Thaiihdc.org

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร
Thaiihdc.org

คณะราษฎร หรือ คณะโจร

พิมพ์ PDF

 

เดิมพันของรุ้งกับรอยยิ้มอย่างสะใจของปวิน /สุวินัย ภรณวลัย

พิมพ์ PDF

การเดิมพันของรุ้งกับรอยยิ้มอย่างสะใจของปวิน / สุวินัย ภรณวลัย

ผมเพิ่งได้ดูสารคดี "The student protest leader challenging the Thai King" จบเมื่อครู่นี้เอง มันเป็นสารคดีของ SBS Dateline จากออสเตรเลีย

สารคดีนี้ทำขึ้นอย่างมืออาชีพ วางตัวเป็นการอย่างล้วงลึก จนแทบเรียกได้ว่านำเสนอจากมุมมองของ "ผู้สังเกตการณ์อย่างมีส่วนร่วม"

เพราะเข้าไปถ่ายทำแบบสารคดี "คนค้นคน" คือเป็นงานที่ถ่ายทำกันจริงจังมากๆ จนสามารถเข้าไปถ่ายบ้านพักของกลุ่มคณะราษฎร์ 63 และรวบรวมเก็บฟุตเทจอย่างละเอียดตั้งแต่ 18 กรกฎาคม จนถึง 20 ตุลาคม 2563

ต้องยอมรับว่าคนทำสารคดีนี้เข้าใจการเมืองไทยเป็นอย่างดี ราวกับมีคนไทยมาช่วยกำกับด้วยตัวเอง

แถมสารคดีนี้ยังถ่อไปสัมภาษณ์ปวินถึงมหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่นด้วย

สารคดีนี้ เดินเรื่องโดยใช้ รุ้งเป็นคนนำเรื่องตั้งแต่ต้นจนเธอถูกจับ

ผมมีข้อสังเกตส่วนตัวเกี่ยวกับรุ้งในสารคดีนี้ดังต่อไปนี้

(1) ในบ้านเช่าที่แกนนำม็อบคณะราษฏร63 สุมหัวกันอยู่ด้วยกัน โดยรุ้งเป็นหัวหน้านั้น  มี #ลักษณะคล้ายชมรมในมหาวิยาลัยมากกว่า

องค์กรจัดตั้งอย่างจริงจังของนักปฏิวัติมืออาชีพ

#เยาวชนกลุ่มนี้คลั่งไคล้หลงไหลในตำนานการปฏิวัติไทย พวกเขาเล่นกีต้าร์ร้องเพลงปฏิวัติไทยที่แต่งโดยนักปฏิวัติไทยรุ่นก่อนเมื่อ 50-60 ปีก่อน

วาทกรรมที่รุ้งใช้ แว่นสีที่รุ้งใช้มองความเป็นจริง เป็นภาษาฝ่ายซ้ายล้วนๆ จนรุ้งและพวกหมกมุ่นความคิดใน "โลกของนักปฏิวัติ" อย่างถลำลึกชนิดถอนตัวไม่ได้แล้ว

(2) ในตอนหนึ่งของการให้สัมภาษณ์กับคนทำสารคดีนี้ รุ้งพูดออกมาเองว่า เธอวางเดิมพันชีวิตของเธอไว้ที่ "การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์" โดยเธอเลือกข้างเดิมพันว่า คนรุ่นเธอสามารถชนะเดิมพันนี้ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ได้สำเร็จ

(3)  การเกิดม็อบคณะราษฏร์63 ที่มีผู้มาชุมนุมในช่วงพีคสุดราวๆสองหมื่นห้าพันคน  ...จริงๆแล้วเกิดจากการทุ่มเทเดิมพันของเหล่าแกนนำคณะราษฏร63 อย่างรุ้ง  เพนกวิ้น ไมค์ และทนายอานนท์นั่นเอง  ซึ่งแน่นอนว่า #พวกเขาประเมินสถานการณ์ผิดพลาดมากๆ

