Thaiihdc.org

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร
Thaiihdc.org

สมุนไพรไทย บัวบก รายการเปลี่ยน เป็น เปลี่ยน พุธที่ 20 มีนาคม เวลา 21.00 น

พิมพ์ PDF

“สมุนไพรไทย บัวบก”  ติดตามรับชม รายการ เปลี่ยน เป็น เปลี่ยน

คืนนี้ พุธที่ 20 มีนาคม 2562 เวลา 21.00 – 22.00

(ออกอากาศซ้ำวันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม 2562 เวลา 9.30-10.30 น)

ผู้ร่วมเสวนา

นายแพทย์ สุรพงศ์ อำพันวงษ์

ดร.ประคองศิริ บุญคง ที่ปรึกษากองพัฒนายาไทยและสมุนไพร

คุณชวน ธรรมสุริยะ บริษัท คั้นกี่น้ำเต้าทอง จำกัด

ดำเนินรายการโดย หม่อมหลวงชาญโชติ ชมพูนุท

ทางสถานีโทรทัศน์โลกพระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ  (WBTV) วัดยานนาวา        สามารถรับชมได้หลายช่องทางดังนี้

·      ชมผ่านมือถือ www.stationg.com/wbtv

·      ทาง ทีวี ผ่านจานดาวเทียม ตามช่องต่างๆดังนี้

·      ทางกล่องดาวเทียมค่าย GMM ช่อง 175

·      ทางกล่องดาวเทียมค่าย PSI ช่อง 239

·      ทางกล่องดาวเทียมค่าย CTH  ช่อง 870

·      ทางกล่องดาวเทียมค่าย  Infosat ;Thaisat; Indeasat ; Leotech ช่อง 189


 

จะเลือกพรรคไหนดี

พิมพ์ PDF


ได้รับข้อมูลด้านล่าง อ่านอย่างพิจารณาจนจบ ตรงกับที่ผมคิดไว้ และเคยคิดจะเขียนเพื่อเผยแพร่ความคิดของผม พอมาอ่านข้อเขียนนี้จึงขอนำไปเผยแพร่ให้ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม 2562 ได้ร่วมพิจารณาครับ (เชื่อว่าจะมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ขอความกรุณาอ่านอย่างพิจารณา และเคารพในสิทธิของแต่ละท่าน อย่านำความคิดต่างมาทำให้เกิดการแตกแยกครับ)

หม่อมหลวงชาญโชติ ชมพูนุท

20 มีนาคม 2562

อันนี้ เพื่อน ผมศศินทร์ MM 46 เป็นคนเขียน เขา เป็น คนเก่ง คนดี คนตรง

ผมตกผลึกทางความคิดแล้วว่าจะเลือกใคร พรรคไหน! ลองอ่านเหตุผลดูครับ.....

จะเลือกใคร พรรคไหนดี

หลายคนยังไม่ตัดสินใจ น่าเศร้ามากที่แปดปีผ่านไป เราก็ยังไม่มีนักการเมือง พรรคที่ดีพอ ที่คนส่วนใหญ่จะเชื่อและเทใจให้ ก็ยังมีแต่หน้าเดิมๆ แบบเดิมๆ อยู่กับวงเวียนกรรมเดิมๆ ไม่เอาทักษิณ ไม่เอาทหาร ไม่เอาเผด็จการ หรือหน้าใหม่ก็ไร้สาระ ประชานิยมระยะสั้น แล้วอย่างนี้ บ้านเมืองจะเดินไปอย่างไร คนซวยก็คือประชาชนธรรมดา ที่เสียภาษีเต็มๆอย่างพวกเรา และก็รุ่นลูกหลานจะต้องอยู่กับประเทศประชาธิปไตยที่ล้มเหลว อย่างเวเนซุเอลา อาเจนติน่า ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย

ผมเลยขอแชร์แนวคิดผม เผื่อเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจ หลักคิดผมง่ายๆคือ เลือกคนที่ดีที่สุดเป็นนายกรัฐมนตรี โดยสนับสนุนพรรคนั้น โดยพรรคนั้นไม่ชั่วเกินขอบเขตที่รับได้ นโยบายพรรค make sense and can do

ก่อนอื่นผมตัด โนโหวต ออกไปก่อนเลย โนโหวตไม่สร้างประโยชน์อะไรทั้งสิ้น คุณจะให้คนอื่นตัดสินใจกลุ่มคนที่จะมาปกครองประเทศคุณ โดยคุณไม่ออกสิทธิ์เสียงอะไรเลยหรอ

พรรคคุณทักษิณและเสื้อแดง
ผมตัดออกเลย ผมรับไม่ได้กับกลุ่มเสื้อแดง เกินขอบเขตจรรยาบรรณมนุษย์มากเกินไป ปลุกระดมคนเผาบ้านเมือง เพื่อประโยชน์ส่วนตัว โกงกินมากเกินไป เช่นโครงการจำนำข้าว บริหารผิดพลาด เช่นนำ้ท่วม 54 โดยไม่รับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น หวังร้ายต่อ ร9 ความเก่งและผลงานดีในอดีตของพวกคุณ ไม่สามารถกลบลบความชั่วเกินขอบเขตได้

