่อาวุโสน้อยขึ้นเป็นประธานพิธีโรงแรมปอยหลวงไม่ประสบผลสำเร็จด้านธุรกิจ มีการขายทอดกันมาจนถึงกลุ่มของคุณทิพย์ กลุ่มคุณทิพย์เป็นนักธุรกิจคนจีนที่มีธุรกิจหลายแห่งมีทั้งโรงงาน และโรงแรมหลายแห่ง เริ่มธุรกิจโรงแรมจากโรงแรมม่านรูด การบริหารงานของผมสามารถทำให้ธุรกิจโรงแรมดีขึ้น สร้างภาพพจน์ที่ดี มีลูกค้ามาใช้บริการมากขึ้นและสร้างความพอใจให้กับเจ้าของในระดับหนึ่ง  ลูกน้องยังไม่นิ่ง มีคลื่นใต้น้ำอยู่ตลอดเวลา คุณจิณไม่จริงใจกับผมตามที่ได้ตกลง เผลอเมื่อใดเป็นได้เรื่อง ผมได้ตรวจสอบและพบการสั่งชื่อเนื้ออย่างดีจากต่างประเทศและเก็บไว้ในห้องแช่แข็งโดยไม่นำออกมาขาย และมีอะไรอีกมากมาย ไม่มีระบบในการควบคุม ทำให้เกิดการรั่วไหล

            ช่วงที่ผมออกจากโรงแรมสยามเบย์วิวและโรงแรมสยามเบย์ชอร์ได้ฝากเพื่อนเข้าทำงานกับคุณกมลาหนึ่งคน หลังจากนั้นเพื่อคนนี้ได้มาบ่นกับผมว่าไม่สามารถทนทำงานกับคุณกมลาได้ ขอให้ผมรับเขาไปช่วยทำงานกับผม ตอนแรกผมปฏิเสธเพราะไม่ต้องการเอาพวกของตัวเองเข้าไป ต้องการจะไปสร้างทีมขึ้นมาใหม่จากคนเก่าของโรงแรมนั้น แต่ทนการอ้อนวอนไม่ได้ จึงตกลงไปให้ไปช่วยดูแลเรื่อง F&B ที่โรงแรม เพื่อนคนนี้ขอให้ผมพาไปพบเจ้าของโรงแรม ผมพาซื่อนำไปพบคุณทิพย์ ระหว่างที่คุยกับคุณทิพย์ เพื่อนคนนี้ได้เรียนคุณทิพย์ว่าเขาอยากมาช่วยผมแต่คุณกมลาไม่ให้มา ขอให้ผมโทรไปขอคุณกมลา ด้วยความไม่รู้ประสีประสาของผมทำให้ผมโทรหาคุณกมลาต่อหน้าคุณทิพย์ คุณกมลาดีใจมากที่ผมโทรไปหา เพราะตอนที่ผมลาออกมาจากโรงแรมสยามเบย์วิว คุณกมลาไม่อนุมัติ แต่ผมหนี้มาเลยไม่มีโอกาสได้ลาคุณกมลาและไม่เคยติดต่อท่านอีกเลย หลังจากผมเอ่ยปากขอเพื่อนของผมมาทำงานกับผมที่ปอยหลวง คุณกมลาโกรธผมมากและบอกว่าผมโง่ ผมไม่มีวันทันเพื่อนผู้หญิงของผมคนนี้ แทนที่ผมจะฟังท่าน กับคิดว่าท่านหวงคน จึงพยายามอธิบายว่าคุณกมลามีคนช่วยหลายคนแต่ผมไม่มีคนช่วยขอให้ช่วยผมด้วย ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่ผมเสียโอกาสกับคุณกมลา หลังจากนั้นท่านโกรธและไม่สนใจผมอีกเลย