ชัดเจนว่าพวกเขาต้องการ "เปลี่ยนโลก เปลี่ยนความจริงตรงหน้าให้ตามใจพวกตน"  ทำได้หรือไม่นั่นเป็นอีกเรื่อง  แต่ที่แน่ๆพวกเขาได้ลงมือทำจริงๆ

(4) แปลกแต่จริง ภาพที่ติดตาผมในสารคดีนี้มากที่สุดกลับไม่ใช่ภาพของรุ้งนะ แต่คือภาพแสยะยิ้มของปวินอย่างสะใจตอนเขาให้สัมภาษณ์คนทำสารคดีนี้มากกว่า

(5)  ถ้าเรามองย้อนเหตุการณ์ลุกฮือ (uprising) ของม็อบคณะราษฏร์63 นี้ ด้วยสายตาที่เยือกเย็นและยาวไกลของนกอินทรีที่มองการก่อความวุ่นวายของผู้คนลงมาจากท้องฟ้า แบบในภาพยนต์เรื่อง (ran อ่านว่า รัน ในภาษาญี่ปุ่น) ของผู้กำกับคุโรซะวะ อาคิระ

เราน่าจะได้ข้อสรุปตรงกันว่า  ... #การลุกฮือแบบนี้มันไม่คู่ควรและไม่คุ้มค่าที่จะเอาชีวิตทั้งชีวิตของตัวเองไปแลกเลย  ... โลกมันก็เป็นเช่นนี้ของมันอย่างนี้แหละ  ตถตา

เราเปลี่ยนโลกไม่ได้หรอก เพราะแค่เร่าร้อนที่อยากจะเปลี่ยนโลก ดุจเอาศีรษะไปพุ่งชนกำแพงเหล็ก

#แต่เราเปลี่ยนแปลงตัวเองได้แน่นอน

นี่คือสัจธรรมชีวิตที่คนรุ่นนี้ควรได้เรียนจากประสบการณ์โดยตรงของพวกเขาเอง

https://www.youtube.com/watch?v=TnsDDcqC_xI&ab_channel=kalamai

 

ทำไม ฝ่ายค้านถึงเร่งให้นายกตู่ลาออก

พิมพ์ PDF

พ.อ.นพ พงศ์ศักดิ์ ตั้งคณา ส่งมาให้ผมในไลน์ส่วนตัว อ่านดูแล้ว เห็นด้วยกับคุณหมอ จึงขอแชร์ต่อครับ

