Thaiihdc.org

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร
Thaiihdc.org

บทเรียนการดำเนินชีวิตของผู้สูงวัย ตอน ๓ : ทำงานเสริมเรียน (ประสบการณ์ชีวิต ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท

พิมพ์ PDF

บทเรียนการดำเนินชีวิตของผู้สูงวัย ตอน ๓ : ทำงานเสริมเรียน (ประสบการณ์ชีวิต ม.ล.ชาญฏโชติ ชมพูนุท)


ลุงเขยเป็นผู้แก้ปัญหาทั้งสามข้อให้ โดย สามารถให้สถานศึกษายอมรับผู้เขียนเป็นกรณีพิเศษในกรณีที่ผู้เขียนไม่ได้จบมัธยมปลาย แต่ได้เรียนมัธยมปลายมาแล้ว ๒ ปี จึงขอให้อนุโลมในเงื่อนไขนี้ ส่วนเรื่องภาษาอังกฤษลงเขยก็ได้จัดให้ผู้เขียนไปเรียนภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาโดยตรง " Oral English School" เป็นสถาบันสอนภาษาอังกฤษของเอกชนต่างชาติ สำหรับเรื่องค่าใช้จ่ายในการเรียนทั้งหลักสูตร Airlines Business และ ภาษาอังกฤษ ลุงเขยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ลุงเขยของผู้เขียนถือว่าเป็นผู้มีบุญคุณกับผู้เขียนอย่างใหญ่หลวง ถ้าไม่มีลุงเขยผู้เขียนไม่สามารถเดาได้ว่าการดำเนินชีวิตของผู้เขียนจะเป็นอย่างไร ลงเขยของผู้เขียน ชื่อ คุณเฉลิม ขาวขำ ท่านได้เสียชีวิตไปแล้ว โดยที่ผู้เขียนยังไม่เคยได้ตอบแทนบุญคุณของท่านเลย ก็จะขอสร้างคุณงามความดีและขอแบ่งปันคุณงามความดีของผู้เขียนแผ่อุทิศส่วนกุศลไปให้แก่ดวงวิญญาณของ คุณเฉลิม ขาวขำ ไม่ว่าท่านจะอยู่ในภพใด ขอฝากสิ่งศักดิ์สิทธิทั้งหลายโปรดนำกุศลนี้ไปให้กับ คุณเฉลิมด้วย

ผู้เขียนถูกครูแกล้งให้สอบตกและต้องเสียเวลาไปเปล่าๆ ๒ ปี หมดอนาคตที่จะเรียนหนังสือในสายสามัญ อย่างไรก็ตามถือว่าเป็นโชคดีที่ทำให้มีโอกาสเปลี่ยนมาเรียนสายวิชาชีพ แถมเป็นสายวิชาชีพที่เพิ่งเปิดใหม่และยังไม่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป หลักสูตรธุรกิจสายการบิน ( Airlines Business) วิทยานุกรณ์วิทยาลัยเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกที่สอนหลักสูตรนี้ในประเทศไทย เป็นการร่วมมือระหว่างเจ้าของสถาบันการศึกษาและสโมสรการบินแห่งประเทศไทย หลักสูตรนี้กำหนดโดยพนักงานสายการบินระดับสูง ที่มองเห็นถึงการขยายตัวของธุรกิจการบิน และความต้องการแรงงานในอาชีพนี้ โชคดีที่ผู้เขียนมีลุงเขยที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการศึกษานี้ ก่อนผู้เขียนจะมีโอกาสเข้าเรียนหลักสูตรนี้ ต้องต่อสู้กับความคิดของคุณพ่อ คุณแม่และ ญาติทางคุณพ่อ ที่ต้องการให้ผู้เขียนสอบเข้าโรงเรียนพาณิชยการของรัฐบาล เนื่องจากค่าเรียนในหลักสูตรนี้สูง และกลัวว่าผู้เขียนจะไม่สามารถเรียนได้ ผู้เขียนยืนยันที่จะไม่สอบเข้าโรงเรียนพาณิชยการของรัฐเพราะเห็นว่า ผู้เขียนต้องไปเรียนกับเด็กรุ่นน้องที่อ่อนกว่าผู้เขียน ๒ ปี ผู้เขียนต้องช้ากว่าเพื่อนในรุ่นเดียวกัน แถมยังมองไม่เห็นอนาคตเมื่อเรียนจบแล้ว อย่างไรก็ตามการเข้าเรียนในหลักสูตร Airlines Business ก็มีปัญหาและอุปสรรค์หลายประการ ได้แก่

๑. หลักสูตรนี้รับนักศึกษาที่จบมัธยมปลาย แต่ผู้เขียนจบแค่มัธยมต้น

๒.หลักสูตรนี้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก แต่ผู้เขียนอ่อนภาษาอังกฤษ

๓.ค่าเรียนหลักสูตนี้แพง คุณพ่อไม่มีเงินพอที่จะส่งเสียได้

ลุงเขยเป็นผู้แก้ปัญหาทั้งสามข้อให้ โดย สามารถให้สถานศึกษายอมรับผู้เขียนเป็นกรณีพิเศษในกรณีที่ผู้เขียนไม่ได้จบมัธยมปลาย แต่ได้เรียนมัธยมปลายมาแล้ว ๒ ปี จึงขอให้อนุโลมในเงื่อนไขนี้ ส่วนเรื่องภาษาอังกฤษลงเขยก็ได้จัดให้ผู้เขียนไปเรียนภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาโดยตรง " Oral English School" เป็นสถาบันสอนภาษาอังกฤษของเอกชนต่างชาติ สำหรับเรื่องค่าใช้จ่ายในการเรียนทั้งหลักสูตร Airlines Business และ ภาษาอังกฤษ ลุงเขยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ลุงเขยของผู้เขียนถือว่าเป็นผู้มีบุญคุณกับผู้เขียนอย่างใหญ่หลวง ถ้าไม่มีลุงเขยผู้เขียนไม่สามารถเดาได้ว่าการดำเนินชีวิตของผู้เขียนจะเป็นอย่างไร ลงเขยของผู้เขียน ชื่อ คุณเฉลิม ขาวขำ ท่านได้เสียชีวิตไปแล้ว โดยที่ผู้เขียนยังไม่เคยได้ตอบแทนบุญคุณของท่านเลย ก็จะขอสร้างคุณงามความดีและขอแบ่งปันคุณงามความดีของผู้เขียนแผ่อุทิศส่วนกุศลไปให้แก่ดวงวิญญาณของ คุณเฉลิม ขาวขำ ไม่ว่าท่านจะอยู่ในภพใด ขอฝากสิ่งศักดิ์สิทธิทั้งหลายโปรดนำกุศลนี้ไปให้กับ คุณเฉลิมด้วย

