Thaiihdc.org

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร
Thaiihdc.org

15 สิ่ง อันเป็นที่สุดในชีวิต

พิมพ์ PDF

... 15 สิ่งอันเป็นที่สุดในชีวิต ...

1. ศัตรูตัวร้ายที่สุดในชีวิต คือ ตัวเราเอง

ศัตรูภายนอกนั้น เข้าใจได้ง่าย ป้องกันได้ง่าย ตัวเราเองต่างหากที่ยากจะรู้จัก ยากจะเข้าใจ        จัดการควบคุมได้ยาก เรามักหักห้ามความอยาก อารมณ์ ความโกรธขึ้งของตัวเองไม่ได้ ตนจึงกลายเป็นศัตรูแห่งตน

2. โรคร้ายที่สุดในชีวิต คือ เห็นแก่ตัว

เพราะเห็นแก่ตัว เราจึงไม่สามารถเปิดใจกว้าง ไม่สามารถก้าวหน้าสู่ความสำเร็จ ไม่สามารถยกตัวเองให้สูงขึ้น ดังนั้น เราจึงต้องใส่ใจดูแลตัวเอง นอกจากไม่เจ็บไม่ป่วยแล้ว ยังต้องรักษาโรคเห็นแก่ตัวทางใจด้วย

3. ความน่าเศร้าที่สุดในชีวิต คือ ความไม่รู้

ความน่าเศร้าที่สุดในชีวิต คือ ไม่รู้ ไม่รู้เหตูผลดีชั่ว ไม่อาจแยกแยะข้อเท็จจริง ไม่อาจแยกแยะความสัมพันธ์ระหว่างคน ไม่อาจเข้าใจผลบุญผลกรรมต่างๆ นี้คือความน่าเศร้าที่สุดในชีวิตคนเรา

4. ความผิดพลาดที่ใหญ่หลวงที่สุดในชีวิต คือ เห็นผิด

ความผิดพลาดที่ใหญ่หลวงที่สุดคือเห็นผิด ก็คือมีความเข้าใจผิดทางความคิด มีความผิดเพี้ยนในการรับรู้ ไม่เพียงไม่รู้จักทำความเข้าใจและแก้ไขด้วยตนเอง ยังถือตนว่าถูก นี่เป็นโรคร้ายที่เป็นกันมากของคนสมัยนี้ และน่ากลัวมาก

5. ความล้มเหลวที่หนักหนาที่สุดในชีวิต คือ โอหัง

คติมีว่า "ถ่อมตนได้ประโยชน์ ล้นปรี่พาวอดวาย" คนคนหนึ่งหากโอหัง ผยอง ถือดี ไม่ว่าเดินไปที่ไหน ล้วนไม่เป็นที่ต้อนรับ ดังนั้น ความเย่อหยิง ความโอหังจึงเป็นความล้มเหลวที่หนักหนาที่สุดในชีวิต

6. ความกลัดกลุ้มที่สุดในชีวิต คือ ความอยากได้ใคร่มี

อะไรคือความเจ็บปวดที่สุด? บางคนว่าความหิว บางคนว่าความรัก ที่จริง ความเจ็บปวดกลัดกลุ้มคือความอยาก เมื่อความอยากได้ใคร่มีไม่ได้รับการตอบสนอง ก็เกิดทุกข์

7. ความหวั่นวิตกที่สุดในชีวิต คือ ความเป็นความตาย

ยามเป็น แก่งแย่งชื่อเสียงลาภยศ เจ้าคดข้าโกง เมื่อวันแห่งความไม่เที่ยงมาถึง ก็หวั่นกลัวว่าทุกอย่างจะหายวับ ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นหรือจะตาย ล้วนเต็มไปด้วยความหวั่นวิตก นี่คือความหวาดหวั่นที่สุดในชีวิต

8. ความเดือดร้อนที่สุดในชีวิต คือ การว่าดีว่าร้าย

มีคนกล่าวว่า ที่ใดมีคน ที่นั่นย่อมมีการว่าดีว่าร้าย เรื่องนี้ทำให้เราเดือดร้อน เราก็เพียงไม่สนใจคำซุบซิบนินทา ไม่ปล่อยข่าวว่าร้ายคน จะหาเรื่องกลัดกลุ้มไปไย

 

9. คุณธรรมสูงสุดในชีวิต คือ ความเมตตา

เรายอมไม่มีความสามารถ ไม่มีความรู้ แต่ต้องไม่ยอมให้ตัวเองไร้เมตตา ความมีเมตตาคือคุณธรรมที่แท้จริง