ทำไม ฝ่ายค้านจึงเร่งให้นายกลุงตู่ ลาออก?
มาอ่านความจริงที่คุณแพทได้กรุณาเมนท์บอกในเฟสผม ซึ่งคุณแพท ก็เชียร์ให้ผมนำมาโพสท์
ผมเห็นดีเห็นงามด้วย จึงปรารถนาประกาศให้โลกรู้ไปพร้อมกัน
หวังว่าทัวร์จะไม่ไปลงเฟสเธอนะครับ
 Pat Titaree
@@@: อยากให้ทุกท่านอ่านบทความนี้
++++++++++++++++++++++++++++
ทำไม ฝ่ายแค้น ถึงเร่งรีบกันนักกับจะโค่นล้ม #รัฐบาลลุงตู่ ลงให้ได้โดยเร็ววัน
เพราะว่า ถ้าปล่อยให้บริหารราชการแผ่นดินต่อไปอีก 4 ปี สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย คือ.-
1. โครงการ EEC หรือ โครงการพัฒนาเศรษฐกิจด้านตะวันออก นับแสนๆล้าน สำเร็จลงด้วยดี จะบังเกิดผลทำให้เศรษฐกิจมหภาคเติบโตแบบยั่งยืน ทั้งการลงทุน การจ้างงาน
การผลิต การส่งสินค้าออก ที่มีระบบ 5G รองรับสนับสนุน ที่เป็นผลงานของรัฐบาลที่ทั่วโลกยอมรับ
2. โครงการ สนามบินอู่ตะเภา นับแสนล้าน เกิดขี้นสำเร็จ จะเกิดการจ้างงานทั้งระบบ ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพิ่มขึ้นอีกมากมายตามมา เป็นผลงานชั้นดีอีกโครงการหนึ่ง
3. โครงการ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภมิ อู่ตะเภา สำเร็จ จะเกิดระบบ ขนส่งทางรางที่รวดเร็ว บริการนักท่องเที่ยว หรือ ผู้เดินทาง ได้สะดวกสะบาย มีผลที่ตามมา คือ ธุรกิจตามเส้นทางนี้จะเกิดขึ้นอีกมากมาย
4. รถไฟฟ้า เกือบทุกเส้นทาง ทุกสี ในกรุงเทพฯและปริมนฑล จะเสร็จเกือบหมด จะทำให้ การขนส่งทางราง การเดินทางของประชาชน สะดวกสะบาย รวดเร็ว ทุกเส้นทาง ลดภาวะฝุ่นมลพิษลงได้สำเร็จ เป็นผลงานที่โด่ดเด่นของ ลุงตู่ ที่เป็นผู้เริ่มต้นเมื่อ 4 ปี ที่ผ่านมา
5. สถานีกลางบางซื่อ ผลงานชิ้นเอกอีกโครงการหนึ่ง ที่เป็นชุมทางของรถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้าสีต่างๆ บางสายเชื่อมต่อโดยตรง เป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่มากแห่งหนึ่งในโลก ที่ออกแบบสวยงามทันสมัย มีธุรกิจบริการพร้อม ทั้งโรงแรม ศูนย์การค้า และการบริการอื่นๆเกิดขึ้นมากมายอีกโครงการหนึ่ง
6. ระบบรถไฟทางคู่ จะเกิดขึ้นเกือบทุกเส้นทาง ทั่วประเทศไทย
7. ทางมอเตอร์เวย์ สายสำคัญๆ เช่น บางปะอิน-นครราชสีมา, บางใหญ่-กาญจนบุรี, นครปฐม-ชะอำ และ เส้นทางใหม่ๆที่จะเกิดขี้นอีก จะเป็นผลงานที่เป็นรูปธรรมที่เกิดขึ้นจริง
8. การขุดบ่อน้ำบาดาลแก้ภัยแล้ง ทั่วประเทศจะสำเร็จภายในต้นปีหน้านี้ ที่ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาไม่เคยคิดจะทำ ภัยแล้วจะทุเลาลง ประชาชนจะเห็นผลงานกับตัวเอง
9. รัฐบาลพล.อ.ปนะยุทธ์ จันทร์โอชา มีความจงรักภักดีปกป้องสถาบันสูงสุด ฝ่ายแค้นต้องโค่นลุงตู่ลงให้ได้โดยไว,...เพราะลุงตู่คือเสาหลักค้ำยันปกป้องสถาบันไม่ใหัใครโค่นล้มได้ !!!?,...
แค่คิด ก็จะเกิด อิจฉาทิฐิ อยากเอามาทำต่อเป็นผลงานตัวเอง เพราะปล่อยให้ รัฐบาลลุงตู่ บริหารต่อไป ผลงานที่เกิดขึ้น ฝ่ายแค้น จะเสียหน้าที่ผลงานไม่มี ดีแต่ด่ารัฐบาลมือสะอาดต้องด่าว่าเผด็จการเป็นอีแอบอยู่เบื้องหลังเด็กๆ ลุงตู่คือนายกสองแผ่นดิน ปกป้ององค์ภูมินทร์ ค้ำฟ้า ท้อไม่ได้ เพื่อชาติเพื่อประชา เพื่อพระมหาราชา คู่ฟ้าไทย