หลักสูตร Airlines Business เป็นหลักสูตร ๒ ปี เรียนทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา ๑๖.๐๐ -๒๐.๐๐ น แต่ผู้เขียนต้องไปเรียนภาษาอังกฤษที่ Oral English School ช่วง ๑๓.๐๐-๑๕.๐๐ น ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ และวันเสาร์ อาทิตย์ ต้องไปเรียนภาษาอังกฤษ เพิ่มอีกวันละ ๓ ชั่วโมงช่วง ๙.๐๐-๑๒.๐๐ น

พอขึ้นปีที่ ๒ คุณอาได้ฝากผู้เขียนให้ไปทำงานที่บริษัททัวร์รอแยล เป็นงานขายทัวร์ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เคาน์เตอร์ โรงแรม เพื่อให้ผู้เขียนมีโอกาสใช้ทักษะภาษาอังกฤษในการปฎิบัติงานจริง แถมมีรายได้ด้วย วันจันทร์-ศุกร์ ผู้เขียนต้องเข้าทำงานที่โรงแรม Florida ที่ถนนพญาไท เวลา ๐๖.๐๐ - ๑๕.๐๐ น และไปเรียน เวลา ๑๖.๐๐-๒๐.๐๐น ส่วนวันเสาร์ และวันอาทิตย์ เข้าทำงานที่โรงแรม Peninsula ที่ ถนนสุริวงศ์ เวลา ๑๓.๐๐-๒๐.๐๐ น

มีเงินเดือน ๖๐๐ บาท ผู้เขียนให้คุณแม่ ๔๐๐ บาท และผู้เขียนใช้เอง ๒๐๐ บาท ผู้เขียนมีความสุขมากได้ทำงานที่ตัวเองรัก มีโอกาสเรียนรู้ประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยว มีโอกาสได้รู้จักนักท่องเที่ยว บางครั้งผู้เขียนก็ทำตัวเป็นไกด์เองในบางครั้งที่ไกด์ไม่พอ ส่วนการเรียนผู้เขียนมีความตั้งใจและเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี เมื่อจบการศึกษาผู้เขียนสอบได้เป็นที่หนึ่ง หลังจากจบหลักสูตร เจ้าของบริษัททัวร์รอแยล ก็ได้เปิดแผนกขายตั้วเครื่องบินและมอบหมายให้ผู้เขียนเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลแผนกเปิดใหม่นี้

การเป็นตัวแทนขายตั๋วเครื่องบินให้กับ IATA (International Air Transportation Association) ไม่ได้เป็นง่ายๆ มีกฎเกณท์ มากมาย และก่อนจะได้เป็นต้องมีขบวนการหลายขั้นตอนก่อนที่จะได้รับการอนุมัติให้เป็นตัวแทนได้ และจะต้องมีบริษัทสายการบินที่เป็นสมชิก IATA เป็นพี่เลี้ยงให้ความช่วยเหลือ การที่ผู้เขียนมีโอกาสเข้ามาเกี่ยวข้องในขบวนการนี้ทำให้ได้รับความรู้และประสบการณ์มากมาย ผู้เขียนทำงานทุกวันไม่มีวันหยุด วันจันทร์-ศุกร์ ผู้เขียนทำงานขายตั๋วเครื่องบิน และวันเสาร์-อาทิตย์ ผู้เขียนทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยออกทัวร์ภายในประเทศ หรือเป็นหัวหน้าทัวร์พานักท่องเที่ยวเดินทางไปฮ่องกง ผู้เขียนได้รับความเมตตาจากเจ้าของบริษัทเป็นอย่างดี ให้โอกาสและปล่อยให้ผู้เขียนทำงานได้โดยอิสระ เจ้าของบริษัทที่ให้โอกาสและเมตตากับผู้เขียนได้แก่ คุณประพัตร สกุลรัตนะ และสามีของท่าน คือ พล.ต.ต.อำรุง สกุลรัตนะ รวมทั้งลูกชายเจ้าของ ได้แก่คุณธีระ สกุลรัตนะ และลูกสาว คุณพิมพ์ใจ สกุลรัตนะ (โพธิภักดิ์) นอกเหนือจากนั้นยังมีอีก ๓ ท่านที่สร้างโอกาสให้กับผู้เขียน ท่านแรกได้แก่คุณประทีบ (จำนามสกุลท่านไม่ได้) เป็นผู้สอนงานในระหว่างเรียนปีที่สอง ส่วนที่สองได้แก่ คุณเถกิง สวัสดิพันธ์ ได้สอนงานด้านการทำทัวร์ภายในประเทศ และการทำทัวร์ต่างประเทศ เป็นเจ้านายและผู้จัดการโดยตรงของผู้เขียน สำหรับท่านที่สาม ได้แก่คุณวีรพงศ์ โพธิภักดิ์ ช่วงแรกท่านเป็นพี่เลี้ยงให้กับบริษัททัวร์รอแยลในช่วงสมัครเป็นตัวแทนขายตั๋วเครื่องบิน และเป็นผู้ที่นำผู้เขียนไปทำงานที่สายการบินที่ท่านเป็นผู้จัดการอยู่ โดยทำงานเหมือนกับเป็นพนักงานของสายการบินนั้น แต่รับเงินเดือนที่บริษัททัวร์รอแยล เมื่อคุณเถกิง สวัสดิพันธ์ ลาออกจากการเป็นผู้จัดการบริษัททัวร์รอแยล คุณวีรพงศ์ โพธิภักดิ์ ได้ลาออกจากบริษัทสายการบินและมาเป็นผู้บริหารบริษัททัวร์รอแยลในด้านตัวแทนจำหน่ายตั๋วเครื่องบิน โดยมีคุณธีระ สกุลรัตนะบริหารด้านทัวร์

ตลอดระยะเวลาที่ทำงานบริษัททัวร์รอแยล ผุ้เขียนมีโอกาสไปต่างประเทศ หลายครั้ง ไม่ว่าจะไปในฐานะหัวหน้าทัวร์ ไปในฐานะเป็นแขกรับเชิญจากสายการบินไปเที่ยวตามประเทศต่างๆ หรือไปในฐานะผู้เข้าอบรมเพื่อเพิ่มความรู้ด้านการขายตั๋วเครื่องบิน ในช่วงนั้นผู้เขียนมีชื่อเสียงและความโดดเด่นมาก ถือว่าเป็นผู้ที่คิดราคาตั๋วเครื่องบินได้เก่งระดับที่หนึ่งของประเทศไทย มีลูกค้าไว้วางใจและพอใจการบริการของผู้เขียนเป็นจำนวนมาก นักธุรกิจหลายๆท่านได้ให้ผู้เขียนไปเสนอบริการที่บ้านของท่าน และมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับครอบครัวของท่าน และเกือบได้เป็นลูกเขยของลูกค้าหลายท่านด้วยกัน