พรรคอนาคตใหม่
ผมตัดออก จริงอยู่ว่ามันเป็นความหวังใหม่ คนรุ่นใหม่อาจจะชอบ แต่สำหรับผม พรรคนี้ไม่มีสาระอะไรเลย พูดวนเรื่องเดิมๆ ไม่เอาเผด็จการ ไม่เอาทหาร ขาด common sense อย่างน่ากลัว นโยบายที่พูดออกมา ไม่มีเนื้อหาสาระที่จะแสดงให้เห็นเลยว่าจะทำได้ จะทำ hyperloop ทำรถไฟพื้นฐานและความเร็วสูงให้ได้ก่อนดีไหม พรรคนี้เข้ามา ทำงานไม่ได้แน่นอน เหมือนเอาเด็กฝึกงานมาบริหารประเทศ คิดว่าข้าราชการที่ดีและเก่งจะเชื่อหัวหน้า ผู้นำแบบนี้ไหม ผมว่าให้เขาได้เรียนรู้ก่อน และอาจจะเป็นนักการเมืองที่ดีขึ้นในอนาคตได้ แต่ผมจะไม่เสี่ยงกับพรรคนี้ตอนนี้แน่นอน

พรรคภูมิใจไทย
ผมไม่เข้าใจนโยบายพรรคนี้ ลดอำนาจรัฐ คืออะไรหรอ ทำ Grab ให้ถูกกฎหมาย สนับสนุนปลูกกัญชา ทำงานสี่วัน เรียนสี่วัน มันไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้คนหมู่มาก และแสดงให้เห็นถึงการขาดการไตร่ตรองในความคิดอย่างมาก และผู้สมัครของพรรคก็ไม่มีผลงานที่พิสูจน์ได้ พอที่ทำให้มั่นใจว่าจะบริหารประเทศเป็น

พรรคประชาธิปัตย์
เป็นพรรคที่ผมเลือกมาตลอดชีวิต ยกเว้นตอนทักษิณ 1 และ 2 สำหรับผม คุณอภิสิทธิ์และทีมพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ทำงานระดับประเทศไม่เป็น ประชุม apec ล้ม ผลงานที่จับต้องได้น้อยมาก การโกงกินของพรรคร่วมก็คุมไม่ได้ ต้นตอปัญหาคือ คุณอภิสิทธิ์และทีม ไม่เข้าใจปัญหาประชาชนและสังคมอย่างแท้จริง อยู่บนหอคอยอุดมการณ์ที่ไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบันได้ ฉะนั้นผมไม่เลือก

ลุ่งตู่และพรรคพลังประชารัฐ
จริงว่าการโกงกินก็ยังมีเยอะ และบางส่วนมีมากขึ้นด้วยซ้ำ โดยเฉพาะจากพวกลูกสมุนทหารที่โหยหิว และกลัวโอกาสหมด โครงการรัฐหลายโครงการไม่โปร่งใส เช่น เรือดำน้ำ จริงว่าปิ๊ก ป ก็ไถไปเรื่อยๆ เรื่องนาฬิกาและอื่นๆ ช่วยเหลือเพื่อนฝูงจนน่าเกลียด เช่น เสือดำ และสื่อสารกับประชาชนเรื่องต่างๆได้ห่วยแตก

ผมก็ไม่ชอบการสร้างกฎเกณฑ์ที่ให้ตัวเองได้เปรียบในการมาเป็นนักการเมือง มีหลายมาตรฐาน ใช่มันไม่ถูกต้อง และไม่แฟร์ แต่ถ้าคุณมองปัญหาที่ผ่านมาสิบกว่าปี และการขาดความพร้อมพื้นฐานของประเทศประชาธิปไตยที่ดี ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกินขอบเขตที่ผมจะรับไม่ได้ในสถานการณ์แบบนี้ ณ ตอนนี้

ผมไม่เห็นปัญหากับระบบเผด็จการที่ผู้นำมีคุณธรรม ผมเลือกแบบสิงคโปร์ จีน เหนือประชาธิปไตยแบบไทยๆ หรือแบบอเมริกาใต้ทุกเมื่อ ผมอยู่สิงคโปร์มา ทำงานกับคนจีน และไปจีนบ่อย คนสิงคโปร์และคนจีน 99.9% ไม่ได้รู้สึกถูกริบรอนสิทธิ์อะไรเลย ตรงข้าม คนส่วนใหญ่ขอบคุณรัฐบาลที่สร้างความสงบ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ให้อยู่ดีกินดีได้

บางคนบอกว่ารัฐบาลทหารนี้ไม่มีการตรวจสอบ จริงครับ ไม่ดี แต่ว่าคุณคิดว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในอดีตมีการตรวจสอบที่ดีหรอ ตัวอย่าง โครงการจำนำข้าวสมัยยิ่งลักษณ์

สำหรับผม คนที่ได้แต่พูดว่า ไม่เอาเผด็จการ โดยไม่มีข้อมูลอะไรที่ make sense และจับต้องได้ คือหาอะไรต่อว่ารัฐบาลไม่ได้แล้ว เหมือนกับผู้ชายแข่งกีฬากับผู้หญิงแล้วแพ้ แล้วก็บอกว่าเพราะอีกด้านคือผู้หญิง ??? logic คืออะไร