            ผมทำงานอยู่ที่กรุงเทพ 7-10 วันเพื่อดูแลเรื่องการตลาด แวะเยี่ยมเอเยน และที่เหลืออยู่โรงแรม ไม่เคยมีวันหยุด ใช้รถทัวร์เที่ยวกลางคืนเป็นพาหนะเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายให้โรงแรม เพื่อนผู้หญิงของผมนั่งเครื่องบินไปรับงานจากผมที่เชียงใหม่โดยมีเจ้าของโรงแรมคุณทิพย์นั่งเครื่องบินไปส่ง  ระหว่างทานข้าว จึงทราบว่าเพื่อนของผมสามารถพูดให้คุณทิพย์เปลี่ยนแผนการปรับปรุงโรงแรมจากแผนเดิมที่ได้พิจารณาอนุมัติไปเรียบร้อยแล้ว ผมโกรธมากที่เพื่อนเสนอโครงการอะไรไปโดยที่ตัวเองยังไม่ได้เข้ามาสัมผัสจริง ผมจึงว่าไป แต่คุณทิพย์กับเห็นว่าผมไม่ให้เกียรติกับผู้หญิงที่เขากำลังจะมาช่วยผม เป็นครั้งแรกที่คุณทิพย์แสดงความไม่พอใจผม หลังจากนั้น เพื่อนของผมก็ไม่เคยเห็นผมอยู่ในสายตา สั่งให้ทำอะไรก็ไม่ทำอ้างคุณทิพย์ตลอดเวลา ผมจึงสั่งพนักงานให้ออกจดหมายพักงานเพื่อนของผม แต่ไม่มีใครปฏิบัติตามคำสั่งผม  ภายหลังจึงมาทราบว่า คุณจิณผู้จัดการโทรไปหาคุณทิพย์ และคุณทิพย์ให้เพื่อนของผมทำงานตามปกติและคุณทิพย์จะเดินทางมาที่โรงแรมเพื่อจัดการด้วยตัวเอง เมื่อผมทราบเรื่องจึงโทรไปหาคุณทิพย์ แต่คุณทิพย์ไม่ยอมรับโทรศัพท์จากผม ผมจึงโทรหาคุณวิมล จึงทราบเรื่องทั้งหมด ผมเล่าเรื่องทั้งหมดให้คุณวิมลทราบ และฝากคุณวิมลให้ช่วยเรียนคุณทิพย์ว่าไม่ต้องมาที่โรงแรมปล่อยให้ผมจัดการเอง ถ้าคุณทิพย์มาผมก็จะลาออก

            คุณทิพย์มาที่โรงแรม และฟังรายงานจากหัวหน้าแผนกต่างๆ ก่อนที่จะฟังผม หลังจากนั้นจึงเรียกผมเข้าประชุมร่วมกับหัวหน้าแผนกอื่นๆ โดยไม่มีการพูดกับผมเป็นการส่วนตัวก่อน คุณทิพย์ได้กล่าวหาผมว่าบ้าอำนาจสั่งการผิดๆตามที่ได้รับฟังจากคนอื่นๆ ผมได้อธิบายและชี้แจ้งเหตุผลความเป็นมาต่างที่ทำให้ผมสั่งการให้ลูกน้องดำเนินการตามขั้นตอนที่เหมาะสมและถูกต้องเพื่อประโยชน์ของโรงแรมทั้งสิ้น ไม่ได้สั่งการผิดๆและไม่ได้บ้าอำนาจ  เมื่อผมชี้แจงเหตุผลจนไม่มีผู้ใดโต้แย้งได้ ผมจึงได้ประกาศลาออก  ด้วยเหตุผลว่าผมไม่มีความสามารถ คุณทิพย์ไม่ยอมและหาว่าผมน้อยใจ เมื่อทุกอย่างเป็นที่เข้าใจแล้วก็น่าจะจบกันไป ในเมื่อทุกคนหวังดีกับโรงแรมก็ขอให้ช่วยกันทำงานต่อไป แต่ผมไม่ยินยอม เพราะถือว่าผมบกพร่องที่ไม่สามารถให้เจ้านายไว้ใจและปล่อยให้ผมบริหารงานเองได้ จึงต้องพิจารราตัวเอง คุณทิพย์พยายามพูดให้ผมคิดให้ดี และถามว่าผมนับถือใครมากที่สุด ผมย้อนสวนไปทันทีว่าคุณวิมล (ลูกน้องคุณทิพย์ ผู้ที่แนะนำผมให้กับคุณทิพย์) คุณทิพย์ถึงกับนิ่ง และผมก็เดินออกไปทันที และออกจากโรงแรมเพื่อไปจองตั๋วรถไฟเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพในวันรุ่งขึ้น

ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท

27 พ.ย.2553

           

           

           

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 13 กันยายน 2011 เวลา 18:09 น.
 