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

 

บทเรียนการดำเนินชีวิตของผู้สูงวัย ตอน ๓ : ทำงานเสริมเรียน (ประสบการณ์ชีวิต ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท

พิมพ์ PDF

บทเรียนการดำเนินชีวิตของผู้สูงวัย ตอน ๓ : ทำงานเสริมเรียน (ประสบการณ์ชีวิต ม.ล.ชาญฏโชติ ชมพูนุท)


ลุงเขยเป็นผู้แก้ปัญหาทั้งสามข้อให้ โดย สามารถให้สถานศึกษายอมรับผู้เขียนเป็นกรณีพิเศษในกรณีที่ผู้เขียนไม่ได้จบมัธยมปลาย แต่ได้เรียนมัธยมปลายมาแล้ว ๒ ปี จึงขอให้อนุโลมในเงื่อนไขนี้ ส่วนเรื่องภาษาอังกฤษลงเขยก็ได้จัดให้ผู้เขียนไปเรียนภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาโดยตรง " Oral English School" เป็นสถาบันสอนภาษาอังกฤษของเอกชนต่างชาติ สำหรับเรื่องค่าใช้จ่ายในการเรียนทั้งหลักสูตร Airlines Business และ ภาษาอังกฤษ ลุงเขยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ลุงเขยของผู้เขียนถือว่าเป็นผู้มีบุญคุณกับผู้เขียนอย่างใหญ่หลวง ถ้าไม่มีลุงเขยผู้เขียนไม่สามารถเดาได้ว่าการดำเนินชีวิตของผู้เขียนจะเป็นอย่างไร ลงเขยของผู้เขียน ชื่อ คุณเฉลิม ขาวขำ ท่านได้เสียชีวิตไปแล้ว โดยที่ผู้เขียนยังไม่เคยได้ตอบแทนบุญคุณของท่านเลย ก็จะขอสร้างคุณงามความดีและขอแบ่งปันคุณงามความดีของผู้เขียนแผ่อุทิศส่วนกุศลไปให้แก่ดวงวิญญาณของ คุณเฉลิม ขาวขำ ไม่ว่าท่านจะอยู่ในภพใด ขอฝากสิ่งศักดิ์สิทธิทั้งหลายโปรดนำกุศลนี้ไปให้กับ คุณเฉลิมด้วย

ผู้เขียนถูกครูแกล้งให้สอบตกและต้องเสียเวลาไปเปล่าๆ ๒ ปี หมดอนาคตที่จะเรียนหนังสือในสายสามัญ อย่างไรก็ตามถือว่าเป็นโชคดีที่ทำให้มีโอกาสเปลี่ยนมาเรียนสายวิชาชีพ แถมเป็นสายวิชาชีพที่เพิ่งเปิดใหม่และยังไม่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป หลักสูตรธุรกิจสายการบิน ( Airlines Business) วิทยานุกรณ์วิทยาลัยเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกที่สอนหลักสูตรนี้ในประเทศไทย เป็นการร่วมมือระหว่างเจ้าของสถาบันการศึกษาและสโมสรการบินแห่งประเทศไทย หลักสูตรนี้กำหนดโดยพนักงานสายการบินระดับสูง ที่มองเห็นถึงการขยายตัวของธุรกิจการบิน และความต้องการแรงงานในอาชีพนี้ โชคดีที่ผู้เขียนมีลุงเขยที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการศึกษานี้ ก่อนผู้เขียนจะมีโอกาสเข้าเรียนหลักสูตรนี้ ต้องต่อสู้กับความคิดของคุณพ่อ คุณแม่และ ญาติทางคุณพ่อ ที่ต้องการให้ผู้เขียนสอบเข้าโรงเรียนพาณิชยการของรัฐบาล เนื่องจากค่าเรียนในหลักสูตรนี้สูง และกลัวว่าผู้เขียนจะไม่สามารถเรียนได้ ผู้เขียนยืนยันที่จะไม่สอบเข้าโรงเรียนพาณิชยการของรัฐเพราะเห็นว่า ผู้เขียนต้องไปเรียนกับเด็กรุ่นน้องที่อ่อนกว่าผู้เขียน ๒ ปี ผู้เขียนต้องช้ากว่าเพื่อนในรุ่นเดียวกัน แถมยังมองไม่เห็นอนาคตเมื่อเรียนจบแล้ว อย่างไรก็ตามการเข้าเรียนในหลักสูตร Airlines Business ก็มีปัญหาและอุปสรรค์หลายประการ ได้แก่

๑. หลักสูตรนี้รับนักศึกษาที่จบมัธยมปลาย แต่ผู้เขียนจบแค่มัธยมต้น

๒.หลักสูตรนี้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก แต่ผู้เขียนอ่อนภาษาอังกฤษ

๓.ค่าเรียนหลักสูตนี้แพง คุณพ่อไม่มีเงินพอที่จะส่งเสียได้

ลุงเขยเป็นผู้แก้ปัญหาทั้งสามข้อให้ โดย สามารถให้สถานศึกษายอมรับผู้เขียนเป็นกรณีพิเศษในกรณีที่ผู้เขียนไม่ได้จบมัธยมปลาย แต่ได้เรียนมัธยมปลายมาแล้ว ๒ ปี จึงขอให้อนุโลมในเงื่อนไขนี้ ส่วนเรื่องภาษาอังกฤษลงเขยก็ได้จัดให้ผู้เขียนไปเรียนภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาโดยตรง " Oral English School" เป็นสถาบันสอนภาษาอังกฤษของเอกชนต่างชาติ สำหรับเรื่องค่าใช้จ่ายในการเรียนทั้งหลักสูตร Airlines Business และ ภาษาอังกฤษ ลุงเขยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ลุงเขยของผู้เขียนถือว่าเป็นผู้มีบุญคุณกับผู้เขียนอย่างใหญ่หลวง ถ้าไม่มีลุงเขยผู้เขียนไม่สามารถเดาได้ว่าการดำเนินชีวิตของผู้เขียนจะเป็นอย่างไร ลงเขยของผู้เขียน ชื่อ คุณเฉลิม ขาวขำ ท่านได้เสียชีวิตไปแล้ว โดยที่ผู้เขียนยังไม่เคยได้ตอบแทนบุญคุณของท่านเลย ก็จะขอสร้างคุณงามความดีและขอแบ่งปันคุณงามความดีของผู้เขียนแผ่อุทิศส่วนกุศลไปให้แก่ดวงวิญญาณของ คุณเฉลิม ขาวขำ ไม่ว่าท่านจะอยู่ในภพใด ขอฝากสิ่งศักดิ์สิทธิทั้งหลายโปรดนำกุศลนี้ไปให้กับ คุณเฉลิมด้วย