10. ความกล้าที่สุดในชีวิต คือ รับผิด

เป็นคนต้องมีความกล้า ความกล้าไม่ใช่การไปชกต่อย ทะเลาะเบาะแว้ง เอารัดเอาเปรียบคนอื่น ความกล้าที่สุดคือ กล้ารับผิด กล้าแก้ไข จึงเป็นผู้กล้าที่ยิ่งใหญ่

11. การเก็บเกี่ยวที่อุดมที่สุดในชีวิต คือ รู้เพียงพอ

เราทุกคนล้วนหวังว่าตัวเองจะประสบผลสำเร็จ ได้เก็บเกี่ยวผลดี อะไรคือผลเก็บเกี่ยวที่อุดมที่สุด? ก็คือ รู้จักพอ ถ้าไม่รู้จักพอ ต่อให้นอนในสวรรค์ก็เหมือนอยู่ในนรก หากรู้พอ นรกก็เหมือนสวรรค์

12. พลังที่ใหญ่หลวงที่สุดในชีวิต คือ ศรัทธา

เรามักพูดกันว่าต้องพัฒนาแหล่งพลังของเรา ซึ่งย่อมไม่ใช่เหมืองแร่ในภูเขา อัญมณีใต้ทะเล แหล่งพลังที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตคือ ศรัทธาของเรา ในศรัทธา มีสินทรัพย์ มีคุณธรรม มีสมบัติ

13. การครอบครองสูงสุดในชีวิต คือ รู้คุณ

ใครมั่งมีที่สุด? ใครยากไร้ที่สุด? คนยากไร้คือคนที่มักคิดเอาเปรียบคนอื่น คนมั่งมีคือคนที่รู้คุณ มักคิดจะให้คนอื่น ดังนั้น ถ้าคนคนหนึ่งมีความรู้คุณ รู้จักให้ เขาก็เป็นผู้ที่ได้ครอบครองมากที่สุดในชีวิต

14. บุคลิกภาพที่งามที่สุดในชีวิต คือ ยอมรับ

ว่ากันว่า เข้มงวดตัวเอง ผ่อนปรนคนอื่น เราควรโอบอ้อมยอมรับคนอื่นอย่างใจกว้าง ไม่ว่าคนอื่นจะดีต่อคุณหรือไม่ ล้วนควรให้ความเข้าใจและยอมรับ นี่คือคนที่มีบุคลิกภาพงามที่สุด

15. ต้นทุนสูงสุดในชีวิตเรา คือ ศักดิ์ศรี

การที่คนเป็นคนได้ ก็เพราะคนมีศักดิ์ศรี เพื่อศักดิ์ศรี เราสละได้ทุกสิ่ง แต่เบื้องหน้าการทรมานและการต้องเสียสละนั้น ก็ยังต้องคงศักดิ์ศรี ดังนั้น เราทุกคนต้องมีศักดิ์ศรี ต้องให้ค่ามัน ธำรงมันไว้

 

... โดย : หนัน หวาย จิ่น [怀瑾, 1918-2012] ครูทางจิตวิญญาณและปราชญ์ชาวจีน

 

... แปล : วิภาดา กิตติโกวิท


 

เก็บตกจากม็อบวันที่ 19 กันยายน 2563 โดย อาจารย์ภัทร เหมสุข

พิมพ์ PDF

เก็บตกจากม็อบวันที่19กันยายน2020

โดยอาจารย์ภัทร เหมสุข

ผมชอบความคิดใหม่ ๆ และผมก็พูดอยู่เสมอว่าความคิดที่ใหม่และสดนั้นจะสะท้อนปัญหาในปัจจุบันและสร้างอนาคตเส้นทางใหม่ที่ปัญหาน้อยลง

 บางคนที่พูดเวิ่นเว้อแต่เรื่องในอดีตนั้น เป็นผู้นำองค์กรไม่ได้ เพราะตัวเขาและเธอยังไม่มองถึงปัญหาที่ตัวเองจะต้องพบเจอในอนาคตเลย และผู้นำควรพูดแต่เรื่องอนาคต แต่เมื่อวานนี้มีความพยายามที่จะขุดเรื่องในอดีตที่ไม่เคยมีปัญหา มาสร้างให้มันมีปัญหาในปัจจุบัน เพื่อถีบตัวเองขึ้นมา คนมีวิสัยทัศน์แบบนี้เป็นผู้นำองค์กรในอนาคตไม่ได้