กรณีศึกษาโรงแรมแม่น้ำ

พิมพ์ PDF

กรณีศึกษาโรงแรมแม่น้ำ

            เจ้าของโรงแรมแม่น้ำเป็นคนจีน อาชีพเดิมขายท่อประปา แต่ภรรยามีที่ดินมากเป็นเจ้าของอาคารพาณิชย์ทำเลทองย่านเพลินจิต ก่อนสร้างโรงแรมแม่น้ำ เป็นเจ้าของโรงแรม RS Hotel บนถนนหลานหลวง ( Royal Princess ในปัจจุบัน) โรงแรมแม่น้ำถือว่าเป็นโรงแรมที่ใช้ผู้จัดการเปลืองที่สุด ผู้จัดการที่คัดเลือกมาล้วนเป็นผู้บริหารคนไทยที่เป็นมือหนึ่งของประเทศไทยทุกคน มีทั้งผู้จัดการและที่ปรึกษา  อำนาจทุกอย่างอยู่ที่พ่อ ถึงแม้นจะมีลูกช่วยบริหารอยู่หลายคนด้วยกัน ผู้จัดการทั่วไปแต่ละคนไม่มีอำนาจเด็ดขาดในการบริหารงานทั้งหมด ส่วนมากจะให้มาดูแลเรื่องการตลาด

            ผมได้รับการติดต่อให้มาเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย แทบไม่มีอำนาจอะไร เพราะต้องขึ้นกับทีมบริหารของผู้จัดการทั่วไป เจ้าของรับผมมาเพื่อใช้ผมเป็นอาวุธต่อสู้กับผู้บริหาร ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นที่ไม่ลงลอยกัน สาเหตุที่ผมรับงานนี้เพราะ ผู้จัดการทั่วไปในขณะนั้นเป็นผู้ที่เก่งมาก มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของต่างประเทศ ผมชอบที่จะเป็นลูกน้องคนเก่งๆจะได้เรียนรู้ ส่วนเหตุผลที่สองเนื่องจากผมเป็นคนของเจ้าของ จึงคิดว่าผมจะสามารถเป็นตัวเชื่อมและทำให้ผู้บริหารและเจ้าของมีความเข้าใจกันมากขึ้น

            ผมเข้าไปรายงานตัวกับผู้จัดการทั่วไปแต่ผู้จัดการทั่วไปไม่รับผม พูดกับผมอย่างไม่ใยดีว่า เจ้าของรับคุณมาโดยไม่ได้ผ่านผม คุณก็ไปรายงานตัวกับเจ้าของ การทำงานของผมอึดอัดมาก เพราะ ผมไม่ได้รับอนุญาตให้ทำอะไรได้เลย เพราะถูกทีมงานของผู้จัดการทั่วไปกันไว้หมด เมื่อรายงานเจ้าของ เจ้าของก็ให้ทำตามเขาไปและให้รายงาน  ผมถูกกำหนดให้ทำงานในสิ่งที่ผมไม่ชอบ  มีหน้าที่คอยหาความผิดของคนอื่นและมารายงาน ผมไม่กลัวที่จะต้องรบหรือสู้กับทีมงานของผู้จัดการทั่วไป แต่ผมไม่ชอบที่จะต้องลอบแทงคนจากด้านหลัง ทั้งสองฝ่ายต่างเล่มเกมกันตลอดเวลา ผู้จัดการเป็นคนแข็งไม่ยอมเจ้าของ ส่วนเจ้าของก็พยายามดึงมือขวาของผู้จัดการทั่วไปให้มาเป็นพวกของตัว มือขวาของผู้จัดการทั่วไปก็สบายไป เพราะเป็นผู้ที่ได้ลูกเดียว พูดยกยอตัวเอง มีผลประโยชน์แอบแฝง ส่วนผมเมื่อผู้จัดการทั่วไปไม่พูดกับผม ผมก็ต้องไปทำงานอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของมือขวาผู้จัดการทั่วไป  ผมสามารถอยู่อย่างสบายได้ เล่นบทสบายๆเออออไปกับเขาไม่ต้องไปสนใจอะไร ผมรู้ทันเจ้าของและรู้ทันมือขวาของผู้จัดการทั่วไป  ผมไม่นับถือเจ้าของ และก็ไม่นับถือมือขวาผู้จัดการทั่วไป แต่ผมนับถือผู้จัดการทั่วไป เป็นคนที่มีจุดยืน และเป็นคนตรง ผมชอบทำงานกับคนแบบนี้มากกว่า แต่เสียดายที่ผู้จัดการทั่วไปไม่รับผมเป็นลูกน้องจึงไม่มีโอกาสได้เรียนรู้จากท่าน