หลักสูตร Airlines Business เป็นหลักสูตร ๒ ปี เรียนทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา ๑๖.๐๐ -๒๐.๐๐ น แต่ผู้เขียนต้องไปเรียนภาษาอังกฤษที่ Oral English School ช่วง ๑๓.๐๐-๑๕.๐๐ น ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ และวันเสาร์ อาทิตย์ ต้องไปเรียนภาษาอังกฤษ เพิ่มอีกวันละ ๓ ชั่วโมงช่วง ๙.๐๐-๑๒.๐๐ น

พอขึ้นปีที่ ๒ คุณอาได้ฝากผู้เขียนให้ไปทำงานที่บริษัททัวร์รอแยล เป็นงานขายทัวร์ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เคาน์เตอร์ โรงแรม เพื่อให้ผู้เขียนมีโอกาสใช้ทักษะภาษาอังกฤษในการปฎิบัติงานจริง แถมมีรายได้ด้วย วันจันทร์-ศุกร์ ผู้เขียนต้องเข้าทำงานที่โรงแรม Florida ที่ถนนพญาไท เวลา ๐๖.๐๐ - ๑๕.๐๐ น และไปเรียน เวลา ๑๖.๐๐-๒๐.๐๐น ส่วนวันเสาร์ และวันอาทิตย์ เข้าทำงานที่โรงแรม Peninsula ที่ ถนนสุริวงศ์ เวลา ๑๓.๐๐-๒๐.๐๐ น

มีเงินเดือน ๖๐๐ บาท ผู้เขียนให้คุณแม่ ๔๐๐ บาท และผู้เขียนใช้เอง ๒๐๐ บาท ผู้เขียนมีความสุขมากได้ทำงานที่ตัวเองรัก มีโอกาสเรียนรู้ประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยว มีโอกาสได้รู้จักนักท่องเที่ยว บางครั้งผู้เขียนก็ทำตัวเป็นไกด์เองในบางครั้งที่ไกด์ไม่พอ ส่วนการเรียนผู้เขียนมีความตั้งใจและเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี เมื่อจบการศึกษาผู้เขียนสอบได้เป็นที่หนึ่ง หลังจากจบหลักสูตร เจ้าของบริษัททัวร์รอแยล ก็ได้เปิดแผนกขายตั้วเครื่องบินและมอบหมายให้ผู้เขียนเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลแผนกเปิดใหม่นี้

การเป็นตัวแทนขายตั๋วเครื่องบินให้กับ IATA (International Air Transportation Association) ไม่ได้เป็นง่ายๆ มีกฎเกณท์ มากมาย และก่อนจะได้เป็นต้องมีขบวนการหลายขั้นตอนก่อนที่จะได้รับการอนุมัติให้เป็นตัวแทนได้ และจะต้องมีบริษัทสายการบินที่เป็นสมชิก IATA เป็นพี่เลี้ยงให้ความช่วยเหลือ การที่ผู้เขียนมีโอกาสเข้ามาเกี่ยวข้องในขบวนการนี้ทำให้ได้รับความรู้และประสบการณ์มากมาย ผู้เขียนทำงานทุกวันไม่มีวันหยุด วันจันทร์-ศุกร์ ผู้เขียนทำงานขายตั๋วเครื่องบิน และวันเสาร์-อาทิตย์ ผู้เขียนทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยออกทัวร์ภายในประเทศ หรือเป็นหัวหน้าทัวร์พานักท่องเที่ยวเดินทางไปฮ่องกง ผู้เขียนได้รับความเมตตาจากเจ้าของบริษัทเป็นอย่างดี ให้โอกาสและปล่อยให้ผู้เขียนทำงานได้โดยอิสระ เจ้าของบริษัทที่ให้โอกาสและเมตตากับผู้เขียนได้แก่ คุณประพัตร สกุลรัตนะ และสามีของท่าน คือ พล.ต.ต.อำรุง สกุลรัตนะ รวมทั้งลูกชายเจ้าของ ได้แก่คุณธีระ สกุลรัตนะ และลูกสาว คุณพิมพ์ใจ สกุลรัตนะ (โพธิภักดิ์) นอกเหนือจากนั้นยังมีอีก ๓ ท่านที่สร้างโอกาสให้กับผู้เขียน ท่านแรกได้แก่คุณประทีบ (จำนามสกุลท่านไม่ได้) เป็นผู้สอนงานในระหว่างเรียนปีที่สอง ส่วนที่สองได้แก่ คุณเถกิง สวัสดิพันธ์ ได้สอนงานด้านการทำทัวร์ภายในประเทศ และการทำทัวร์ต่างประเทศ เป็นเจ้านายและผู้จัดการโดยตรงของผู้เขียน สำหรับท่านที่สาม ได้แก่คุณวีรพงศ์ โพธิภักดิ์ ช่วงแรกท่านเป็นพี่เลี้ยงให้กับบริษัททัวร์รอแยลในช่วงสมัครเป็นตัวแทนขายตั๋วเครื่องบิน และเป็นผู้ที่นำผู้เขียนไปทำงานที่สายการบินที่ท่านเป็นผู้จัดการอยู่ โดยทำงานเหมือนกับเป็นพนักงานของสายการบินนั้น แต่รับเงินเดือนที่บริษัททัวร์รอแยล เมื่อคุณเถกิง สวัสดิพันธ์ ลาออกจากการเป็นผู้จัดการบริษัททัวร์รอแยล คุณวีรพงศ์ โพธิภักดิ์ ได้ลาออกจากบริษัทสายการบินและมาเป็นผู้บริหารบริษัททัวร์รอแยลในด้านตัวแทนจำหน่ายตั๋วเครื่องบิน โดยมีคุณธีระ สกุลรัตนะบริหารด้านทัวร์