 ***********************************************

 ผมอยากจะฟังเรื่องปัญหาที่สังคมไทยจะต้องพบเจอในอนาคต อยากจะฟังความคิดที่ดีกว่ารัฐบาลที่ทำอยู่ในเวลานี้ว่าคนรุ่นใหม่นั้นคิดดีกว่าอย่างไร ในปีหน้านั้นต้องมีคนตกงานอีกมากมาย และคนที่จบใหม่นั้นจะหางานเพื่อเลี้ยงตัวเองอย่างไร คนรุ่นใหม่ต้องการให้รัฐบาลปัจจุบันนั้นเตรียมการที่ดีกว่าสิ่งที่ทำในเวลานี้เพื่ออนาคตของพวกเขาอย่างไรบ้าง

 *** แต่ผมไม่ได้ยินสิ่งนี้เลยบนเวทีสนามหลวงเมื่อวานนี้ ***

 **************************************************

 ผมอยากจะฟังเรื่องของจุดบอดต่าง ๆ ของสังคมที่โดนเพิกเฉยจากการแก้ไขของรัฐบาล อยากได้ฟังการเปิดโปงเรื่องราวทุจริตต่าง ๆ ของนักการเมืองที่เหมือนปลวกกัดกินประเทศ อยากฟังเรื่องไม่ชอบมาพากลขององค์การอิสระต่าง ๆ  อยากฟังเรื่องในปัจจุบันที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ในเวลานี้แล้วพวกเขาคิดว่าไปผิดทาง ไม่น่าจะส่งผลดีต่ออนาคตของพวกเขาเองหลังจากจบออกมาทำงานในเวลาอันใกล้นี้

 *** แต่ผมไม่ได้ยินสิ่งนี้เลยบนเวทีสนามหลวงเมื่อวานนี้ ******************************************************

ผมอยากจะฟังเรื่องของการพัฒนาเทคโนโลยีในสังคมอนาคตที่คนรุ่นใหม่คิดว่ามีมากกว่าคนรุ่นเก่า และพวกเขาเองต้องการให้รัฐบาลทำอะไรบ้างเพื่อเป็นพื้นฐานเทคโนโลยีของประเทศเพื่อให้เขามีงานทำหลังจากเรียนจบออกไปแล้ว พวกเขาต้องการอาวุธทางเศรษฐกิจอะไรบ้างที่ยังคงสร้างสังคมที่มีการจ้างงานในอนาคตของพวกเขาเอง และเพื่อสู้กับระบบอุตสาหกรรมอัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์ที่ไหลเข้ามาทั่วโลกในเวลานี้อย่างไรบ้างจากรัฐบาล

 *** แต่ผมไม่ได้ยินสิ่งนี้เลยบนเวทีสนามหลวงเมื่อวานนี้ ***

 *****************************************************

   *** แต่ที่สนามหลวงเมื่อวานนี้ ผมได้ยินแต่คำพูดหยาบคายไร้สาระแบบที่คนเหล่านี้คงไม่กล้าพูดในบ้านให้พ่อแม่ได้ยิน

 *** แต่ที่สนามหลวงเมื่อวานนี้ ผมได้ยินแต่การขุดคุ้ยเรื่องการสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 8 ที่ต่อให้หาหลักฐานใหม่มาได้ สิ่งนั้นก็ไม่ทำให้พวกเขามีอนาคตดีขึ้นมากว่าเดิม หรือเรียนจบแล้วไม่ตกงานในอีกปีสองปีข้างหน้าแต่อย่างไร

  *** แต่ที่สนามหลวงเมื่อวานนี้ ผมได้ยินแต่เรื่องการเอาในหลวงรัชกาลที่ 9 สมเด็จย่า และพระพันปีหลวง มาพูดในแนวที่เสียหายล้มเจ้า ซึ่งคนอีกรุ่นที่เกิดทันเห็นพระองค์ทรงงานหนัก ก็รู้ว่าเรื่องอดีตที่ผ่านมาที่เอาไปพูดบนเวทีนั้นไม่มีความจริงเลย แล้วจุดมุ่งหมายในการพูดย้อนอดีตด้วยความเท็จนั้น จะทำให้อนาคตการหางานทำ หรือสังคมของพวกเขาในอีกปีสองปีข้างหน้าดีขึ้นกว่าเดิมหรืออย่างไร ซึ่งผมเองก็คิดไม่ออกว่าสิ่งที่สถาบันทำพื้นฐานการกินดีอยู่ดีไว้ในอดีตจะสร้างความตกต่ำของชีวิตในอนาคตของพวกเขาได้อย่างไรบ้าง

