Thaiihdc.org

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร
Thaiihdc.org

ประชาธิปไตยสายตรง (๒) ประชาธิปไตยชุมชน

พิมพ์ PDF

#ประชาธิปไตยสายตรง (๒)

#ประชาธิปไตยชุมชน

เป็นเรื่องดีที่ภาคการเมืองเสนอเรื่อง “ประชาธิปไตยที่หมู่บ้าน” เพื่อเป็นรากฐานประชาธิปไตยทีมั่นคง ป้องกันวงจรอุบาทว์ของการทำ “รัฐประหาร” (ของทหาร และการ “การผูกขาดอำนาจ” ของรัฐบาลพลเรือน – ผู้เขียนเติมเอง) ที่มหาวิทยาลัยมหิดลเมื่อบ่ายวันที่ 17 พฤศจิกายน 2561

เป็นเรื่องดีถ้าเป็น “วาทกรรม” (discourse) ที่จุดประกายการถกเถียง เป็นวิภาษวิธีที่นำไปสู่ข้อสรุปใหม่และเกิดปัญญา แต่ถ้าพูดเพียงให้ดูดี ไม่มีความตั้งใจให้เกิดขึ้นจริง ก็อาจเป็นเพียงวาทศิลป์ (rhetoric) การตีฝีปากที่บิดเบือนเพื่อประโยชน์ทางการเมืองเฉพาะหน้า เพราะท่านมหาตมะ คานธี บิดาแห่งชาติของอินเดีย เคยพูดไว้นานแล้วว่า “คำตอบอยู่ที่หมู่บ้าน” ท่านให้ความหมายที่เป็นองค์รวม ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง โดยทำให้ดูเป็นตัวอย่างอีกด้วย นักการเมืองอินเดียบอกว่าเห็นด้วยกับท่าน แต่ในทางปฏิบัติไม่ได้ทำอะไรจริงจัง ทำอะไรที่ได้คะแนนเท่านั้น ท่านจึงเล่าเรื่องจากมหาภารตะ ตอนที่อรชุนจะออกรบแล้วลังเล พระนารายณ์ในร่างพระกฤษณะสารถีรถม้าของอรชุน กล่าวกับอรชุนเป็นเวลายาวนาน เนื้อหานั้นก็คือ ภวควคีตา หนึ่งในคัมภีร์อันสูงสุดของฮินดู อรชุนจึงได้ออกรบ มหาตมะคานธีสอนนักการเมืองอินเดียว่า อย่าได้คิดเพียงว่าทำอะไรแล้วจะชนะหรือไม่ ได้ประโยชน์ได้กำไรหรือไม่ จึงค่อยลงมือทำ แต่ให้ทำเพราะเป็นหน้าที่ เพราะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ดีงาม

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่รัชกาลที่ 9 ก็ทรงสอนเรื่องคล้ายกันใน “พระมหาชนก” เมื่อเรือสำเภาที่จะไปสุวรรณภูมิแตก คน 700 คนได้แต่อ้อนวอนเทวดา ตายหมด ขณะที่พระมหาชนกเตรียมตัวแล้วลงมือว่ายในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ นางมณีเมขลาเทวดามาเห็นจึงถามว่า ไม่เห็นฝั่งทำไมยังว่ายอยู่ได้ บทเรียนสำคัญของพระมหาชนก คือ “ความเพียรอันบริสุทธิ์ทำให้เกิดสิ่งอัศจรรย์” เทวดาได้อุ้มพระมหาชนกขึ้นฝั่งในที่สุด

ความปรารถนาดีของฝ่ายการเมืองที่อยากเห็น “ประชาธิปไตย” จากฐานราก คือ จากหมู่บ้าน ชุมชน ไม่ว่าชนบทหรือเมือง เป็นหลักคิดที่ทุกคนเห็นด้วยกันทั้งนั้น อยู่ที่วิธีการจะทำอย่างไรให้เกิดได้จริง ที่ผ่านมา นักการเมือง ข้าราชการ นักธุรกิจ รัฐบาล คนมีอำนาจ มักคิดแทนชาวบ้าน แบบปรารถนาดีประสงค์ร้าย เพราะไม่ได้เข้าใจจริงๆ ว่าชาวบ้านมีปัญหาอะไร มีศักยภาพอะไร ต้องการอะไร มักจะอ้างว่าได้ไปคลุกคลีเข้าถึงประชาชน แต่ผลที่ออกมาทำไมไม่มีอะไรที่ไปช่วยให้ “ชาวบ้าน” หรือ “ชุมชน” เข้มแข็งจริง กลับถูกครอบงำ และทำตามที่คนมีอำนาจบอกให้ทำ สั่งให้ทำ เพราะมีทั้งพระเดชและพระคุณ ดูแต่การเสวนาที่มหิดลวันก่อนก็ไม่มี “ชาวบ้าน” จาก “หมู่บ้าน” มาร่วมนั่งให้ความคิดเห็นแม้แต่คนเดียว เต็มไปด้วยคนจาก “หมู่บ้านจัดสรร” ที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่อ้างว่าพูด “แทนชาวบ้าน”