ตลอดระยะเวลาที่ทำงานบริษัททัวร์รอแยล ผุ้เขียนมีโอกาสไปต่างประเทศ หลายครั้ง ไม่ว่าจะไปในฐานะหัวหน้าทัวร์ ไปในฐานะเป็นแขกรับเชิญจากสายการบินไปเที่ยวตามประเทศต่างๆ หรือไปในฐานะผู้เข้าอบรมเพื่อเพิ่มความรู้ด้านการขายตั๋วเครื่องบิน ในช่วงนั้นผู้เขียนมีชื่อเสียงและความโดดเด่นมาก ถือว่าเป็นผู้ที่คิดราคาตั๋วเครื่องบินได้เก่งระดับที่หนึ่งของประเทศไทย มีลูกค้าไว้วางใจและพอใจการบริการของผู้เขียนเป็นจำนวนมาก นักธุรกิจหลายๆท่านได้ให้ผู้เขียนไปเสนอบริการที่บ้านของท่าน และมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับครอบครัวของท่าน และเกือบได้เป็นลูกเขยของลูกค้าหลายท่านด้วยกัน

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

 

บทเรียนการดำเนินชีวิตของผู้สูงวัย ๒ ซ ช่วงเด็ก (ประสบการณ์ชีวิตของ ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท)

พิมพ์ PDF

บทเรียนการดำเนินชีวิตของผู้สูงวัย ๒ :ช่วงเด็ก (ประสบการณ์ชีวิตของ ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท)


เรียนชั้น ม.ศ.๑/๗ คุณครูประจำชั้น ชื่อคุณครูสมพล และคุณครูฝึกสอนซึ่งเป็นผู้หญิงแต่ผู้เขียนจำชื่อไม่ได้ ทั้งสองท่านสอนเก่งสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เขียนตั้งใจเรียน สอบได้ที่ ๒ คะแนน ๘๗% ทำให้ได้เลื่อนชั้นไปเรียน ม.ศ.๒/๒ ทั้งๆที่เป็นนักกีฬาฟุตบอลล์ และนักวิ่งของโรงเรียน การเรียนในชั้น ม.ศ.๒ และ ม.ศ.๓ อยุ่ในขั้นแค่สอบผ่าน ครูที่สอนไม่ทำให้เกิดแรงจูงใจเหมือนคุณครูในชั้น ม.ศ.๑ คะแนนสอบอยู่ประมาณ ๖๐%

คุณแม่เล่าให้ฟังว่าผู้เขียนเกิดในวันตรุษจีน เป็นวันที่เขาจุดประทัดดังสนั่นกันไปทั่วพระนคร คุณแม่ไม่สามารถคลอดผู้เขียนได้ตามปกติ หมอต้องผ่าท้องคุณแม่เพื่อนำผู้เขียนออกมา หลังจากออกจากโรงพยาบาลก็มาพักอาศัยที่บ้านคุณตา (โรงแรมเวียงใต้ ในปัจจุบัน) ไม่ทราบว่าอยู่ที่นี่นานเท่าใด หลังจากนั้นคุณพ่อย้ายไปประจำที่จังหวัดน่าน เป็นช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่สอง หรือเพิ่งเลิกสงครามใหม่ๆไม่แน่ใจ ผู้เขียนไม่ยอมดื่มนมจากคุณแม่ และนมกระป๋องราคาแพงแถมหาซื้อไม่ได้ ผู้เขียนจึงต้องดื่มน้ำข้าวแทนนม

เริ่มจำความได้เมื่อเข้าโรงเรียนอนุบาลปริญญาทิพย์ โรงเรียนใกล้บ้าน ในซอยรางน้ำ อยู่ได้ปีเดียวก็ย้ายไปอยู่อนุบาลละอออุทิศ หลังจบอนุบาลสอง จะขึ้นชั้นประถมหนึ่งที่โรงเรียนโยนออฟอาร์ต (โรงเรียนคริสอยู่ติดกับโรงเรียนเซ็นต์ฟรัง) แต่โรงเรียนอ้างว่าผู้เขียนมีฐานความรู้อ่อนมากเนื่องจากที่อนุบาลละอออุทิศไม่ได้เน้นเรื่องการให้ความรู้ จึงให้ผู้เขียนไปเรียนอนุบาลอีกปีที่โรงเรียนพันธศึกษา ซึ่งเป็นโรงเรียนในเครือเดียวกับโยนออฟอาร์ต์ ผู้เขียนและน้องอีก ๓ คนเรียนชั้นประถมที่ โรงเรียนโยนออฟอาร์ต ชั้นสูงสุดสำหรับผู้ชายคือ ป.๗ ส่วนผู้หญิงต่อได้ถึงชั้น ม.ศ.๓ ผู้เขียนและน้องชายเรียนต่อ ม.ศ.๑ ที่โรงเรียนวัดบวรนิเวศ ส่วนน้องสาว ๒ คนเรียนที่โยนออฟอาร์ต์จนถึง ม.ศ.๓ หลังจากนั้นก็ออกไปต่อมัธยมปลายที่โรงเรียนสายน้ำผึ้ง

ที่โรงเรียนโยนออฟอาร์ต แต่ละชั้นแบ่งออกเป็น ๔ ห้องเรียน ห้อง ก. และห้อง ง. เป็นห้องเรียนของนักเรียนหญิงล้วน ห้อง ข.เป็นห้องเรียนของนักเรียนชายล้วน ห้อง ค.เป็นห้องเรียนปนระหว่างนักเรียนชายและนักเรียนหญิง ผู้เขียนอยู่ห้อง ข.ตั้งแต่ชั้น ป.๑ ถึง ป.๗ ผู้เขียนอยู่ในกลุ่มของนักเรียนเรียบร้อยตั้งใจเรียน เพื่อนๆส่วนมากจะเรียนเก่งได้คะแนนดี ส่วนผู้เขียนเองเรียนอยู่ในระดับกลาง พวกเรียนเก่งเรียนพิเศษกับคุณครูหลังเลิกเรียนทุกวัน ส่วนผู้เขียนไม่ได้เรียนพิเศษ จบชั้นประถม ๗ เพื่อนๆทุกคนรวมทั้งผู้เขียนไปสอบเข้าโรงเรียนเซ็นต์คาเบียล เพื่อนๆในกลุ่มเรียนเก่งสอบเข้าได้ทั้งหมด ผู้เขียนสอบไม่ติด แต่เนื่องจากคุณป้าเป็นแม่ชีคริสระดับสูงของประเทศไทยสามารถฝากให้ได้แต่ผู้เขียนจะต้องหันไปนับถือศาสนาคริส และคุณพ่อต้องบริจาคเงินจำนวนหนึ่ง ผู้เขียนตัดสินใจเลือกเรียนต่อที่โรงเรียนวัดบวรนิเวศ ซึ่งคุณพ่อเป็นกรรมการศิษย์เก่า และเป็นเพื่อนสนิทกับอาจารย์ใหญ่ ไปสอบคัดเลือกตามปกติปรากฎว่าไม่ติด จึงต้องอาศัยโค้วต้าของอาจารย์ใหญ่จึงได้เข้าเรียนที่โรงเรียนวัดบวรนิเวศ โดยได้อยู่ห้องท้ายสุด ซึ่งเป็นห้องเด็กฝากทั้งหมด