ฉะนั้นเอาใจเป็นกลาง เอาอุดมการณ์ทางการการเมืองที่จับต้องไม่ได้ออกและถามตัวคุณเองในฐานะประชาชนคนหนึ่งว่า ในช่วงรัฐบาลลุ่งตู่ เปรียบเทียบกับสิบปีก่อน ช่วงประท้วง น้ำท่วม ชีวิตเดือดร้อนไหม ดีขึ้นไหม

รัฐบาลลุงตู่ได้พิสูจน์แล้วว่า
- รักษาความสงบในประเทศได้ ไม่มีประท้วงรุนแรง สามจังหวัดชายแดนใต้ ดีขึ้นเยอะ
- ทำให้เศรษฐกิจ ขยายตัวสูงสุดในรอบหกปี เติบโตต่อเนื่องแบบค่อนยั่งยืน gdp 4.2% ในQ4, ‘18 คนไม่มีงานทำน้อยอันดับต้นของโลก
- สภาพการเงินของประเทศดีมาก เงินสำรองสะสมอันดับ 12 ของโลก อันดับสองของอาเซียน
- ทำให้เมืองไทยมีนักท่องเที่ยวเข้ามาระดับท็อปห้าของโลก กทมท็อปหนึ่งถ้านับเมือง สร้างรายได้มหาศาล สูงสุดเป็นประวัติการณ์
- แก้ปัญหาพระและความเสื่อมทางศาสนา จัดการกับธรรมกาย พระเถื่อน พระผู้ใหญ่โกง
- จักการปัญหาวิน แท็กซี่สนามบิน
- จัดการกับปัญหาเงินกู้นอกระบบอย่างจริงจัง
- เร่งแก้ปัญหาจราจรในกทม ด้วยเร่งสร้างรถไฟฟ้า และมอเตอร์เวย์ออกอีสาน
- สนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศ และสร้างความมั่นใจ โดยเฉพาะจากญี่ปุ่นและจีน
- ปูพื้นฐานเพื่ออนาคต โครงการ EEC รถไฟความเร็วสูง สนามบิน Thailand 4.0
- และอื่นอีกหลายอันที่ดี

ใช่ ต้องทำให้ดีกว่านี้ได้อีกเยอะ เช่น เรื่องยาเสพติด การโกงกิน การจราจร เรื่องคุณภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม ต้องคุมลูกน้องให้อยู่ อย่าให้คนมีอำนาจและเงิน อยู่เหนือกฏหมาย เรื่องปฏิรูปตำรวจ การศึกษา

แต่เราต้อง realistic ว่าประเทศเราสะสมปัญหามาสิบๆปี หลายปัญหา โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจต้องใช้เวลา ลุ่งตู่ไม่ได้สามารถคุมได้ทั้งหมด ท่านก็ยังต้องพึ่งพรรคพวก ถึงแม้ว่าที่จริงแล้วอาจจะไม่ชอบก็ตาม เราต้องดูว่า บวกลบออกมาแล้ว บวกไหม ส่วนลบเกินขอบเขตที่รับได้ไหมในสถานการณ์นี้

ผมบอกได้เลยว่า ลุงตู่คือแคนนิเดตนายกฯที่ดีที่สุดตอนนี้ และผมจะเลือกพรรคพลังประชารัฐ

คิดและเลือกให้ดีครับ อย่าเอามันส์ อย่าเลือกสะเปะสะปะ มิฉะนั้นพรรคร่วมคุณทักษิณและเสื้อแดงกลับมาแน่ และเราต้องอยู่กับผลลัพธ์นี้

ท้ายสุดนี้ เราเห็นต่างกันได้ ถ้ามีข้อมูลที่ดีและชัด ผมก็รับฟัง comment inbox มาได้ ที่สำคัญสุดๆ ทุกคนต้องยอมรับผลเลือกตั้ง เคารพกติกา ถึงไม่ชอบก็ต้องทนอยู่กับมันสี่ปี อย่ากลับไปเหมือนเดิมที่ออกมาประท้วงกันวงกว้างและเกิดความรุนแรง และนำไปสู่รัฐประหารอีกครั้ง ท้ายสุดคนที่แย่สุดก็คือ ตัวเราเองและบ้านเมืองที่ลูกหลานเราจะอยู่ต่อไป

Cr: Punnamas Vichitkulwongsa

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 20 มีนาคม 2019 เวลา 04:36 น.
 

การเมืองลัทธิซ้าย อันตรายใหม่สังคมไทย

พิมพ์ PDF

บทความ คุณประพันธ์ คูณมี อดีตนักศึกษาฝ่ายซ้าย  หนึ่งใน นศ.ที่หนีเข้าป่าหลัง 6 ต.ต.19
การเมืองลัทธิซ้าย อันตรายใหม่สังคมไทย 14 Mar 2019 อ่าน 175 ครั้ง
       
 
 
วันนี้ขอเขียนเรื่องบ้านเมืองอีกครั้งเพราะสถานการณ์ ปัจจุบัน การต่อสู้ทางการเมืองเพื่อชิงอำนาจรัฐ ได้มารวมศูนย์ที่สมรภูมิการเลือกตั้ง อนาคตของบ้านเมืองเราวันนี้ ขึ้นอยู่กับวันที่ 24 มีนาคม 2562 อันเป็นวันเลือกตั้งทั่วไป ที่จะบ่งชี้ทิศทางอนาคตสังคมไทยว่า บ้านเมืองจะสงบราบรื่น ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง หรือยังจะวุ่นวายทางการเมืองไม่รู้จบ นี่คือโจทย์ใหญ่ที่อำนาจตัดสินใจอยู่ในมือท่าน