การทำความเข้าใจกับ “ประชาธิปไตยชุมชน” ไม่ควรเริ่มต้นจากการวิเคราะห์ “ทฤษฎี” หรือหลักปรัชญาด้วยวิธีการ “นิรนัย” (deductive) แต่ควรเรี่มต้นจาก “ชุมชน” ด้วยวิธีการ “อุปนัย” ( inductive) แนวคิดก็คงมีอย่างเดียวอันเป็นหลักสากล คือ ประชาธิปไตยหมายถึงประชาชนปกครองตนเอง จากนั้นควรไปค้นหาข้อมูลตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันว่า ชาวบ้านในอดีตปกครองตนเองอย่างไร ก็จะพบหลักว่าด้วย “อนาธิปัตย์” (anarchism) หรือการปฏิเสธอำนาจรัฐ การหนีอำนาจรัฐ มาจนถึงการลอดรัฐและข้ามรัฐ

ชาวคีรีวงที่มูลนิธิหมู่บ้านได้ไปร่วมกับชาวบ้านวิจัยตนเองเมื่อปี 2531 ค้นหารากเหง้าและวิวัฒนาการของชุมชนพบว่า พวกเขาเป็นไพร่หนีนายเข้าไปอยู่ในหุบเขาหลวง ไม่ไปรบที่ไทรบุรีตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์ และเพิ่งออกมาสู่โลกภายนอกเมื่อปี 2505 เมื่อเกิดวาตภัยแหลมตะลุมพุก

คีรีวงเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง และรอดพ้นจากภัยพิบัติธรรมชาติและการครอบงำของอำนาจทางสังคมเศรษฐกิจการเมืองได้ดีกว่าชุมชนอื่นๆ มาจนถึงทุกวันนี้

 

เจมส์ ซี สก็อต ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเยล ได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งเมื่อไม่กี่ปีมานี้ชื่อว่า ศิลปะการไม่ถูกปกครอง (The Art of Non-being Governed) พูดถึง “ชาวเขา” กว่า 100 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา พม่า ทางใต้ของจีนและทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียว่า เป็น “คนไร้รัฐ” (non-state people) ที่อาศํยอยู่ใน “เขตเงา” (shadow zone) ด้วยความสมัครใจเพื่อหนีการปกครองและครอบงำของรัฐ

นักการเมืองที่อยากส่งเสริมประชาธิปไตยในระดับฐานราก ควรศึกษาจิตวิญญาณของการต่อสู้ของชุมชนในอดีต ศึกษาภูมิปัญญาและศักยภาพของชุมชนในการปกครองตนเอง แล้วดูตัวอย่างของคนอย่างคุณหมอสงวน นิตยรัมพงษ์และแพทย์ชนบททั้งหลายที่คลุกคลีอยู่กับชาวบ้านที่เจ็บป่วย จนพัฒนานโยบาย “30 บาทรักษาทุกโรค” ให้รัฐบาลนำไปใช้ รวมทั้งผลการวิจัย การทำงานกับชุมชนขององค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน รวมทั้งองค์กรรัฐอย่างสำนักงานสุขภาพแห่งชาติ ที่ส่งเสริมเครือข่ายประชาชนและธรรมนูญสุขภาพ ธรรมนูญจังหวัด ตำบล ทั่วประเทศ เหล่านี้ล้วนเป็นความพยายามของทุกฝ่ายในการส่งเสริมการดูแลตนเอง การปกครองตนเองของชุมชน ซึ่งมีศักยภาพเพียงพอที่จะทำเช่นนั้น เพียงแต่รัฐและผู้มีอำนาจไม่ “บอนไซ” ทำให้ชุมชนเป็นไม้ในกระถาง แต่ต้องปฏิรูป คือ ทุบกระถางให้ไม้ลงดิน เติบโตพึ่งพาตนเอง “คืนอำนาจ” ให้ชุมชน แทนที่จะไปคิดแทนชาวบ้านว่า ประชาธิปไตยในชุมชนควรมีระบบโครงสร้างอย่างไร นักการเมืองควรแก้ไขกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ที่สร้างความเหลื่อมล้ำ จำกัดโอกาสคนจนและชุมชนให้เติบโต ส่งเสริมการเรียนรู้ของชุมชน การเรียนรู้ในแบบที่สร้างความเข้มแข็งได้จริง

กฎหมายที่ดีและการเรียนรู้ที่มีพลังสร้างความเข้มแข็งให้ฐานราก คือ เงื่อนไขไปสู่ประชาธิปไตย ทำเช่นนี้ก่อนเถิด แล้วชุมชนจะคิดระบบโครงสร้างประชาธิปไตยในชุมชนของพวกเขาเอง

เสรี พงศ์พิศ สยามรัฐ 21 พฤศจิกายน 2561


 

แนวคิด "ประชาธิปไตยสายตรง"

พิมพ์ PDF

นำความ “ประชาธิปไตยสายตรง”

ผมขอนำแนวคิดเรื่อง “ประชาธิปไตยสายตรง” มาโพสท์ เพื่อการเรียนรู้ร่วมกันสักหลายตอน โดยวันนี้นำข้อเขียนเก่าเรื่อง “สภาประชาชน” ที่มีคนอ่าน (ในเวปต์เก่า) และแชร์มากที่สุดเมื่อหลายปีก่อน (๒๕๕๖ ก่อนรัฐประหาร ๑ ปี) ตอนที่กำลังวุ่นวายทางการเมืองและทุกฝ่ายช่วยกันหาทางออก