เรียนชั้น ม.ศ.๑/๗ คุณครูประจำชั้น ชื่อคุณครูสมพล และคุณครูฝึกสอนซึ่งเป็นผู้หญิงแต่ผู้เขียนจำชื่อไม่ได้ ทั้งสองท่านสอนเก่งสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เขียนตั้งใจเรียน สอบได้ที่ ๒ คะแนน ๘๗% ทำให้ได้เลื่อนชั้นไปเรียน ม.ศ.๒/๒ ทั้งๆที่เป็นนักกีฬาฟุตบอลล์ และนักวิ่งของโรงเรียน การเรียนในชั้น ม.ศ.๒ และ ม.ศ.๓ อยุ่ในขั้นแค่สอบผ่าน ครูที่สอนไม่ทำให้เกิดแรงจูงใจเหมือนคุณครูในชั้น ม.ศ.๑ คะแนนสอบอยู่ประมาณ ๖๐% อย่างไรก็ตามเมื่อขึ้น ม.ศ.๔ ผู้เขียนเลือกเรียนสายวิทยาศาสตร์ ปีนี้ได้เป็นหัวหน้าทีมฟุตบอลล์ และเริ่มจีบผู้หญิง ไม่พอใจครูหลายคนทำให้ไม่เข้าเรียนหลายวิชา ในที่สุดทำให้สอบตก ต้องซ้ำชั้น ม.ศ.๔ เพื่อนๆพากันไปเรียนชั้น ม.ศ.๕ ส่วนผู้เขียนต้องเรียนร่วมกับนักเรียนใหม่ที่มาจากโรงเรียนอื่น และเพื่อนรุ่นน้อง อย่างไรก็ตามปีที่สองนี้ผู้เขียนมีความมั่นใจว่าสอบผ่าน คุณพ่อเป็นห่วงสอบถามว่าแน่ใจแค่ไหน ถ้าไม่แน่ใจจะได้ไปฝากอาจารย์ใหญ่ให้ช่วยเพราะถ้าปีนี้สอบตกอีกจะต้องออกจากโรงเรียน หมดโอกาสเรียนต่อ ผู้เขียนตอบคุณพ่ออย่างแน่ใจหลังการสอบ คาดว่าจะได้คะแนนมากกว่า ๖๐ % แต่เมื่อผลสอบออกมาปรากฎว่าผู้เขียนสอบตก ได้คะแนน ๔๙.๕๕ % ผู้เขียนได้เช็คผลสอบในแต่ละวิชา จึงทราบว่ามีครูถึง ๔ คน ๔ วิชาที่ให้คะแนนผู้เขียนตก เนื่องจากวิชาเหล่านั้น ผู้เขียนเข้าใจดีและทำได้ ผู้เขียนทราบสาเหตุของครู ๒ คนที่ให้คะแนนผู้เขียนตก เนื่องจากมีสาเหตุความเป็นมา คนแรก เป็นครูสอนเคมี ครูคนนี้ได้นำน้องชายมาเข้าเรียนที่โรงเรียนวัดบวรนิเวศในชั้น ม.ศ.๔ เป็นนักเรียนเกเร เคยชกผู้เขียนในห้องเรียนขณะครูกำลังสอนผู้เขียนนั่งหน้าแถวที่สอง เขาเข้ามาจากข้างหลังและชกที่ศรีษะของผู้เขียน เมื่อผู้เขียนตั้งตัวได้จึงเตะสวนออกไป แต่โดนครูที่กำลังเข้ามาแยก ไม่มีอะไรเกิดขึ้นน้องชายครูไม่ถูกทำโทษใดๆทั้งสิ้น แต่น้องชายครูเรียนไม่เป็นสุข ต้องพกอาวุธติดตัวมาโรงเรียนเพราะกลัวผู้เขียนและเพื่อนๆจะเอาคืน ผมได้ห้ามเพื่อนๆไม่ให้ทำอะไร ถ้าผู้เขียนสอบผ่าน และยังเรียนอยู่น้องชายครูก็ต้องอยู่อย่างไม่เป็นสุข ส่วนครูอีกคนเป็นครูที่ผู้เขียนไม่ชอบ ท่านสอนวิชาชีวได้ดี แต่สอนวิชากลศาสตร์ ไม่ได้เรื่อง สั่งซื้อหนังสือของอาจารย์ "ก" แต่ไปเอาหนังสือของอาจารย์ "ข" มาสอน และให้นักเรียนจดตามที่ครูอ่านในหนังสือ ผู้เขียนได้ไปซื้อหนังสืออาจารย์ขอมาอ่าน จึงไม่ได้จดตามที่ครูอ่านในหนังสือ ทำให้ครูโกรธ และต่อว่าที่ผู้เขียนไม่จด ผู้เขียนอ้างว่ามีหนังสือแล้วไม่จำเป็นต้องจดเพราะลายมือไม่สวยอ่านไม่ออก ทำให้ครูไม่พอใจ และมีอยู่วันหนึ่งที่ครู ทำโจทย์บนกระดาน โดยปิดหนังสือ และครูลืมจึงเขียนต่อไม่ได้ ผู้เขียนได้บอกสิ่งที่ครูขาดตามหนังสือ ครูโกรธหาว่าผู้เขียนอวดรู้ และไล่ผู้เขียนออกนอกห้องเรียน ไม่ต้องมาเรียนวิชานี้ ส่วนครูอีกสองท่านหาสาเหตุไม่ได้ว่าทำไมจึงแกล้งผู้เขียน ผู้เขียนเข้าไปขอดูข้อสอบวิชาที่ผู้เขียนทำได้แต่คะแนนไม่ผ่าน แต่ครูที่น้องชายมีปัญหากับผู้เขียนไม่ยอมให้ดูแถมพูดกวนว่าถ้าสอบได้จะให้ดู ตอนแรกผู้เขียนคิดว่าจะเอาเรื่องพาคุณพ่อไปพบอาจารย์ใหญ่ แต่นึกยังไงไม่ทราบจึงไม่เอาเรื่อง