ปัญหาอันตรายเก่าที่สังคมไทยเคยเผชิญมาแล้วคือ “ระบอบทักษิณ” ระบอบที่กินเมืองทำลายประเทศ สร้างความไม่สงบสุขแก่ประชาชนมานับสิบๆ ปี บัดนี้กำลังล้มหายตายซาก หากการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเครือข่ายทักษิณหมดสิ้นอำนาจ ไม่มีโอกาสเป็นรัฐบาล เป็นฝ่ายค้านเมื่อไหร่ก็ไส้แห้ง ไม่มีโอกาสใช้อำนาจดูดเงินภาษีประชาชน หรือหาประโยชน์ตุนเสบียงสำหรับการเลือกตั้งต่ออำนาจได้ มีเลือกอีกครั้งก็สูญพันธุ์โดยไม่ต้องฆ่าเขาก็แห้งตายเอง ด้วยพรรคก็โดนยุบ ลูกพรรคแตกไปซบพรรคอื่น เพราะอยู่ไปก็ไร้อนาคต เสี่ยงคุกและถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองซํ้าซาก

แต่อันตรายใหม่ที่กำลังก่อเค้าขึ้นมันคือ “ระบอบทักษิณแปลงร่าง” ที่กำลังน่าหวาดกลัวและน่าจับตามอง เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ กลุ่มลัทธิการเมืองหนึ่ง พวกเขาได้ผลัดหน้าทาแป้งแต่งตัว ทำตนเป็นคนใหม่ โพนทะนาว่าเป็นอนาคตใหม่ เป็นทางเลือกใหม่ของประเทศ ปลุกระดมสอดแทรกเข้าไปในหมู่เยาวชน นักศึกษา ประชาชน ด้วยแนวคิดลัทธิซ้ายในลักษณะคล้ายกันกับเมื่อยุคหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ที่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ส่งสมาชิกและผู้ปฏิบัติงานเข้ามาเคลื่อนในหมู่เยาวชน นักศึกษาในยุคนั้น

จนเมื่อรัฐบาลทำความผิดพลาดครั้งใหญ่ ด้วยการล้อมปราบ นักศึกษา ประชาชน ในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 แทนการแก้ปัญหาโดยการเมือง จึงเป็นชนวนเหตุให้นักศึกษา ประชาชน จำนวนมากเข้าป่าจับปืน กลายเป็นแนวร่วมกับพรรคคอมมิว นิสต์ฯ นำไปสู่สงครามภายในประเทศ ที่สร้างความสูญเสียชีวิตผู้คนในชาติครั้งใหญ่ เป็นเวลานับสิบๆ ปี กว่าเหตุการณ์จะสงบและยุติสงครามภายในประเทศได้ ในยุคของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี

บัดนี้ “ทายาทอสูรการเมือง” จากลัทธิซ้ายในอดีต ที่เคยร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์ฯ และอยู่ใต้ชายคากับ “ระบอบทักษิณ” ได้กลับมาซุกตัวอยู่ในพรรคการเมืองหนึ่ง กลยุทธ์อันตรายของพวกอ้างตนว่าเป็นลัทธิซ้ายใหม่นี้ มุ่งเจาะฐานเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่ยังไร้ประสบการณ์ทางการเมือง ที่เพิ่งจะเริ่มมีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรก

โดยแทรกซึมตามสถาบันการศึกษา เหมือนเหตุการณ์หลัง14 ตุลาคม 2516 ไม่ต่างกัน เพราะพวกเขารู้ดีว่า คนเหล่านี้มีความอ่อนไหวทางการเมือง ถูกชักจูงได้ง่าย ขอให้มีสไตล์และบุคลิกที่โดน ก็จะชอบและคลั่งไคล้แบบไร้เหตุผล ไม่ต่างจากการบ้าดารา คลั่งนักร้อง หลงนักแสดง กว่าจะรู้ตัวว่าเป็นเหยื่อ ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ก็ต้องให้เวลาได้ลิ้มรสความเจ็บปวดเสียก่อน ซึ่งถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวก็ไม่เป็นไร แต่นี่คือเรื่องของบ้านเมือง จึงเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ พ่อแม่ผู้ปกครอง มิควรมองข้าม จะเตือนหรือหยุดยั้งความหลงใหลทางการเมือง ที่อาจทำลายประเทศได้อย่างไร เป็นหน้าที่ต้องคิด

อันตรายจากลัทธิซ้ายอันสุ่มเสี่ยงนี้ แท้ที่จริงแล้วพวกเขาก็มิใช่พวกลัทธิซ้ายที่แท้จริง หากแต่เพียงเป็นพวกซ้ายจอมปลอม ที่ลอกตำราและทฤษฎีมาแบบลวกๆ เลือกหยิบบางส่วนบางประเด็นมาพูดและสร้างวาทกรรมหาเสียง หวังเพียงให้โดนใจวัยรุ่น หรือเอาใจพวกเกลียดทหาร และปฏิเสธวัฒนธรรม ประเพณี ระบอบสังคมเดิมที่มีมายาวนาน หรือกระทั่งปฏิเสธระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั่นเอง