บทความต่อไป “ประชาธิปไตยชุมชน” เขียนเมื่อปลายปี ๒๕๖๑ หลังการสัมมนาที่มหิดลโดยผู้นำพรรคการเมือง นักวิชาการและผมได้เข้าร่วมอภิปราย

ต่อจากนั้น ข้อเขียนใหม่ ผมจะเล่าเรื่องประชาธิปไตยทางตรง (direct democracy) ที่สวิส และลิคเตนชไตน์ ว่าเขาทำกันอย่างไร พอจะเป็นแบบอย่างหรือแนวทาง โดยไม่ต้องถึงกับเป็นโมดงโมเดลอะไร เพราะบ้านเขาบ้านเราแตกต่างกันมาก

แต่ก็น่าจะมีบทเรียนให้เราเรียนรู้และนำคุณค่าและวิธีการดีๆ บางอย่างมาประยุกต์ใช้ได้ อย่างน้อยในระดับชุมชน อบต. เทศบาล ซึ่งมีขนาดเหมือนกับเทศบาลของสวิส และชุมชนบ้านเราในอดีตก็ดูแลกันเอง ปกครองกันเองมาตลอดจนเกิด “รัฐชาติ” เมื่อร้อยกว่าปีนี้เอง และเหมือนกับลิคเตนไชต์ทั้งประเทศ ซึ่งมีประชากรเพียง 38,000 คน มี ๑๑ เทศบาล มีคนไทยอยู๋ที่นั่นกว่า ๕๐๐ คน ประเทศเล็กที่สุดในโลกประเทศหนึ่งแห่งนี้ เป็นระบอบ constitutional monarchy มีเจ้าชายเป็นประมุข มีสภา บางคนเรียกโดยใม่ขัดเขินว่าเป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชด้วยซ้ำ (เพราะเจ้าชายเขามีอำนาจมากที่สุด แต่ใช้น้อยที่สุดเพราะมีจิตใจเป็นประชาธิปไตยยิ่งกว่าประมุขทางการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งในหลายประเทศ) เป็นประเทศที่ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมทางตรง และมีรัฐธรรมนูญที่อนุญาตให้ชุมชนใด เทศบาลบาลใดอยากแยกออกไปเป็นอิสระ หรือไปอยู่กับประเทศอื่น (สวิส ออสเตรียที่อยู่ติดกัน หรือเยอรมันที่อยู่ใกล้กัน) ก็ทำได้เลย แต่ยุส่งท้าทายเท่าไรก็ไม่มีใครอยากไป เพราะเป็นประเทศที่ร่ำรวยทีสุดในโลก อาชญากรรมน้อยที่สุด อยู่ประเทศเล็กๆ นี้อยู่ดีกินดี มีความสุขอยู่แล้ว ใครบอกว่า รัฐในอุดมคติไม่มี เป็นเพียงยูโธเปีย !

 

#สภาประชาชน

ถ้าไปค้นหาในรัฐธรรมนูญไทยที่ใช้กันวันนี้คงไม่พบคำว่า “สภาประชาชน” แต่รัฐธรรมนูญมาจากประชาชน และ “เจตจำนง” ของประชาชนยิ่งใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญที่เขียนออกมาเป็นตัวหนังสือ เพราะเจตจำนงนั้นคือหัวใจของอธิปไตยของปวงชน (อังกฤษถึงไม่มีรัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษร)  เมื่อประชาชนเลือกผู้แทนเข้าไปในสภา ไม่ว่าด้วยวิธีเลือกตั้งลงคะแนนหรือด้วยการสรรหา ซึ่งเป็นวิถีประชาธิปไตยทั้งนั้น แล้วผู้แทนเหล่านั้นต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของตนเองมากกว่าเพื่อสนองตอบเจตจำนงของประชาชน และศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าผิด พวกเขาย่อมหมดความชอบธรรมที่จะทำหน้าที่ต่อไป ถ้ายังยื้อเพื่ออยู่ในอำนาจ ประชาชนก็มีสิทธิลุกขึ้นมาร่วมมือกันหาทางออกจากวิกฤติ เรื่องเช่นนี้ไม่ได้มีแต่ในประเทศไทย หลายประเทศทั่วโลกก็เกิดสภาประชาชนในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะในช่วงการเปลี่ยนแปลงประเทศจากระบอบหนึ่งไปสู่อีกระบอบหนึ่ง และที่สุด สภาประชาชนก็เป็นฝ่ายชนะ ไปดูประวัติศาสตร์ของเยอรมันตะวันตกตะวันออกเมื่อรวมชาติ และประเทศต่างๆในยุโรปตะวันออกในระยะ 20 ปีที่ผ่านมา