นี่คือคำตอบทำไมไล่ลุงตู่,...เพราะขืนอยู่ยาวไป คงไม่ไหว ฝ่ายแค้น ไส้แห้ง จนใกล้ตาย
จึงสุมหัวกันไล่ลุงตู่  คนทั้งโลก ทั้งรู้ทั้งเห็น ยกเว้น ประเทศมหาอำนาจทั้งหลาย ที่ยังไม่เลิกเบียดเบียนผลงานของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ทั้งที่เสร็จแล้ว และที่กำลังจะแล้วเสร็จ ซึ่งล้วนก่อเกิดเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประเทศไทย ท่านใดที่อยากให้นายกลาออก ผมว่าท่านควรไปล้างสิ่งสกปรกในใจของท่านออกก่อนดีกว่า เพราะจิตใจของท่าน ไม่รับรู้ความดีที่เป็นจริงที่เกิดขึ้นเลย
นอกจากอคติ หรือผลประโยชน์ที่ท่านจะไม่ได้รับ ไม่ใช่ผลประโยชน์ส่วนรวมของคนไทยทั้งชาติ
และอีกอย่าง ที่ผมปลงใจเชื่ออย่างสนิทใจว่า ท่านเป็นคนดี เพราะทั้งในหลวงรัชกาลที่ ๙และ ๑๐ ทรงโปรดท่านมาก เพราะท่านเป็นคนดี ซื่อสัตย์ และรักประเทศชาติมากที่สุด คนไทยส่วนใหญ่ทั้งประเทศเห็นด้วยในความจริงนี้ ที่จัดการเรื่องป้องกันไวรัสโควิดในประเทศดีที่สุดในโลก

ทั้งแจกเงินให้ไปใช้ แจกเงินให้ไปเที่ยว ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ล่าสุด บัตรทองรักษาได้ทุกโรงพยาบาล เริ่ม ๑ พ.ย.นี้ ท่านนายกลุงตู่ คือ คนที่ในหลวงรัก คนที่รักในหลวง ความดีปรากฏ คนชั่วจึงอิจฉา อย่างนี้นี่เอง ขอขอบพระคุณ คุณแพท มา ณ โอกาสนี้ อีกครั้งครับ

#ปกป้องสถาบันชาติศาสน์กษัตริย์
#ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์
#ปกป้องพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา
#SAVETHAILAND

 

หมายเหตุ: ข้อมูลที่นำมาแชร์ด้านบนนี้ ได้รับมาจาก พ.อ.นพ พงศ์ศักดิ์  ตั้งคณา ที่ส่งมาให้ผมในไลน์ส่วนตัว ผมอ่านแล้ว เห็นด้วย และคิดว่าเป็นประโยชน์ จึงนำมาแชร์ต่อ

ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท

30 ตุลาคม 2563


 

ประชาธิปไตยสายตรง (๔) Lichtenstein

พิมพ์ PDF

#ประชาธิปไตยสายตรง (๔)

#ลิคเตนชไตน์ Lichtenstein

ลิคเตนชไตน์เป็นประเทศเล็กที่สุดประเทศหนึ่งในยุโรป (ต่อจากวาติกัน, โมนาโก, ซานมารีโน) มีพื้นที่เพียง 160 ตร.กม.เท่ากับอำเภออัมพวา สมุทรสงคราม มีประชากร 38,000 คน เท่ากับอำเภอเล็กๆ หนึ่งของไทย แต่เป็นประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก มีรายได้ต่อคนปีละประมาณ 4-5 ล้านบาท หรือเดือนละ 3-4 แสนบาท

ประเทศเล็กๆ นี้อยู่ติดกับสวิสและออสเตรีย และเยอรมันก็มีออสเตรียแคบๆ กั้นไว้เท่านั้น พูดภาษาเยอรมัน มีภูมิประเทศเป็นภูเขาสวยงามไม่แพ้สวิส คนมีชื่อเสียง มีรายได้มากอย่างนักกีฬาดังจากประเทศต่างๆ อาจเลือกโมนาโกเป็นที่อยู่อาศัยเพราะมีภาษีน้อยมาก ขณะที่ลิคเตนชไตน์ ภาษีส่วนบุคคลต่ำ แต่ภาษีการค้า อุตสาหกรรม ภาคธุรกิจต่างๆ น้อยมาก ทำให้มีบริษัทต่างชาติไปจดทะเบียนที่นี่กันมาก ทั้งมีที่ตั้งและไม่มีในประเทศนี้