            ในที่สุดผมตัดสินใจลาออกจากโรงแรมแม่น้ำ  ได้เข้าไปลาและเล่าความในใจของผมให้กับผู้จัดการทั่วไปทราบ ทำให้ผู้จัดการทั่วไปเข้าใจผมดีขึ้น  ผมมีความภาคภูมิใจที่ผมไม่เคยลอบกัดใคร และยอมรับว่าไม่สามารถทำงานร่วมกับคนที่ไม่มีความจริงใจได้ ผมแน่ใจว่าผมเป็นคนดี ที่ไม่ทรยศหักหลังใคร ทำงานให้ใครก็ทำอย่างเต็มที ผมเสียโอกาสถึง 2 ครั้งที่ไม่เชื่อคุณกมลา เสียใจกับการกระทำของคุณทิพย์ และการใส่ร้ายของเพื่อนและลูกน้อง แต่ผมก็มีโชคที่ได้เรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการโรงแรมจากผู้เชียวชาญ โรงแรมแม่น้ำที่เดียวที่ผมไม่ได้อะไรติดตัวมาเลย เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ ไม่สามารถทำประโยชน์อะไรให้ใครได้เลย

 

ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 13 กันยายน 2011 เวลา 18:09 น.
 

ธุรกิจท่องเที่ยวแบบยั่งยืน

พิมพ์ PDF

ธุรกิจท่องเที่ยวแบบยั่งยืน

 

 

ธุรกิจท่องเที่ยวเป็นธุรกิจที่กว้างมาก เกี่ยวข้องกับคนเป็นจำนวนมาก ประเทศไทยโชคดีที่มีทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ อันได้แก่ ป่า เขา ทะเล  แม่น้ำ สถานที่ทางประวัติศาสตร์  ศิลปะและวัฒนธรรมชีวิตความเป็นอยู่และอารยะธรรมของชุมชนต่างๆ  ล้วนเป็นสิ่งดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้มาสัมผัสกับสิ่งที่ล้ำค่าเหล่านี้

นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างยอมรับว่าประเทศไทยเป็นสวรรค์ของพวกเขา เรามีธรรมชาติที่สวยงาม หาดทรายขาว ทะเลสวย อากาศดี ค่าใช้จ่ายถูก ช่วงเดือนธันวาคมจนถึงเดือนมีนาคมนักท่องเที่ยวจากประเทศแถบยุโรป ต่างหนีหนาวจากประเทศของเขาเพื่อมาพักผ่อนที่ประเทศไทย เพราะอากาศที่ประเทศไทยอบอุ่นดีกว่าประเทศของเขาที่มีอากาศหนาวมาก แถมบางแห่งมีหิมะตก จนไม่สามารถออกจากบ้านได้ และที่สำคัญที่สุดคือค่าใช้จ่ายต่ำกว่าที่เขาอยู่ที่บ้านของเขาเอง  ดังนั้นในช่วงดังกว่านักท่องเที่ยวจากยุโรปจึงแห่กันมาประเทศไทยเป็นจำนวนมาก นักท่องเที่ยวเหล่านี้จะอยู่ในประเทศไทยอย่างน้อย ๒ อาทิตย์ จะเดินทางไปเที่ยวทางภาคกลาง และทางเหนือก่อนและจะลงใต้เพื่อพักผ่อนตามชายหาด ก่อนเดินทางกลับประเทศของเขา

มีนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นพวกหนุ่มโสด ทั้งหลายที่รู้จักประเทศไทยเป็นอย่างดีมาประเทศไทยทุกปีจนนับครั้งไม่ถ้วน พวกนี้มักจะพักอยู่แถวถนน นานา ที่กรุงเทพ หรือไม่ก็พักอยู่ที่พัทยา พวกนี้จะมาพักอยู่ที่ประเทศไทยปีละไม่ต่ำกว่า ๓ เดือน บางคนก็ซื้อ บ้านพัก หรือคอนโดไว้เลย โดยใช้ชื่อของผู้หญิงไทยที่เป็นภรรยาหรือแฟนของนักท่องเที่ยวเหล่านั้น นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ส่วนมากไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหน วันๆก็อยู่แถวบาร์เบียร์ หรือชายหาด

นักท่องเที่ยวแต่ละประเทศต่างมีจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกัน ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องรู้จักนักท่องเที่ยวของแต่ละประเทศเพื่อที่จะได้เสนอบริการให้ถูกต้องตามความต้องการของนักท่องเที่ยวเหล่านั้น แต่ในบางครั้งการท่องเที่ยวก็ถูกผลประโยชน์เข้ามาปิดกั้นการให้บริการที่ดีแก่นักท่องเที่ยว โดยผู้ประกอบการบางรายเห็นแก่ผลประโยชน์ของตัวเองเป็นหลักโดยหากินกับนักท่องเที่ยวในทางที่ผิดโดยไม่คำนึงถึงผลเสียหายของประเทศชาติ และจรรยาบรรณของอาชีพ