สภาประชาชนไม่ใช่เรื่องใหม่ในสังคมไทย เพียงแต่คำว่า “สภา” ทำให้เกิดความสับสน และถูกโยงไปหาคำอธิบายและสิทธิอำนาจในรัฐธรรมนูญซึ่งไม่ปรากฏ เพราะคำว่า “สภา” ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ เช่นเดียวกับที่เราเรียก ธนาคารข้าว ธนาคารควาย ธนาคารเลือด เราเรียกมหาวิทยาลัยชาวบ้าน มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน มหาวิทยาลัยชีวิต

ที่ตำบลไม้เรียง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราชมี “สภาผู้นำ” มาได้ประมาณ 20 ปีแล้ว ผู้นำสำคัญของไม้เรียงคือลุงประยงค์ รณรงค์ ซึ่งได้รับรางวัลแมกไซไซเมื่อปี 2547 ในฐานะผู้นำชุมชนดีเด่นแห่งเอเชีย ไม้เรียงได้รับการยกย่องว่าเป็นต้นแบบการพัฒนาชุมชนโลกเลยก็ว่าได้ เพราะได้รับคำชื่นชมจากธนาคารพัฒนาเอเชียและโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ และสื่ออย่าง CNN ได้เผยแพร่เรื่องราว แนวคิดและวิธีการพัฒนาของชุมชนนี้ไปทั่วโลก

สภาผู้นำของไม้เรียงเกิดจากข้อตกลงของชาวบ้านจากทั้งตำบลว่า ควรมี”แกนนำภาคประชาชน” ขึ้นมากำกับ ดูแล และช่วยกันพัฒนาท้องถิ่น ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นเพียงหน้าที่ความรับผิดชอบของคนที่ได้รับเลือกเข้าไปใน อบต.หรือกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเท่านั้น ที่ประชุมชาวบ้านตกลงให้แต่ละหมู่บ้านในตำบลไม้เรียงเลือกผู้แทนของตนเองมาหมู่บ้านละ 5 คน8 หมู่บ้านรวม 40 คน ชาวบ้านสามารถเลือกกำนันผู้ใหญ่บ้าน อบต. หรือผู้มีตำแหน่งในชุมชนมาร่วมได้แต่ทุกคนที่มาต้องไม่มาตามตำแหน่ง ต้องถอดหัวโขนออกหมด ทุกคนเป็นประชาชนเท่าเสมอกัน มูลนิธิหมู่บ้านเสนอให้ตั้งชื่อองค์กรนี้ว่า “สภาผู้นำ” ซึ่งชาวบ้านก็เห็นว่าชื่อเหมาะสมดี

ความจริง สภาผู้นำชุมชนไม้เรียงค่อยๆ วิวัฒนาการมาจากกลุ่มผู้นำ 12 คน ที่รวมกันหาทางออกให้ชุมชนตั้งแต่ปี 2524 เริ่มจากการแก้ปัญหาราคายางพารา ไปเรียนรู้จากหน่วยงานของรัฐและเอกชน ไปดูโรงงานรมควันยางแล้วมาสร้างโรงงานอบยางของตนเองในปี 2527 ด้วยการลงทุนลงหุ้นของชาวบ้านทั้งหมดเป็นเงิน 1 ล้านบาท จากนั้นก็ค่อยๆ จัดระบบเศรษฐกิจชุมชนทำแผนแม่บทยางพาราไทย แผนแม่บทชุมชน วิสาหกิจชุมชน ซึ่งล้วนเกิดจากการเรียนรู้และพัฒนาร่วมกันของชุมชนคนไม้เรียงที่ถูกนำไปใช้กันทั่วประเทศ รวมทั้ง “สภาผู้นำ” ที่มีผู้แทน 5 คนจากแต่ละหมู่บ้านดังกล่าว

หลายปีก่อน มีการเสนอกฎหมาย “สภาองค์กรชุมชน” โดยเอาความคิดจากสภาผู้นำไม้เรียงมาปรับประยุกต์ แนวคิดที่ลุงประยงค์และผู้นำในระดับชาติหลายคนไม่เห็นด้วย เพราะสภาผู้นำของประชาชนเป็นสภาคู่ขนานที่มีสิทธิอำนาจในตัวเองอยู่แล้ว ทำไมต้องออกกฎหมายไป “ครอบ” อำนาจของประชาชนอีก เป็น “ขบวนการ” (movement) ที่มีชีวิต มีพลัง กลับไปตีกรอบแช่แข็งให้เป็น “สถาบัน” (institution) จะด้วยเหตุผลเพราะต้องการงบประมาณสนับสนุนหรืออะไรก็แล้วแต่ วันนี้มีข้อพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สภาองค์กรชุมชนก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเช่นเดียวกับสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติซึ่งตั้งขึ้นมาแล้วก็มีกฎหมายรองรับ มีงบประมาณสนับสนุน แต่ไม่มีชีวิตจิตวิญญาณขับเคลื่อน แทบไม่มีบทบาทอะไรเลย

 

การที่ประชาชนรวมตัวกันเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาตนเอง เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ วันนี้เราเห็นการรวมกลุ่มของชุมชนเป็นแสนๆ กลุ่มในทุกหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ทุกอาชีพ ในชนบท ในเมือง มากมายหลายระดับหลายรูปแบบ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ที่โดดเด่นเห็นชัดมากในระยะหลังนี้เป็นสมัชชาประชาชนด้านสุขภาพที่จัดทั่วประเทศทั้งในระดับพื้นที่และในประเด็นต่างๆ มีสมัชชาประชาชนที่จัดทำธรรมนูญสุขภาพในระดับ อบต. เทศบาล และระดับจังหวัด มีกระบวนการที่กำลังเกิดเป็นสมัชชาประชาชนเพื่อให้จังหวัดจัดการตนเองเกิดธรรมนูญจังหวัด เรื่องเหล่านี้ไม่เห็นจะต้องไปค้นหาในรัฐธรรมนูญว่าเขียนไว้หรือไม่ จะเรียกสมัชชา จะเรียกสภา จะเรียกเครือข่าย จะเรียกชื่ออะไรไม่สำคัญเท่ากับความคิดที่ว่า ประชาชนจัดพื้นที่ จัดเวที เพื่อแสดงตนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยในการจัดการชีวิต ชุมชน สังคม ของตนเอง เพราะการเคลื่อนไหวของประชาชนต่างหากที่เป็นพลังเพื่อการเปลี่ยนแปลง (dynamics) ที่แท้จริง ถ้ากลไกของรัฐไม่สามารถทำงานได้เพราะขาดความชอบธรรม ประชาชน ผู้เป็นเจ้าของอธิปไตย (sovereignty) ก็ต้องลุกขึ้นมากำหนดกฎกติกาใหม่ สร้างสังคมใหม่ จะเรียกกลไกนี้ว่าอะไรไม่สำคัญ และไม่จำเป็นต้องรออะไรเลย จัดกระบวนการสรรหาตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆ เพื่อมาร่วมกันคิดหาทางออก

เสรี พงศ์พิศ สยามรัฐ 4 ธันวาคม 2556


 

เชิญชม เสวนาสด รายการ เปลี่ยน เป็น เปลี่ยน พุธที่ 28 ตุลาคม 2563 เวลา 18.00-19.00 น

พิมพ์ PDF

รายการ “เปลี่ยนเป็นเปลี่ยน” วันพุธที่ 28 ตุลาคม 2563 เวลา 18.00-19.00

 

เสวนาสด      กล้า.....ล้อมรักด้วยหัวใจ”

 

ผู้ดำเนินรายการ

         มล.ชาญโชติ  ชมพูนุท

         ดร.รวิช ตาแก้ว

         ไลออน พ.อ.นายแพทย์ บวร แมลงภู่ทอง

 

แขกรับเชิญ

         คุณลัทธ์กมล อัครสินสุรัฐ  นายกยุวสมาคมแห่งประเทศไทย ธนบุรี

 

 

ทางสถานีโทรทัศน์โลกพระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ  (WBTV) วัดยานนาวา        สามารถรับชมทาง ทีวี ผ่านจานดาวเทียม ตามช่องต่าง ๆดังนี้

·     ทางกล่องดาวเทียมค่าย GMM ช่อง 175

·     ทางกล่องดาวเทียมค่าย PSI ช่อง 239

·     ทางกล่องดาวเทียมค่าย CTH  ช่อง 870

·     ทางกล่องดาวเทียมค่าย  Infosat ;Thaisat; Indeasat ; Leotech ช่อง 189

 

(ออกอากาศซ้ำวันพฤหัสบดีที่ 29  ตุลาคม 2563 เวลา 9.30-10.30 น)


 

เปลี่ยน เป็น ธรรม วันที่ 26 ตุลาคม 2563

พิมพ์ PDF

 

ทำไมข้อเรียกร้องปฎิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ถึงเข้าข่ายการล้มล้างสถาบัน

พิมพ์ PDF

น้องๆที่ไปม็อบอาจจะสงสัยว่า
ทำไมข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์10 ข้อ
มันถึงเข้าข่ายการล้มล้างสถาบัน!
พี่จะช่วยอธิบายให้ฟังกันเป็นข้อๆไปนะครับ
ไม่ต้องห่วงนะ
พี่วิเคราะห์จากการอ่านข้อเรียกร้องทั้ง10ข้อเท่านั้น
พี่เลิกดูสื่อที่เชียร์ลุงไปนานมากแล้ว
ตอนเลือกตั้ง พี่ก็ไม่ได้เลือกพรรค พปชร ครับ

ข้อที่1 ยกเลิกมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญ ที่ว่าผู้ใดจะกล่าวฟ้องร้องกษัตริย์มิได้ และเพิ่มบทบัญญัติให้สภาผู้แทนราษฎรสามารถพิจารณาความผิดของกษัตริย์ได้ เช่นเดียวกับที่เคยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับคณะราษฎร์