อาทิเช่น การจะสืบทอดเจตนารมณ์การปฏิวัติของคณะราษฎร ในเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475, การจะรื้อร้างแก้ไขรัฐธรรมนูญไทยทั้งฉบับจะลบล้างกระบวนการยุติธรรม การพิจารณาคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้พิจารณาพิพากษาถึงที่สุดแล้ว กรณีทักษิณรํ่ารวยผิดปกติ หรือใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ในการซื้อที่ดินรัชดาฯ จากกองทุนฟื้นฟู และในคดีอื่นๆที่ค้างพิจารณาในศาลทั้งหมดที่ทักษิณเป็นจำเลย ทั้งๆที่ศาลดังกล่าวเป็นศาลยุติธรรม จัดตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2540 มิใช่ศาลทหาร และมิได้พิจารณาคดีโดยใช้กฎหมายพิเศษแต่อย่างใด

การหยิบยกประเด็นดังกล่าวมาพูดปราศรัย จึงเป็นเพียงเพื่อเป้าหมายในการดึงคะแนนเสียงจากคนที่นิยมและอยู่ใต้อาณัติระบอบทักษิณเดิม ให้หันเหมาลงคะแนนให้กลุ่มตนเท่านั้น โดยมิได้คำนึงถึงการทำลายศาล ทำลายหลักกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมของประเทศ

ส่วนวาทกรรมว่า “จะสร้างความเท่าเทียมกันให้กับทุกคนในสังคม” ก็เป็นเพียงวาทกรรม ที่พรรคการเมืองประเภทนี้ มิอาจทำได้จริงดั่งคำโฆษณา เพราะถ้ายึดถือความคิดฝ่ายซ้าย ตามลัทธิมาร์กซ์-เลนินจริง แสดงว่าพรรคนี้ต้องยึดเอาปัจจัยการผลิต ที่ดินทรัพย์สิน ที่อยู่ในความครอบครองของเศรษฐีนายทุน จำนวน 50 ตระกูลในเมืองไทย รวมถึงไพร่หมื่นล้านนั้นด้วย มาจัดสรรให้แก่ประชาชนทุกคนโดยเท่าเทียมกัน            
 
 


ถามว่าพรรคดังกล่าวจะกล้าทำตามนโยบายนี้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมา เพียงสหภาพแรงงานในโรงงาน อันเป็นธุรกิจของเขาจัดตั้งสหภาพ และหยุดงานเรียกร้องตามสิทธิกฎหมายแรงงาน ผู้ใช้แรงงานเหล่านั้นยังโดนเล่นงานไล่ออก ปลดออก การจะสร้างความเท่าเทียมกันแก่ประชาชนไทยทั้งประเทศ จึงเป็นเพียงวาทกรรมของพวกซ้ายลวงโลกที่มิอาจเป็นจริงเท่านั้น และหากทำเช่นนั้นก็อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญอีกด้วย เพราะจะกลายเป็นพรรคการเมืองที่มิได้ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั่นเอง

ที่พูดมาเป็นเพียงบางส่วนที่เห็นว่าสำคัญและอันตราย ยังไม่นับรวมแนวคิดว่าคนรุ่นใหม่ต้องกำหนดอนาคตและทิศทางประเทศ ทั้งที่ประเทศนี้มิได้มีส่วนประกอบแต่เพียงเด็กหรือเยาวชน หากแต่ประกอบด้วยคนเกือบ 70 ล้านคน ทุกเพศทุกวัย ทุกชนชั้น ทุกนิกายศาสนาและเผ่าพันธุ์ หรือจะล้มล้างพิธีกรรมไหว้ครู ดูถูกคนไทยที่เป็นสยามเมืองยิ้ม ทุกอย่างที่เป็นประเทศไทยพวกเขาเห็นว่าแย่ เลวไปหมดทุกอย่างแบบไม่มีอะไรดี ต้องปฏิวัติล้มล้างเปลี่ยนแปลงใหม่ให้หมดทุกเรื่อง

สรุปแล้วคนพวกนี้ คือพวกที่ปฏิเสธสังคม ปฏิเสธประเทศไทย แม้ประเทศนี้ให้ที่ซุกหัวนอนกับพ่อแม่ บรรพบุรุษ และตัวเขาเอง ที่หนีตายมาเสื่อผืนหมอนใบ มาพึ่งใต้ร่มพระบารมีพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ จนมีอยู่มีกินรํ่ารวย พวกเขายังประณามก่นด่า แล้วระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พวกเขาก็คงอยากจะเปลี่ยนแปลงล้มล้างไม่เว้นให้เหลือไว้หากได้โอกาสและมีอำนาจ

การเมือง การเลือกตั้งครั้งใหม่ที่กำลังจะมาถึง จึงอันตรายน่ากลัวยิ่งกว่า เพราะมันคือ “ระบอบทักษิณแปลงร่าง” และ “ความคิดลัทธิซ้ายสุ่มเสี่ยง” ที่กำลังโฆษณาปลุกระดมผู้คนให้เคลิบเคลิ้มและหลงใหลในขณะนี้ ประชาชนทั้งหลายจึงต้องพึงระวัง ไม่ควรให้คนจำพวกนี้มีที่เกิดทางการเมือง เพื่อเอาไปเป็นข้ออ้างว่าประชาชนสนับสนุน เพราะได้ฉันทานุมัติมาจากปวงชนชาวไทย เพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ตามความคิดลัทธิความเชื่อที่อันตราย และไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมไทย

จงอย่าให้เขาฉุดลากบ้านเมืองอันเป็นที่รักของเราลงเหว หนึ่งเสียงหนึ่งคะแนนของท่าน จึงไม่ควรให้โอกาสพวกเขาแม้แต่น้อย เพราะชาติบ้านเมืองไม่ใช่เครื่องทดลองหรือของเล่น จงเตือนลูกเตือนหลานของท่าน และโปรดคิดไตร่ตรองก่อนตัดสินใจหย่อนบัตรเลือกตั้งลงคะแนนให้กับใครพรรคใด เพราะถ้าท่าน “เลือกพรรคผิด อนาคตไหม้ ประเทศ ไทยบรรลัยแน่” ครับ
คอลัมน์ : ข้าพระบาท ทาสประชาชน
โดย : ประพันธ์ คูณมี
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3452 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 14-16 มี.ค. 
 ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij


 

สงครามโลก สู่ สงครามอวกาศ VS สันติภาพสังคม สู่สันติภาพโลกา สู่สันติภาพจักรวาล

พิมพ์ PDF

“สงครามโลก..สู่..สงครามอวกาศ..VS..สันติภาพบุคคล..สู่..สันติภาพสังคม..สู่..สันติภาพโลกา..สู่..สันติภาพจักรวาล”...!!!

จาก.. “The Globalization of War”..ไปสู่.. “Star War” หรือ “Space War” หรือ “Universal War”...ของประเทศสหรัฐอเมริกามหาอำนาจโลกทางสงครามแห่งโลกยุคประวัติศาสตร์สมัยใหม่  ที่พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะต้องรักษาความเป็นมหาอำนาจแห่งสงคราม(The Lord of War)ไว้ตลอดกาล  ก็คือการก่อสงครามไม่รู้จบให้เกิดขึ้นกับมนุษยชาตินั่นเอง  ดังนั้น เราจะต้องต่อสู้เอาชนะสงครามให้หมดสิ้นไปจากโลกนี้ด้วย.. “ยุทธศาสตร์สันติภาพถาวร”(The Strategy of Ever Lasting World Peace) นั้นคือ.. “สันติภาพทุกระดับ” อันเป็นยุทธศาสตร์แนวนอกที่กว่างขวางและครอบคลุมที่สุด นั่นคือ...
- สันติภาพบุคคล..หรือ..อริยบุคคล...!!!  
- สันติภาพสังคม..หรือ..อริยสังคม...!!!  
- สันติภาพโลกา..หรือ..อริยโลกา...!!!  
- สันติภาพจักรวาล..หรือ..อริยจักรวาล...!!! 
“สันติภาพ..กับ..อริยะ”..เป็น ๒ ด้านของเหรียญเดียวกัน(Two Coin Sides) นั่นคือ ถ้าเราสร้างอริยะ(Noble)ความดีงามและประเสริฐสูงส่งให้แก่บุคคล(Person) ให้แก่สังคม(Society) ให้แก่โลกา(World) และให้แก่จักรวาล(Universal) ก็จะเกิดสันติภาพ(Peace)ขึ้นอย่างเป็นไปเอง 
“U=MS in 0”..คือ..สูตรการสร้างสันติภาพถาวร หรือสูตรการสร้างอริยะให้แก่บุคคล สังคม โลก และจักรวาล ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้... 

1. “อริยบุคคล” หรือ “สันติภาพบุคคล”...จะสร้างสำเร็จได้โดยสูตร.. “U=MS in 0” ซึ่งมีรูปธรรมดังนี้... 
- U=Unity(เอกภาพ)..คือ..เอกภาพแห่งธรรมทั้งหลาย ที่บุคคลจะต้องนำไปยึดถือปฏิบัติให้บรรลุความเป็นอริยบุคคลทั้ง 4 ระดับคือ โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ เช่น พระรัตนไตร อริยสัจ 4 ศีล สมาธิ ปัญญา มรรค 8 อิทัปปัจจยตาปาฏิจจสมุปปบาท อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ปรมัตถธรรม 4 วัฏสงสาร 31 ละสังโยชน์ 10 พละ 5 อินทรี 5 อิทธิบาท 4 โพธิปักขิยธรรม 37 ฯลฯ 
- M=Mind(จิต)..คือ..จิตของมนุษย์ที่มี 89 ดวง หรือ 121 ดวง(นับโดยละเอียด) ตามปรัมัตถธรรม 4 จิต เจตสิก รูป นิพพาน 
- S=Society(สังคม)..คือ..สังคมของมนุษย์ที่เป็นระบบซึ่งประกอบด้วย 3 ด้านคือ..การเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม 
- 0=Oh-Zero(สูญหรือความว่าง)..คือ..สุญญตาอันเป็นอสังขตธรรม ซึ่งเป็นผู้ถือดุลที่แท้จริง หรือเป็นบ่อเกิด(Creator)ของสรรพสิ่งและปรากฏการณ์