 *** แต่ที่สนามหลวงเมื่อวานนี้ ผมได้ยินแต่เรื่องที่ด่าทอในหลวงรัชกาลที่ 10 อย่างหยาบคาย สิ่งนี้จะทำให้สังคมในอนาคตดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง อนาคตทางการงานและเศรษฐกิจในครัวเรือนในอนาคตของพวกเขาดีขึ้นได้อย่างไรบ้างจากการด่าทอหยาบคายนี้

  

 *** ที่สนามหลวงเมื่อวานนี้ ผมเห็นกิจกรรมฝังหมุดทองเหลืองที่ดูแล้วน่าจะไม่ได้ส่งผลดีอะไรต่อสังคม ฝังหมุดแล้วสังคมประเทศไทยเปลี่ยนในทางที่ดีกว่าเดิมได้ในชั่วข้ามคืนหรือไม่ ผมได้เห็นพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ที่คนรุ่นใหม่คิดว่าเป็นเรื่องโง่ ๆ แต่ผมก็ได้เห็นคนเหล่านั้นกลับทำสิ่งที่ตัวเองเคยบอกว่าโง่เสียเอง

แล้วสิ่งโง่ ๆ สิ่งนี้ที่ทำลงไปจะส่งผลให้อนาคตการหางานหรือทำงานของคนรุ่นใหม่ที่กำลังจะเรียนจบออกมาทำงานแล้วมีงานที่ดีขึ้นง่ายขึ้นอย่างไรบ้าง

เงินเดือนที่ได้รับการว่าจ้าง จะมากขึ้นได้อย่างไรบ้าง หรือปัญหาทางสังคมในเวลานี้จะน้อยลงจากหมุดทองเหลืองที่ฝังอย่างไรบ้าง

 

***********************************************

  ที่สนามหลวงเมื่อวานนี้ ผมไม่เห็นเลยว่าสิ่งที่พูดบนเวทีและทำนอกเวที จะมีข้อเรียกร้องที่ส่งผลให้สังคมไทยในอนาคตที่พวกเขาจะต้องเจอและอาศัยร่วมในสังคมนั้น ดีขึ้นได้ด้วยอะไรบ้าง ข้อเรียกร้องข้อไหนบ้างที่คิดว่าดีต่อการดำรงชีพในสังคมอนาคตของพวกเขา

 

แต่ทั้งหมดผมไม่เห็นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลที่เป็นเรื่องวิชาการที่ให้สมกับปัญญาชนเลยสักเรื่อง

 

ภัทร เหมสุข


       


หน้า 2 จาก 456
Home

About Us

ศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) เป็นองค์กรที่พัฒนาและจัดทำโครงการเพื่อทำประโยชน์ให้สังคม เป็นองค์กรสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐ ช่วยแก้ปัญหาผู้ประกอบการภาคธุรกิจบริการที่ขาดแคลนบุคลากรที่มีมาตรฐานในการให้บริการ
อ่านเพิ่มเติม

มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์

 iHDC Profile
บัญชีรายชื่อกรรมการ
ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน การเปลี่ยนแปลงกรรมการของมูลนิธิ
เอกสารประชาสัมพันธ์ โครงการ HMTC.pdf
เอกสารแนะนำโครงการ HMTC 1.pdf
เอกสารโครงการ HMTC 2 คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ.pdf
iHDC นิติบุคคล.pdf
iHDC บุคคล.pdf
iHDC บุคคลเครือข่าย.pdf
รายงานการประชุม 6 มีนาคม 2560.pdf
ข้อบังคับมูลนิธิ
ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ
Ihdc-Profile and Roadmap 2016-2019 Mar 23 2560.pdf
รายงานการประชุมใหญ่คณะกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ 2559.pdf
คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ สาขาวิชาชีพ.pdf
รายงานการประชุมใหญ่วันที่ 18 ธ ค 2558 v 3.pdf
รายงานการประชุม วันที่ 24 ธันวาคม 2557 updated 4 มีนาคม 2558.pdf
iHDC-invitation Letter.doc
iHDC-Member Form Thai.doc
iHDC-Member Form English.doc
รายงานการประชุมกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ วันที่ 15 มกราคม 2556 ฉบับสมบูรณ์


thaibetter
พัฒนาประเทศไทยแบบทวีคูณ และยั่งยืน ( ททค )

Login


แบบสำรวจ

สถิติเว็บไซด์

สมาชิก : 2890
Content : 2499
เว็บลิงก์ : 24
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 5513083

facebook

Twitter


ล่าสุด

บทความเก่า