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปจากเดิมที่คิดว่าจะเข้ามหาวิทยาลัย คุณพ่อและญาติต่างต้องการให้ไปสอบเข้าพาณิชย์การ ผู้เขียนดูแล้วเมื่อจบออกมาก็ต้องเป็นเสมียนตัวเล้กๆ เงินเดือนน้อยไม่มีความโดดเด่นอะไร โชคดีที่ลุงเขยสามารถฝากให้เข้า วิทยาลัยวิทยานุกรณ์ เป็นโรงเรียนด้านวิชาชีพโดยตรง มีให้เลือก 2 หลักสูตร คือหลักสูตรธุรกิจการบิน และหลักสูตรโรงแรม ผู้เขียนเลือกเรียนหลักสูตรธุรกิจการบิน หลักสูตรเหล่านี้สอนเป็นภาษาอังกฤษ และเรียนตั้งแต่ ๑๖.๐๐-๒๐.๐๐ น เนื่องจากครูผู้สอนเป็นพนักงานระดับสูงของสายการบินต่างๆ หลักสูตรนี้ค่าเรียนแพงและต้องไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มจากที่อื่นอีก คุณพ่อไม่มีเงินพอที่จะจ่ายค่าเล่าเรียนได้ แต่โชคดีที่มีลุงเขยที่เป็นผู้แนะนำหลักสูตรนี้ช่วยเป็นภาระค่าเล่าเรียนให้ ขึ้นปีสองก็ได้ทำงาน เพื่อเพิ่มทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ โดยทำงานเป็นพนักงานขายทัวร์ในโรงแรมให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ จนจบการศึกษา บริษัทที่ทำงานเปิดแผนกขายตั๋วเครื่องบินและให้ผู้เขียนเป็นพนักงานคนแรกของแผนกนี้ โดยมีผู้บริหารจากสายการบินหลายแห่งเป็นพี่เลี้ยงคอยให้ความช่วยเหลือ ผู้เขียนต้องเข้าไปทำงานเหมือนกับเป็นพนักของสายการบิน อยู่ถึง ๓ เดือนก่อนที่จะกลับมาทำงานที่บริษัท

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

 

บทเรียนการดำเนินชีวิตของผู้สูงวัย ตอนที่ ๑ ความเป็นมา (ประสบการณ์ชีวิตของ ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท

พิมพ์ PDF

บทเรียนการดำเนินชีวิตของผู้สูงวัย ตอนที่ ๑ ความเป็นมา (ประสบการณ์ชีวิตของ ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท


ผู้เขียนมีความตั้งใจที่จะเขียนบทความนี้เพื่อประโยชน์ให้กับท่านผู้สนใจได้ทำการศึกษา และใช้เป็นบทเรียนเพื่อนำไปดัดแปลงเพื่อใช้ในการดำเนินชีวิตของท่านให้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายของแต่ละท่าน เรื่องที่เขียนนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด มิได้มีการปรุงแต่งเช่นเดียวกับการแต่งนิยาย หรือการทำละครหรือภาพยนต์

ขณะนี้ผู้เขียนมีอายุ ๖๓ ย่าง ๖๔ ปี มีประสบการณ์ในการดำเนินชีวิต ผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้วกว่า ๖๓ ปี ได้พบทั้งความสุข ความเสียใจ และความผิดหวัง เป็นชีวิตที่มีคุณค่าคุ้มกับการเกิดมาเป็นมนุษย์ เคยวางเป้าหมายไว้ว่าเมื่ออายุ ๖๐ ปี จะสามารถทำตัวให้เป็นอิสระจากภาระต่างๆ เพื่อใช้เวลาที่เหลืออยู่ของชีวิต พักผ่อนหาความสุขจากธรรมชาติ ท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆที่เป็นธรรมชาติ

แผนการไม่เป็นอย่างที่คิด โดยเฉพาะการตัดสินใจที่ผิดพลาดเมื่ออายุ ๕๙ ย่าง ๖๐ ปี ทำให้ไม่สามารถทำให้ตัวเองเป็นอิสระจากภาระด้านเศรษฐกิจได้ จากการเป็นผู้บริหารในบริษัทที่มั่นคง มีรายได้ประจำ กลายมาเป็นผุ้ไม่มีรายได้ประจำ ทำงานให้สังคม ต้องศึกษาเรียนรู้สิ่งใหม่ๆและเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิต เป้าหมายช้ามา ๔ ปี แทนที่จะได้เป็นอิสระจากการทำงานประจำเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ ใช้ชีวิตปั้นปลายกับการพักผ่อนและท่องเที่ยวไปตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ อย่างไรก็ตามจากจุดหักเหนี้ ทำให้ได้เรียนรู้ชีวิตไปอีกอย่างหนึ่ง และได้เริ่มตั้งเป้าหมายใหม่ เป้าหมายนี้เป็นเป้าหมายในการทำเพื่อคนในอนาคต เป้าหมายนี้จะไม่เห็นความสำเร็จในชีวิตของผู้เขียน .........เป็นเพียงการจุดประกาย ........สร้างเวที ........ปูพื้นฐาน ......... ให้กับสังคมไทย

ผู้เขียนมีความตั้งใจที่จะเขียนบทความนี้เพื่อประโยชน์ให้กับท่านผู้สนใจได้ทำการศึกษา และใช้เป็นบทเรียนเพื่อนำไปดัดแปลงใช้ในการดำเนินชีวิตของท่านให้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายของแต่ละท่าน เรื่องที่เขียนนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด มิได้มีการปรุงแต่งเช่นเดียวกับการแต่งนิยาย หรือการทำละครหรือภาพยนต์

ย้อนอดีต

ผู้เขียนเกิดในราชสกุลชมพูนุท สืบเชื้อสายมาจาก พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่สาม ครอบครัวมีฐานะยากจนมาตั้งแต่สมัยท่านปู่ หม่อมเจ้าชนม์เจริญ ชมพูนุท ท่านปู่สูญเสียพระราชบิดา พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชมพูนุท กรมขุนเจริญผลพูลสวัสดิ์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่มีพระชนม์มายุได้ ๑ ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงรับ ท่านปู่ เข้ามาอยู่ในพระบรมมหาราชวัง เนื่องจากท่านปู่เป็นเจ้านายในรัชกาลเดียว (รัชกาลที่ ๓) กับพระวิมาดาเธอ กรมพระสุธาสินีนาถ (พระอรรคชายาในขณะนั้น) เป็นผู้ปกครองท่านปู่ พระวิมาดาได้โปรดให้ท่านปู่เสด็จออกมาประทับอยู่นอกพระบรมมหาราชวัง เพื่อทรงศึกษาในโรงเรียนมกุฎราชกุมารจนจบหลักสูตร ต่อมาได้ทรงผนวชเป็นสามเณร จนกระทั่งมีพระชนม์ครบจึงทรงผนวช หลังจากทรงลาสิกขาบทแล้ว พระวิมาดาโปรดให้ไปประทับอยู่ที่วังลดาวัลย์ โดยประทานให้สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงลพบุรีราเมศวร พระโอรสเป็นผู้ทรงอุปการะ และโปรดให้รับราชการในกระทรวงมหาดไทย คุณปู่ได้สมรสกับคุณย่าเขียน บุณยมานพ ธิดาคนโตของพระยาสัตยพรตสุนันท์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ มีโอรส ธิดา รวม ๑๒ คน