2. “อริยสังคม” หรือ “สันติภาพสังคม”..จะสร้างให้สำเร็จได้โดยสูตร.. “U=MS in 0” ซึ่งมีรูปธรรมดังนี้... 
- U=Unity(เอกภาพ)..คือ..เอกภาพของระบบความคิดมนุษย์(System of Thought) ซึ่งเป็นอุดมการ(Ideology)หรือเป็นลัทธิ(Doctrine)ทางสังคม ที่มีโครงสร้าง 3 ส่วนคือ... 
(1)..ทฤษฎีทางปรัชญา 
(2)..ทฤษฎีทางการเมือง
(3)..ทฤษฎีทางเศรษฐกิจ 
ซึ่งทฤษฎีทางการเมืองและทฤษฎีทางเศรษฐกิจจะต้องขึ้นต่อ หรือถูกกำหนดโดยทฤษฎีทางปรัชญา 
ในโลกยุคประวัติศาสตร์สมัยใหม่(Modern History)มีปรัชญาอยู่ 2 ของ 2 ลัทธิใหญ่ๆคือ..ลัทธิประชาธิปไตย และลัทธิคอมมิวนิสต์ นั่นคือ... 
“เอกภาพของความแตกต่าง - Unity of Diversity”..คือ..ทฤษฎีทางปรัชญาของลัทธิประชาธิปไตย(Democracy) 
“เอกภาพของด้านตรงข้าม - Unity of the Opposite”..คือ..ทฤษฎีทางปรัชญาของลัทธิคอมมิวนิสต์(Communism) 
จะต้องรวมทั้ง 2 ปรัชญานี้เข้าด้วยกันให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยยกระดับจาก.. “ความแตกต่าง..และ..ด้านตรงข้าม(ความขัดแย้ง)ขึ้นสู่เอกภาพอันเดียวกัน คือให้เลิกยึดมั่นถือมั่นความแตกต่างและด้านตรงข้ามที่เป็นสังขตธรรม..ขึ้นสู่..ความว่างหรือสุญญตาอันเป็นอสังขตธรรมที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน อันเป็นสันติภาพ นั่นเอง 
- M=Man(มนุษย์)..คือ..คนหรือมนุษย์ปรกติสามัญทั่วไปซึ่งอยู่ในสังคมชาติ 
- S=Society(สังคมชาติ)..คือ..ซึ่งเป็นระบบสังคมที่ประกอบขึ้นจาก 3 ด้านคือ..การเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม 
- 0=OH-Zero(สูญหรือความว่าง)..คือ..สุญญตาอันเป็นอสังขตธรรม ที่เป็นสัจธรรมสมบูรณ์(Absolute Truth)
จึงเป็นสูตรดังนี้.. “U=MS in 0”  หรือ สันติภาพโลกถาวรคือ..คนและสังคมอยู่ในความว่าง(สุญญตา) หรือ 0 นั่นเอง 

3. “อริยโลกา” หรือ “สันติภาพโลกา”..  จะสร้างสำเร็จได้โดยสูตร.. “U=MS in 0” ซึ่งมีรูปธรรมดังนี้...
- U=Unity(เอกภาพ)..คือ..เอกภาพของระบบความคิดมนุษย์(System of Thought) ซึ่งเป็นอุดมการ(Ideology)หรือเป็นลัทธิ(Doctrine)ทางสังคมโลก ที่ประกอบด้วยสังคมชาติของประเทศต่างกว่า 200 ประเทศ.. ซึ่งเหมือนกับข้อ 2 อริยสังคมชาติ หรือสันติภาพสังคมชาติ  เพียงแต่มีกว่า 200 สังคมชาติที่ประกอบกันขึ้นเป็นสังคมโลก(Social of the World) ซึ่งมีองค์การสหประชาชาติ(United Nations)เป็นรูปธรรมทางการจัดตั้ง(Organization)ของสังคมโลก 
-  M=Man(มนุษย์)..คือ..คนหรือมนุษย์ปรกติสามัญทั่วไปซึ่งอยู่ในสังคมโลกนั่นคือ.. “ชาวโลกกว่า 7,000 ล้านคน
-  S=Society(สังคมชาติ)..คือ..ระบบสังคมโลกที่ประกอบด้วยสังคมชาติต่างๆกว่า 200 ชาติซึ่งรวมศูนย์จัดตั้งเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอยู่ในรูปธรรมขององค์การสหประชาชาติ(United Nations) นั่นเอง 
- 0= OH-Zero(สูญหรือความว่าง)..คือ..สุญญตาอันเป็นอสังขตธรรม ที่เป็นสัจธรรมสมบูรณ์(Absolute Truth)
จึงเป็นสูตรดังนี้.. “U=MS in 0”  หรือ สันติภาพโลกถาวรคือ..คนและสังคมโลกอยู่ในความว่าง(สุญญตา) หรือ 0 นั่นเอง