ลิคเตนชไตน์พัฒนามาจริงๆ ไม่กี่สิบปีนี้เอง ที่น่าสนใจไม่ใช่แต่เรื่องเศรษฐกิจ แต่เรื่องการเมือง เพราะเป็นประเทศสองระบบก็ว่าได้ เป็นประชาธิปไตย มีส.ส. มีสภา ในเวลาเดียวกันมีประมุขที่เป็นเจ้าชายที่มีอำนาจสูงสุด สามารถยับยั้ง (วีโต้) มติของสภาหรือการลงประชามติของประชาชนได้ จนมีคนถือว่านี่เป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช (absolute monarchy) มากกว่า

ที่แปลก คือ การเมืองแบบนี้ประชาชนเป็นคนตัดสินใจเลือกเอง เพราะเมื่อมีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ในปี 2003 (ฉบับเดิมปี 1921) ในลักษณะนี้ ประชาชนก็เห็นชอบ และเมื่อมีการลงประชามติว่า ต้องการให้มีสองระบบนี้และเจ้าชายซึ่งเป็นประมุขยังมีอำนาจสูงสุดอยู่หรือไม่ ประชาชนร้อยละ 65 เห็นชอบ มีการไปสัมภาษณ์นักการเมือง (มี ส.ส. 35 คน) พวกเขาบอกว่า ตั้งแต่หลังสงครามโลกมานี่ เจ้าชายเคยวีโต้เพียงครั้งเดียว เป็นกฎหมายเรื่องการล่าสัตว์หรืออะไรแนวนั้น ที่ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตและไม่ทราบว่าทำไม

 

ประชาธิปไตยทางตรงที่ลิคเตนชไตน์คล้ายกับในสวิส ประชาชนมีสิทธิรวมรายชื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ เสนอกฎหมาย และเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกฎหมายที่ผ่านสภามาแล้วประหนึ่งเป็น “วุฒิสภา” ในประเทศอื่นๆ มีสิทธิรวมรายชื่อยุบสภาก็ได้ถ้ามีเหตุผลที่ดีพอ และมีเสียงประชากรเพียงพอ ประชาชนมีสิทธิเสนอข้อกฎหมายต่างๆ และเจ้าชายประมุขก็ไม่เคยวีโต้ ประชาชนลงมติเรื่องกฎหมายระหว่างประเทศได้ด้วย ว่าลิคเตนชไตน์จะเข้าร่วมหรือไม่ เช่น การลงมติเมื่อปี 1992 ที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกของเขตเศรษฐกิจยุโรป (European Economic Area EEA)

เจ้าชายฮันส์ อาดัมที่สองบอกว่า ประมุขอยู่สูงไม่ทราบความเป็นไป ปัญหาที่แท้จริงของประชาชนเท่ากับคนที่อยู่ในชุมชน จึงควรรับฟังเสียงของพวกเขามากที่สุด ลิคเตนชไตน์มี 11 เทศบาล ที่มีความเป็นอิสระสูงมาก สามารถวางแผนการบริหารจัดการตนเอง จัดการเก็บภาษีและดำเนินการแทบทุกอย่างด้วยตนเอง เกิดการแข่งขันระหว่างเทศบาลต่างๆ ในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม การท่องเที่ยวทั้งหน้าร้อนหน้าหนาวที่มีเล่นสกี