#ข้อนี้ทำไมถึงถือว่าล้มเจ้า? ถ้ายกเลิกมาตรานี้ไปแล้วสมมติว่า ปิแยบุตร ธนาทอน สมสัก ปวีน หรือใครๆ กุเรื่องยื่นฟ้องร้องต่อศาล ด้วยความเท็จใดๆก็ตามทั้งทางแพ่งและอาญา ในกระบวนการสู้คดี ท่านต้องมาประทับอยู่ในคอกจำเลย! มันหมิ่นพระเกียรติไหมครับ? และอย่างที่ทราบการต่อสู้คดีในชั้นศาลรวม 3ศาลก็เป็นเวลา 10ปี กว่าจะชนะคดี. ท่านกลายเป็นเป้าโจมตีนานมากกว่าจะพิสูจน์ความจริงได้!  Stepต่อไปใครมีตังค์ ได้ทุนจากต่างชาติที่หวังทำลายชาติ ก็แต่งทนายฟ้องท่านทุกวันติดๆกันเหมือนที่ “ทัวร์ลง” ใน social media (นึกภาพออกทุกคนนะครับ) สาดสีกันแบบนี้ถือว่าล้มไหมครับ?
ที่สำคัญ ผมขออ้างจากรัฐธรรมนูญปี2475 ของคณะราษฏร์พระบิดาของพวกคุณเลยแล้วกันนะครับ พวกเค้ายังเทิดทูนสถาบัน เช่น
“มาตรา3 องค์พระมหากษัตริย์ ดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ “

เมื่อเทียบดูแล้วของคณะราษฏร์ยังใกล้เคียงกับการปฏิรูปสถาบันนะ แต่ข้อเรียกร้องของพวกคุณนั้นมันคือการล้มล้างสถาบันอย่างแท้จริงครับ

ผมว่าแมนๆกันหน่อย ยอมรับเถอะ ล้มก็บอกว่าล้ม อย่าเอาแต่ใช้วาทกรรมหลอกเด็ก

ข้อที่2 ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 รวมถึงเปิดให้ประชาชนได้ใช้เสรีภาพแสดงความคิดเห็นต่อสถาบันกษัตริย์ได้ และนิรโทษกรรมผู้ถูกดำเนินคดีเพราะวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ทุกคน

#ข้อนี้ทำไมถึงถือว่าล้มเจ้า? ข้อนี้หนักกว่าข้อแรกอีกครับ คือกะไม่ลงทุนเลยใช้ลูกเด็กเล็กแดงโพสบูลลี่พระมหากษัตริย์ได้ ทัวร์ลงทุกวันแบบที่ทำกันอยู่ ในfacebook หรือ Instagrams
ตามกฏหมาย การ comment = แสดงความคิดเห็น นะครับ วางแผนไว้รอบคอบ ทุกcomment บูลลี่อย่างไร ก็ไม่ผิดถ้าแก้มาตรานี้  ผมถามว่า คนดีๆเค้าทำกันไหมแบบนี้?ถ้าไม่คิดล้มเจ้า
ข้อเรียกร้องของพวกคุณคือ มันผิดกฏหมายมา88ปี แล้วพวกคุณจะมาแก้ให้ถูกกฏหมายในตอนนี้  ใครเค้าจะไม่ต่อต้านครับ?

ข้อที่3 ยกเลิก พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ พ.ศ. 2561 และให้แบ่งทรัพย์สินออกเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงการคลัง และทรัพย์สินส่วนพระองค์ที่เป็นของส่วนตัวของกษัตริย์อย่างชัดเจน

#ข้อนี้ทำไมถึงถือว่าล้มเจ้า? อธิบายแบบบ้านๆนะคือคุณพยายามจะไปยึดทรัพย์ของท่านอะครับ แบบนี้ล้มไหม? ผมคงไม่ต้องอ้างกฏหมายนะเสียเวลา เพราะเจตนามันชัดเจนอยู่แล้วว่า เป็นการ ระรานทรัพย์สินของพระองค์

ข้อที่4 ปรับลดงบประมาณแผ่นดินที่จัดสรรให้กับสถาบันกษัตริย์ ให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ

#ข้อนี้ทำไมถือว่าล้มเจ้า? ภารกิจและโครงการช่วยเหลือประชาชนของท่านมีมากมาย คุณกำลังไปลดเงินท่านครับ ถ้าบางโครงการต้องลดคนทำงานหละ? คนตกงานเหล่านี้ไม่ใช่คนเหรอครับ?
ผมว่านะ ทำไมไม่เริ่มจากลดเงินเดือน สส นักการเมือง 680 ล้านต่อปี กันก่อนดีไหม สส คนไหนนั่งดูคลิปโป๊ในสภา ตัดเงินเดือน สสคนไหนอภิปรายไม่สร้างสรรค์ ตัดเงินเดือน ดีไหม?

ข้อที่5 ยกเลิกส่วนราชการในพระองค์ หน่วยงานที่มีหน้าที่ชัดเจน เช่น หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ให้ย้ายไปสังกัดหน่วยงานอื่น และหน่วยงานที่ไม่มีความจำเป็น เช่น คณะองคมนตรีนั้น ให้ยกเลิกเสีย

#ข้อนี้ทำไมถือว่าล้มเจ้า? คือวางแผนจะลอบปลงพระชนม์เหรอ!  ทั่วโลกเค้ามีหน่วยงานถวายอารักขา VIP แยกเฉพาะออกจากหน่วยเหนือ เพื่อป้องกันความลับในหมายกำหนดการต่างๆเพื่อความปลอดภัย  ที่อเมริกานี่ให้ความสำคัญมากนะกับเรื่องนี้ เค้าทุ่มงบมหาศาลคุ้มครอง VIP ถามว่าทีมงานเยอะแค่ไหน ก็ไม่ต่างจากในหนังที่ดูเลยครับ พวก white house is fallen หนังแนวๆนี้ออกมาหลายภาค พวกคุณน่าจะเคยดูกันนะ
ส่วนองคมนตรีคือตัวแทนของพระองค์ไปปฏิบัติภารกิจแทนท่านในแต่ละวัน คุณไปตัดมือตัดแขนท่านแบบนี้ ไม่ล้มเจ้าแล้วเรียกว่าอะไรครับ?