รัฐบาลได้เสียเงินไปเป็นจำนวนมากเพื่อพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นประเทศศูนย์กลางของการท่องเที่ยวแถบเอเชียตะวันออก แต่ก็มีผู้ประกอบการเป็นจำนวนไม่น้อยที่ทำลายภาพพจน์อันดีงามของประเทศไทย ต่างเห็นแก่ผลประโยชน์ของตัวโดยการร่วมมือกับคู่ค้าต่างประเทศใช้ประเทศไทยเป็นสถานที่ต้มตุ่นนักท่องเที่ยวเหล่านั้น

ธุรกิจท่องเที่ยวเป็นธุรกิจการให้บริการเกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยว มีคนไทยจำนวนไม่มากนักที่เข้าใจธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง ธุรกิจท่องเที่ยวเป็นธุรกิจที่ละเอียดอ่อนมาก เกี่ยวข้องกับทุกสิ่งในชีวิตประจำวัน  ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่างกระทบกับธุรกิจท่องเที่ยวไม่มากก็น้อย 

ธุรกิจท่องเที่ยวที่ทำกันอยู่ในปัจจุบันล้วนทำกันแบบตามน้ำ กินแต่ของเก่า ผมเสียดายเป็นอย่างมากที่ประเทศไทยมีทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวที่อุดมสมบูรณ์ไม่แพ้ประเทศใดในโลก ขาดผู้จัดการที่รู้จริง ทำให้การท่องเที่ยวของเราตกต่ำลงไปเลื่อยๆ ผลประโยชน์ไปตกอยู่ในมือของคนเพียงกลุ่มเดียว แทนที่จะไปตกอยู่ในมือของคนไทยทั้งประเทศ เพราะทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวล้วนเป็นทรัพยากรของแผ่นดิน ควรจะต้องตกไปอยู่ในมือของคนไทยโดยรวม

ยังไม่สายเกินไปครับ ขอให้ผู้ที่มีความรับผิดชอบภาครัฐหันมาให้ความสนใจและศึกษาให้เข้าใจถึงธุรกิจท่องเที่ยวอย่างแท้จริง  ดึงทุกส่วนให้มีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ สถาบันการศึกษา  ผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว ทั้งเจ้าของกิจการ และลูกจ้างผู้ประกอบอาชีพด้านการท่องเที่ยวทั้งหลาย ผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ และประชาชนทั่วไปที่เกี่ยวข้อง  ทุกคนจะต้องหันหน้าเข้าหากัน จะต้องทำความเข้าใจและเรียนรู้เรื่องธุรกิจการท่องเที่ยวแบบถาวร และยั่งยืน ทุกคนจะต้องปรับที่ตัวเองก่อนและหันมาช่วยกันปรับแนวทางการประกอบธุรกิจในภาพรวมให้มองถึงผลระยะยาวที่ทำให้ประชาชนคนไทยได้ประโยชน์จากธุรกิจการท่องเที่ยว ดึงทุกส่วนให้มีส่วนร่วมและคิดถึงผลประโยชน์ร่วมและใช้นโยบายเศรษฐกิจพอเพียง

 

 

 

ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ จะมัวแต่วิ่งแย่งลูกค้ากันเอง และไม่พัฒนาโปรแกรมนำเที่ยวและการให้บริการอย่างเช่นปัจจุบันไม่ได้ ท่านต้องมีการลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์อย่างแท้จริง ธุรกิจบริการเป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยมนุษย์มากที่สุด การบริการต้องมาจากใจ และความรู้ในทักษะของแต่ละงาน อย่าคิดแบบเก่าๆที่ไม่กล้าลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์เพราะกลัวว่าลงทุนไปแล้วไม่สามารถควบคุมได้ การลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์ ท่านต้องลงทุนด้วยความจริงใจ เพราะความจริงใจเท่านั้นที่จะยึดเหนี่ยวและเอาชนะความจงรักภักดีของมนุษย์ได้

นักวิชาการและผู้ประกอบการควรจะหันมาจับเข่าคุยกัน และช่วยกันให้ความรู้และแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันเพื่อให้ได้แนวทางที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง สถาบันการศึกษาเป็นส่วนสำคัญที่จะต้องร่วมมือกับผู้ประกอบการธุรกิจอย่างแท้จริงในการพัฒนาและผลิตทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพสู่สังคม ไม่ใช่เน้นผลทางธุรกิจของสถาบันการศึกษาเพียงอย่างเดียว

ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบภาครัฐ ต้องเปิดใจกว้างไม่ทำตัวเป็นนาย  พยายามศึกษาหาความรู้และทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เป็นผู้ประสานที่ดี เปิดกว้างให้มีการเสนอแนวทางจากผู้เกี่ยวข้องทุกส่วน วางตัวเป็นกลาง และดำเนินการอย่างรอบครอบ คำนึงถึงเป้าหมายหลัก ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนภาคเอกชนที่ประกอบธุรกิจที่อยู่ในกรอบและสร้างสรรค์ และกำจัดผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ดีทำธุรกิจแบบแอบแฝง ทำลายชื่อเสียงของประเทศชาติ

ภาครัฐต้องเน้นด้านการสร้างบุคลากรด้านการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ และต้องมีกรอบเรื่องรายได้ที่เหมาะสม ไม่ใช่ทำแบบที่ผ่านมา สร้างมาตรฐานบุคลากรแต่ไม่มีการกำหนดรายได้ที่เหมาะสม เช่นเมื่อมีปัญหาเรื่องนักท่องเที่ยวถูกทิ้งหรือไม่ได้รับการบริการที่ดีก็โทษว่ามัคคุเทศก์ไม่ดี มัคคุเทศก์มีปัญหา และพยายามตั้งมาตรฐานของมัคคุเทศก์ให้สูง แต่ไม่เคยคิดว่าปัญหาจริงๆอญุ่ที่เจ้าของผู้ประกอบการธุรกิจ ไม่จ้างมัคคุเทศก์เป็นพนักงานประจำ มัคคุเทศก์ไม่มีเงินเดือนประจำ ดังนั้นไม่ว่ามัคคุเทศก์จะได้รับการเรียนรู้และมีมาตรฐานดีอย่างไรก็ตาม มัคคุเทศก์ก็อยู่ไม่ได้เพราะไม่มีรายได้ประจำ ไม่มีความมั่นคงในอาชีพ เราต้องสูญเสียบุคลากรที่ดีๆและมีความสามารถด้านธุรกิจการท่องเที่ยวไปเป็นจำนวนมากจากปัจจัยดังกล่าว

 

 

 

ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท

๒๖ มีนาคม ๒๕๔๙

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม 2011 เวลา 23:56 น.
 


หน้า 418 จาก 437
Home

About Us

ศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) เป็นองค์กรที่พัฒนาและจัดทำโครงการเพื่อทำประโยชน์ให้สังคม เป็นองค์กรสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐ ช่วยแก้ปัญหาผู้ประกอบการภาคธุรกิจบริการที่ขาดแคลนบุคลากรที่มีมาตรฐานในการให้บริการ
อ่านเพิ่มเติม

มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์

 iHDC Profile
บัญชีรายชื่อกรรมการ
ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน การเปลี่ยนแปลงกรรมการของมูลนิธิ
เอกสารประชาสัมพันธ์ โครงการ HMTC.pdf
เอกสารแนะนำโครงการ HMTC 1.pdf
เอกสารโครงการ HMTC 2 คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ.pdf
iHDC นิติบุคคล.pdf
iHDC บุคคล.pdf
iHDC บุคคลเครือข่าย.pdf
รายงานการประชุม 6 มีนาคม 2560.pdf
ข้อบังคับมูลนิธิ
ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ
Ihdc-Profile and Roadmap 2016-2019 Mar 23 2560.pdf
รายงานการประชุมใหญ่คณะกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ 2559.pdf
คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ สาขาวิชาชีพ.pdf
รายงานการประชุมใหญ่วันที่ 18 ธ ค 2558 v 3.pdf
รายงานการประชุม วันที่ 24 ธันวาคม 2557 updated 4 มีนาคม 2558.pdf
iHDC-invitation Letter.doc
iHDC-Member Form Thai.doc
iHDC-Member Form English.doc
รายงานการประชุมกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ วันที่ 15 มกราคม 2556 ฉบับสมบูรณ์


thaibetter
พัฒนาประเทศไทยแบบทวีคูณ และยั่งยืน ( ททค )

Login


แบบสำรวจ

สถิติเว็บไซด์

สมาชิก : 2621
Content : 2400
เว็บลิงก์ : 24
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 5196104

facebook

Twitter


ล่าสุด

บทความเก่า