ลิคเตนชไตน์มีประวัติความเป็นมายาวนานเช่นเดียวกับบ้านเมืองต่างๆ ในยุโรป เป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (The Holy Roman Empire) ซึ่งตอนท้ายอยู่ภายใต้อำนาจของออสเตรีย เจ้าผู้ครองที่เป็นลิคเตนชไตน์ทุกวันนี้เดิมก็อยู่ที่ออสเตรีย ได้ซื้อที่ดินแถบนี้ ซึ่งกลายเป็นเขตปกครองของเจ้าชาย (Principality) มีความเป็นเอกเทศจากสมาพันธรัฐเยอรมันเมื่อปี 1866

เมื่อก่อนนี้ ต้นตระกูลของเจ้าลิคเตนชไตน์ถือว่า พื้นที่แถบนี้ที่เป็นเขตภูเขาสวยงาม จนเรียกกันว่าเป็นสวิสน้อย เป็นที่บรรดาเจ้ามาพักตากอากาศในปราสาทที่สร้างไว้บนเขา ซึ่งวันนี้ได้รับการบูรณะเป็นที่พำนักของเจ้าชายฮันส์ อาดัมที่สอง ประมุขของลิคเตนชไตน์ (ที่ร่ำรวยที่สุดคนหนึ่งของยุโรป ไม่ใช่จากสมบัติของตระกูล แต่จากการทำธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะเป็นประธานกลุ่มธนาคารใหญ่ของยุโรป)

ลิคเตนชไตน์พัฒนาอย่างรวดเร็วด้วยวิสัยทัศน์ของเจ้าผู้ครองนครโดยแท้ ที่เปลี่ยนจากสังคมเกษตรเล็กๆ ให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมของยุโรป มีโรงงานมากมายที่ผลิตเครื่องมือก่อสร้าง เครื่องมือแพทย์ จักษุแพทย์ และทันตกรรม เซรามิก ยา เสื้อผ้า อาหาร และอื่นๆ ที่เป็นการลงทุนจากต่างประเทศ เพราะเงื่อนไขภาษีและอื่นๆ ที่เอื้อ จนทำให้ประเทศเล็กๆ นี้มีบริษัทมาจดทะเบียนที่นี่ถึง 670,000 บริษัท ทั้งๆ ที่มีประชากรเพียง 38,000 คน มีทนายความเพียง 90 คน ที่ดูแลเฉลี่ยคนละ 7,000 บริษัท ที่นี่เป็นศูนย์กลางการเงินการธนาคารที่สำคัญแห่งหนึ่ง ก่อนนี้มีกฎหมายเรื่องการรักษาความลับของลูกค้า กลายเป็นสวรรค์การฟอกเงิน จนกระทั่งยกเลิกกฎหมายนี้เมื่อไม่กี่ปีก่อน เพราะถูกกดดันจากนานาชาติ

จากคำสัมภาษณ์เจ้าชายประมุขของลิคเตนชไตน์ ทำให้เข้าใจว่า สาเหตุสำคัญประการหนึ่งของการพัฒนาของประเทศเล็กๆ นี้มาจากพื้นฐานการศึกษาที่ทำกันมาตั้งแต่ร้อยกว่าปีก่อน นับเป็นรัฐแรกๆ ในยุโรปที่ทำเรื่องนี้ เพราะเห็นว่าประชาชนยากจน ไม่มีการศึกษาจึงหางานทำในประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้ วันนี้ลิคเตนชไตน์มีมหาวิทยาลัย มีโรงเรียนทุกระดับที่ดีและเพียงพอ คนอ่านออกเขียนได้ทุกคน

ที่นี่มีโรงงานอุตสาหกรรมที่มีแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าออกทำงานทุกวันกว่า 20,000 คน เป็นศูนย์กลางตลาดสินค้าต่างๆ เปิดตลาดโลก โดยเฉพาะกับประชาคมยุโรป ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกเช่นเดียวกับสวิส แต่ก็มีข้อตกลงทางการค้า และมีสิทธิพิเศษต่างๆ