ท่านปู่ มีเงินเดือนน้อยไม่พอเพียงกับการส่งเสีย โอรส ธิดา คุณย่าเป็นลูกของคนรวย แต่ท่านเสียเมื่อผู้เขียนยังไม่เกิด คุณพ่อเล่าให้ฟังว่าเมื่อคุณพ่อเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คุณพ่อไม่มีเงินซื้อข้าวกลางวัน ต้องแอบเข้าห้องน้ำเพื่อไม่ให้เพื่อนรู้ ดื่มน้ำประปาแทนข้าวกลางวัน คุณพ่อรับราชการอยู่กระทรวงสหกรณ์ ต่อมายุบกระทรวงสหกรณ์และเปลี่ยนมาเป็นกระทรวงพัฒนาการ หลังจากนั้นกระทรวงพัฒนาการก็ถูกยุบ และหน่วยงานของคุณพ่อก็ย้ายไปรวมอยู่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ผู้เขียนเกิดในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่สอง เกิดที่โรงพยาบาลศิริราช และอาศัยอยู่ที่โรงแรมเวียงใต้ในปัจจุบัน (สมัยก่อนเป็นสมบัติของคุณตา คุณตายกให้หลานรวมทั้งคุณพ่อของผู้เขียน แต่ผู้รับมรดกส่วนมากต้องการแยกออกไปมีบ้านช่องของตัวเอง จึงตกลงขายและแบ่งเงินที่ได้จากการขาย คุณพ่อเล่าว่าได้ส่วนแบ่งเพียงนิดเดียวไม่สามารถนำไปทำอะไรได้ ผู้เขียนไม่ได้ดื่มน้ำนมจากคุณแม่ และก็ไม่ได้ดื่มน้ำนมที่ทำจากวัว เนื่องจากช่วงเด็กคุณพ่อรับราชการอยู่ต่างจังหวัด นมกระป๋องราคาแพงและหาซื้อยาก ผู้เขียนจึงต้องดื่มน้ำข้าวแทนนม

ผู้เขียนเป็นลูกชายคนโตของคุณพ่อ หม่อมราชวงศ์ มนัสปรีดี ชมพูนุท และคุณแม่ นางสุจิตรา ชมพูนุท ณ.อยุธยา เดิมคุณแม่ทำงานมีรายได้ แต่เมือผู้เขียนเกิดคุณแม่ได้ลาออกจากงานและหันมาเลี้ยงดูผู้เขียนและน้องๆอีก ๓ คนรวมเป็น ๔ คน คุณพ่อคุณแม่ของผู้เขียนเป็นบุพการีที่ประเสริฐสุดท่านให้ความรักและเลี้ยงดูลูกๆมาอย่างดี ท่านเป็นข้าราชการที่ซื่อสัตย์ และมีจิตใจโอบอ้อมอารีย์ เป็นที่รักของลูกน้อง ผู้คนรอบข้าง ท่านสอนให้ลูกทุกคนเป็นคนดี ท่านต้องอดทนและทำงานหนักเพื่อให้ลูกทุกคนอยู่อย่างสบาย ท่านทั้งสองได้จากผู้เขียนไปนานแล้ว เสียดายที่ผู้เขียนไม่ได้ดูแลเอาใจใส่ท่านในช่วงที่ท่านมีชีวิตอยู่ดีเท่าที่ควร มานึกได้ก็เมื่อท่านจากไปแล้วไม่มีโอกาสที่จะแก้ตัว เวลาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่สามารถย้อนเวลากลับมาได้

(โปรดติดตามตอนต่อไปในเร็วๆนี้)

ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท

๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๖

หมายเลขบันทึก: 540979เขียนเมื่อ 30 มิถุนายน 2013 18:48 น. (9 ปีที่แล้ว)แก้ไขเมื่อ 7 เมษายน 2015 21:21 น. (7 ปีที่แล้ว)สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงจำนวนที่อ่าน

 


หน้า 6 จาก 533
Home

About Us

ศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) เป็นองค์กรที่พัฒนาและจัดทำโครงการเพื่อทำประโยชน์ให้สังคม เป็นองค์กรสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐ ช่วยแก้ปัญหาผู้ประกอบการภาคธุรกิจบริการที่ขาดแคลนบุคลากรที่มีมาตรฐานในการให้บริการ
อ่านเพิ่มเติม

มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ ์

 iHDC Profile
บัญชีรายชื่อกรรมการ
ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน การเปลี่ยนแปลงกรรมการของมูลนิธิ
เอกสารประชาสัมพันธ์ โครงการ HMTC.pdf
เอกสารแนะนำโครงการ HMTC 1.pdf
เอกสารโครงการ HMTC 2 คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ.pdf
iHDC นิติบุคคล.pdf
iHDC บุคคล.pdf
iHDC บุคคลเครือข่าย.pdf
รายงานการประชุม 6 มีนาคม 2560.pdf
ข้อบังคับมูลนิธิ
ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ
Ihdc-Profile and Roadmap 2016-2019 Mar 23 2560.pdf
รายงานการประชุมใหญ่คณะกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ 2559.pdf
คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ สาขาวิชาชีพ.pdf
รายงานการประชุมใหญ่วันที่ 18 ธ ค 2558 v 3.pdf
รายงานการประชุม วันที่ 24 ธันวาคม 2557 updated 4 มีนาคม 2558.pdf
iHDC-invitation Letter.doc
iHDC-Member Form Thai.doc
iHDC-Member Form English.doc
รายงานการประชุมกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ วันที่ 15 มกราคม 2556 ฉบับสมบูรณ์


thaibetter
พัฒนาประเทศไทยแบบทวีคูณ และยั่งยืน ( ททค )

Login


แบบสำรวจ

สถิติเว็บไซด์

สมาชิก : 4929
Content : 2909
เว็บลิงก์ : 24
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 7368877

facebook

Twitter


บทความเก่า