4. “อริยจักรวาล” หรือ “สันติภาพจักรวาล”  จะสร้างสำเร็จได้โดยสูตร.. “U=MS in 0” ซึ่งมีรูปธรรมดังนี้... 
- U=Unity หรือ Universal หรือเอกภาพ..คือ..ความเป็นเอกภาพของระบบความคิดมนุษย์(System of Thought) ซึ่งเป็นอุดมการ(Ideology)หรือเป็นลัทธิ(Doctrine)ทางสังคมโลก ที่ประกอบด้วยสังคมชาติของประเทศต่างกว่า 200 ประเทศ.. ซึ่งเหมือนกับข้อ 2 อริยสังคมชาติ หรือสันติภาพสังคมชาติ  เพียงแต่มีกว่า 200 สังคมชาติที่ประกอบกันขึ้นเป็นสังคมโลก(Social of the World) ซึ่งมีองค์การสหประชาชาติ(United Nations)เป็นรูปธรรมทางการจัดตั้ง(Organization)ของสังคมโลก  และความคิดที่ยกระดับขึ้นสู่จักรวาลที่กว้างใหญ่ไพศาลไม่มีที่สิ้นสุดไม่มีประมาณ 
นั่นคือ.. “จาก..United Nations..ขึ้นสู่..Universal”...!!! 
- M=Man(มนุษย์)..คือ..คนหรือมนุษย์ปรกติสามัญทั่วไปซึ่งอยู่ในสังคมโลกนั่นคือ.. “ชาวโลกกว่า 7,000 ล้านคน และนักอวกาศทั้งหลาย 
- S=Space & Time(S-กาลเวลาอวกาศ)..คือ..สังคมจักรวาลมาจากสังคมโลกมาจากสังคมชาติ  Space & Time คือสังคมของจักรวาลนั่นเอง ไม่มีใครจะอยู่นอกเหนือ Space & Time ได้ 
- 0=OH-Zero(สูญหรือความว่าง)..คือ..สุญญตาอันเป็นอสังขตธรรม ที่เป็นสัจธรรมสมบูรณ์(Absolute Truth) ทั้งคนทั่วโลกกว่า 7,000 ล้านคน และนักอวกาศทั้งหลาย หรือแม้แต่กระทั่งมนุษย์ต่างดาว(ถ้ามี) ก็ต้องอยู่ใน Space & Time ทั้งสิ้น  หรือไม่ว่าจะเดินทางไปในอวกาศไกลสักเพียงใดก็อยู่ใน Space & Time  และทั้งคน นักอวกาศ หรือมนุษย์ต่างดาว(ถ้ามี) และ Space & Time ก็ล้วนแต่อยู่ในความว่าง หรือสุญญตาทั้งสิ้น 
จึงเป็นสูตรดังนี้.. “U=MS in 0”  หรือ สันติภาพโลกถาวรคือ..คนและสังคมโลกและจักรวาล Space & Time ล้วนอยู่ในความว่าง(สุญญตา) หรือ 0 นั่นเอง

https://www.globalresearch.ca/the-globalization-of-war-americas-long-war-against-humanity/5426125?fbclid=IwAR0OzaONBPNJmRj0dH4XMEOq7IOng0lecYqGwLyvOjWTXTyw-g_FDugecCg

สมาน ศรีงาม(คัมภีรปัญโญ) 
ประธานขบวนการศาสนาเพื่อมนุษย์ชาติและสร้างสันติภาพโลกถาวร 
หัวหน้าฝ่ายวิชาการและยุทธศาสตร์และการจัดตั้ง 
สถาบันปฏิวัติสันติพุทธอหิงสาธรรมโลกประเสริฐ ทรัพย์สุนทร 
สภาประชาชนปฏิวัติสันติแห่งชาติ 
พรรคการนำใหม่ประชาชนปฏิวัติสันติ ฯลฯ 
ขบวนการประชาธิปไตยแห่งชาติ
77 หมู่ 3 ซอยเขาลูกช้าง  ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก 26000 
โทร. 089-8860868 
วันที่ 18 มีนาคม พุทธศักราช 2562

 


หน้า 6 จาก 403
Home

About Us

ศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) เป็นองค์กรที่พัฒนาและจัดทำโครงการเพื่อทำประโยชน์ให้สังคม เป็นองค์กรสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐ ช่วยแก้ปัญหาผู้ประกอบการภาคธุรกิจบริการที่ขาดแคลนบุคลากรที่มีมาตรฐานในการให้บริการ
อ่านเพิ่มเติม

มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์

 iHDC Profile
บัญชีรายชื่อกรรมการ
ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน การเปลี่ยนแปลงกรรมการของมูลนิธิ
เอกสารประชาสัมพันธ์ โครงการ HMTC.pdf
เอกสารแนะนำโครงการ HMTC 1.pdf
เอกสารโครงการ HMTC 2 คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ.pdf
iHDC นิติบุคคล.pdf
iHDC บุคคล.pdf
iHDC บุคคลเครือข่าย.pdf
รายงานการประชุม 6 มีนาคม 2560.pdf
ข้อบังคับมูลนิธิ
ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ
Ihdc-Profile and Roadmap 2016-2019 Mar 23 2560.pdf
รายงานการประชุมใหญ่คณะกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ 2559.pdf
คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ สาขาวิชาชีพ.pdf
รายงานการประชุมใหญ่วันที่ 18 ธ ค 2558 v 3.pdf
รายงานการประชุม วันที่ 24 ธันวาคม 2557 updated 4 มีนาคม 2558.pdf
iHDC-invitation Letter.doc
iHDC-Member Form Thai.doc
iHDC-Member Form English.doc
รายงานการประชุมกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ วันที่ 15 มกราคม 2556 ฉบับสมบูรณ์

Login


แบบสำรวจ

สถิติเว็บไซด์

สมาชิก : 1449
Content : 2217
เว็บลิงก์ : 24
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 4364852

facebook

Twitter


บทความเก่า