เมื่อต้นปี 2548 เจ้าชายแห่งลิคเตนชไตน์มาปาฐกถาที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงร่วมกับลุงประยงค์ รณรงค์ ซึ่งเพิ่งรับรางวัลแมกไซไซ ท่านเล่าว่า รัฐธรรมนูญใหม่ที่ประกาศใช้กันเมื่อปี 2003 (2546) นั้น มีข้อแตกต่างหลายอย่างจากรัฐธรรมนูญเดิมที่ร่างเมื่อก่อตั้งลิคเตนชไตน์เป็นประเทศเมื่อปี 1921 โดยเฉพาะการจำกัดอำนาจของเจ้าประมุขของรัฐ แต่ก็ยังให้สิทธิในการยับยั้งมติของสภาและของประชาชนได้ ที่สำคัญ รัฐธรรมนูญให้เสรีภาพแก่ทุกชุมชนสามารถแยกเป็นอิสระหรือไปขึ้นกับประเทศอื่นได้ ถ้าต้องการ

ท่านเล่าว่ามีคนไทยในลิคเตนชไตน์อยู่กว่า 500 คน โดยไม่ได้ให้รายละเอียด เข้าใจว่า เป็นผู้หญิงที่แต่งงานกับชาวลิคเตนชไตน์ ผ่านมา 16 ปี วันนี้อาจมีเป็นพันแล้วก็เป็นได้ เพราะประเทศนี้น่าอยู่มาก เศรษฐกิจดี สังคมดี ไม่มีปัญหาการเมือง ประชาชนมีสิทธิมีเสียงประหนึ่งเป็นสมาชิก “วุฒิสภา” ในประชาธิปไตยทางตรง หรือกึ่งทางตรงของลิคเตนชไตน์

ถ้าเพลโต, มักเกียแวลลี และโทมัส โมร์ กลับมาเกิดและไปเที่ยวลิคเตนชไตน์ อาจจะอุทานว่า “อ้าว นึกว่าที่เราคิดไว้เขียนไว้เป็นแค่ความฝันหรือยูโธเปีย !”

 

เสรี พพ 28 ตุลาคม 2020


   


หน้า 8 จาก 473
Home

About Us

ศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) เป็นองค์กรที่พัฒนาและจัดทำโครงการเพื่อทำประโยชน์ให้สังคม เป็นองค์กรสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐ ช่วยแก้ปัญหาผู้ประกอบการภาคธุรกิจบริการที่ขาดแคลนบุคลากรที่มีมาตรฐานในการให้บริการ
อ่านเพิ่มเติม

มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์

 iHDC Profile
บัญชีรายชื่อกรรมการ
ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน การเปลี่ยนแปลงกรรมการของมูลนิธิ
เอกสารประชาสัมพันธ์ โครงการ HMTC.pdf
เอกสารแนะนำโครงการ HMTC 1.pdf
เอกสารโครงการ HMTC 2 คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ.pdf
iHDC นิติบุคคล.pdf
iHDC บุคคล.pdf
iHDC บุคคลเครือข่าย.pdf
รายงานการประชุม 6 มีนาคม 2560.pdf
ข้อบังคับมูลนิธิ
ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ
Ihdc-Profile and Roadmap 2016-2019 Mar 23 2560.pdf
รายงานการประชุมใหญ่คณะกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ 2559.pdf
คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ สาขาวิชาชีพ.pdf
รายงานการประชุมใหญ่วันที่ 18 ธ ค 2558 v 3.pdf
รายงานการประชุม วันที่ 24 ธันวาคม 2557 updated 4 มีนาคม 2558.pdf
iHDC-invitation Letter.doc
iHDC-Member Form Thai.doc
iHDC-Member Form English.doc
รายงานการประชุมกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ วันที่ 15 มกราคม 2556 ฉบับสมบูรณ์


thaibetter
พัฒนาประเทศไทยแบบทวีคูณ และยั่งยืน ( ททค )

Login


แบบสำรวจ

สถิติเว็บไซด์

สมาชิก : 3222
Content : 2586
เว็บลิงก์ : 24
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 5640844

facebook

Twitter


บทความเก่า