6. ยกเลิกการบริจาคและรับบริจาคโดยเสด็จพระราชกุศลทั้งหมด เพื่อกำกับให้การเงินของสถาบันกษัตริย์อยู่ภายใต้การตรวจสอบทั้งหมด

#ข้อนี้ทำไมถือว่าล้มเจ้า? ผมหละงงจริงๆ คนเค้าศรัทธาบริจาคให้ท่านเพื่อนำไปประกอบสาธารณกุศล คุณไปยุ่งอะไร ? จะตามล้างตามแกงกันไปถึงไหน ข้อนี้เจตนาล้มเจ้าแบบสุดขั้วมากๆ
ผมว่านะควรเริ่มจากการยกเลิกเงินบริจาคให้พรรคการเมืองดีกว่าไหมครับ
และที่สำคัญนะครับทุกโครงการ ทุกมูลนิธิ เค้าต้องทำรายงานประจำปี ทูลเกล้านำเสนอรายรับรายจ่ายของแต่ละโครงการอยู่แล้วครับ สามารถตรวจสอบได้ เช่น สำนักงาน กปร
http://www.rdpb.go.th/UploadNew/Documents/2af906f7-9f36-442b-93ba-b593c4177bb1_%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B5%202560.pdf

7. ยกเลิกพระราชอำนาจในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในที่สาธารณะ
#ข้อนี้ทำไมล้มเจ้า? ปากคุณก็บอกว่า ทุกคนมีสิทธิ์เสรีภาพในการแสดงออกทางความคิด จากข้อเรียกร้องที่2 คุณยังบอกเลยให้เปิดเสรีทางความคิดเห็น ที่มีต่อสถาบัน แล้วข้อ7นี้มาย้อนแย้งห้ามสถาบันแสดงความคิดเห็น! เอาไงดีครับจะเป็นประชาธิปไตยแบบที่กูชอบคนเดียวร่างคนเดียวเลย คนอื่นช่างแม่งเหรอค้าบ
แต่ประเด็นนี้ ผมก็เห็นท่านก็วางตัวเป็นกลางตลอดนะ

8. ยกเลิกการประชาสัมพันธ์และการให้การศึกษาที่เชิดชูสถาบันกษัตริย์แต่เพียงด้านเดียวจนเกินงามทั้งหมด
#ข้อนี้ทำไมล้มเจ้า? คือคุณกำลังปิดกั้นสื่อนะ! ห้ามทำข่าวประชาสัมพันธ์กษัตริย์  !  โลกนี้เค้ามีกฏหมายคุ้มครองสื่อกันอยู่นะคุณ ในไทยก็มีในรัฐธรรมนูญปี 2540, 2550 และ 2560 “บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น”
คือต่อไป มีสื่ออยากไปถ่ายทำรายการที่โครงการแหลมผักเบี้ย ที่แก้ปัญหาน้ำเสียได้ดีมากๆจากการใช้ธรรมชาติบำบัด ก็ถูกห้ามไม่ให้ไปถ่าย เพราะโครงการนี้ดีจริงๆเห็นกันจะๆกับตา มีแต่คำชมด้านบวก  สื่อก็ไปถ่ายไม่ได้เพราะมีกฏหมายห้ามประชาสัมพันธ์กษัตริย์ในด้านเดียว คือด้านดีจนเกินต้านทาน!
คือข้อเรียกร้องของม็อบ ผิดกฏหมายทุกฉบับเลยครับ
และการปิดกั้นการศึกษาเกี่ยวกับกษัตริย์
ก็ผิดกฏหมายครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา50 ข้อ 6 ว่าไว้ว่า  ส่งเสริมและสนับสนุนความรู้รักสามัคคีและการเรียนรู้ ปลูกจิตสำนึก และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาติ ตลอดจนค่านิยมอันดีงาม
คือพวกคุณกลัวว่าถ้าเยาวชนรู้ว่า กษัตริย์แต่ละพระองค์มี คุโณปการต่อประเทศอย่างไร จะทำให้ประชาชนและเยาวชนมีค่านิยม มีความรัก มีความศรัทธาต่อสถาบัน? แบบนี้เจตนาล้มเจ้าชัดเจนเลยครับ

9. สืบหาความจริงเกี่ยวกับการสังหารเข่นฆ่าราษฎรที่วิพากษ์วิจารณ์หรือมีความข้องเกี่ยวใดๆ กับสถาบันกษัตริย์
#ข้อนี้ทำไมล้มเจ้า? กลับไปอ่านข้อ1 นะ คือคุณใส่ร้ายท่านว่าฆ่าคนตายไง แค่เขียนข้อนี้ขึ้นมาก็เป็นการกล่าวหาแล้วครับ  ต่อไปถ้า ปิแยบุตร ธนาทอน สมสัก ปวีน หรือใครๆมันเอะอะ แจ้งตำรวจให้ดำเนินคดี กล่าวหากษัตริย์ฆ่าคนโน่นคนนี้  เป็นข่าวใหญ่โตไปทั่วโลก ทัวร์ลงทุกวัน กว่าท่านจะแต่งทนายสู้ ว่าความชนะคดีอาญาก็หลายปี หมิ่นพระเกียรติ เสียหายไปหมดแล้วครับ ผมรู้นะ คือเจตนาเขียนข้อนี้คือหวังจะทำลายล้างภาพลักษณ์ไม่ได้หวังจะชนะคดีหรอก

10.ห้ามมิให้ลงพระปรมาภิไธยรับรองการรัฐประหารครั้งใดอีก
#ข้อนี้ทำไมล้มเจ้า? คือคุณเขียนข้อเรียกร้องแบบนี้เพื่อใส่ร้ายท่านว่าสนับสนุนเผด็จการไงครับ
ข้อนี้ดร. เทอดศักดิ ได้อธิบายให้ฟังดังนี้ครับ
คำว่า The King can not do wrong พระมหากษัตริย์ไม่สามารถทำผิดได้ หมายความว่า.. ในการกระทำใดๆของท่าน จะต้องมีผู้เสนอและผู้สนองพระราชโองการ
ซึ่งผู้เสนอจะผู้สนองพระราชโองการต้องรับผิดชอบในสิ่งที่นำทูลเกล้าเสนอทั้งหมด
เนื่องด้วยพระมหากษัตริย์ทรงอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญและกฏหมาย เมื่อมีเอกสารแต่งตั้งรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลปรกติหรือรัฐบาลที่เกิดจากการรัฐประหาร เมื่อมีผู้นำทูลเกล้ามา ท่านจำเป็นต้องเซ็นเพราะเป็นหน้าที่ภายใต้รัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ (และไม่ว่าพระองค์จะทรงลงพระปรมาภิไทยหรือไม่? รัฐประหารก็เกิดขึ้นไปแล้ว และรัฐบาลใหม่ก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี)

การเขียนข้อเรียกร้องจากความเกลียดชัง มันเลยสะท้อนเจตนาให้เห็นชัดเจนมาก แบบแทบไม่ต้องตีความหรือคาดเดาใดๆเลยครับ  เมื่อเทียบพวกคุณกับคณะราษฏร์แล้ว ถ้าพูดกันแบบแฟร์ๆนะ รัฐธรรมนูญ2475 ของคณะราษฏร์ ยังรู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ มีกลิ่นไอของการปฏิรูปให้เห็นบ้าง
แต่ข้อเรียกร้องของพวกคุณมันมีแต่กลิ่นไอของความเกลียดชัง เคียดแค้น ฝังอยู่ในทุกตัวอักษรเลย
ไม่แปลกอะไรที่ประชาชนจะมาต่อต้านข้อเรียกร้องนี้ ครับ

วชิรภัทร อินทุภูติ
ผู้วิเคราะห์ตามเนื้อผ้า


 


หน้า 10 จาก 473
Home

About Us

ศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) เป็นองค์กรที่พัฒนาและจัดทำโครงการเพื่อทำประโยชน์ให้สังคม เป็นองค์กรสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐ ช่วยแก้ปัญหาผู้ประกอบการภาคธุรกิจบริการที่ขาดแคลนบุคลากรที่มีมาตรฐานในการให้บริการ
อ่านเพิ่มเติม

มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์

 iHDC Profile
บัญชีรายชื่อกรรมการ
ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน การเปลี่ยนแปลงกรรมการของมูลนิธิ
เอกสารประชาสัมพันธ์ โครงการ HMTC.pdf
เอกสารแนะนำโครงการ HMTC 1.pdf
เอกสารโครงการ HMTC 2 คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ.pdf
iHDC นิติบุคคล.pdf
iHDC บุคคล.pdf
iHDC บุคคลเครือข่าย.pdf
รายงานการประชุม 6 มีนาคม 2560.pdf
ข้อบังคับมูลนิธิ
ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ
Ihdc-Profile and Roadmap 2016-2019 Mar 23 2560.pdf
รายงานการประชุมใหญ่คณะกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ 2559.pdf
คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ สาขาวิชาชีพ.pdf
รายงานการประชุมใหญ่วันที่ 18 ธ ค 2558 v 3.pdf
รายงานการประชุม วันที่ 24 ธันวาคม 2557 updated 4 มีนาคม 2558.pdf
iHDC-invitation Letter.doc
iHDC-Member Form Thai.doc
iHDC-Member Form English.doc
รายงานการประชุมกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ วันที่ 15 มกราคม 2556 ฉบับสมบูรณ์


thaibetter
พัฒนาประเทศไทยแบบทวีคูณ และยั่งยืน ( ททค )

Login


แบบสำรวจ

สถิติเว็บไซด์

สมาชิก : 3230
Content : 2588
เว็บลิงก์ : 24
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 5646288

facebook

Twitter


บทความเก่า