Thaiihdc.org

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร
Thaiihdc.org

โศกนาฎกรรมเงียบ

พิมพ์ PDF

โศกนาฎกรรมเงียบ

มีโศกนาฎกรรม ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างเงียบๆ ภายในครอบครัวหลายๆครอบครัว โดยที่คนในครอบครัวไม่รู้ตัว และ มันเกี่ยวข้องกับสิ่งที่มีค่าที่สุดของเรา นั่นคือ ลูกหลาน ตัวน้อยๆของเรา...ใครก็ตามในยุคนี้ ที่อยากมีลูก หรือ อยากมีหลานไว้อุ้ม ถือว่า ท่านคิดผิดมหันต์ เพราะ ลูกหลาน ที่เป็นเด็ก และ เยาวชนในยุคนี้ และ ยุคต่อจากนี้ไป เกือบครึ่งหนึ่ง จะเป็นลูกหลาน ที่เนรคุณ ที่มีความอกตัญญู ไม่รู้บุญคุณ กับคนที่เป็น พ่อแม่ ลุงป้าน้าอา ปู่ย่าตายาย ดังนั้น ใครที่เป็นพ่อแม่ ลุงป้าน้าอา ปู่ย่าตายาย ของเด็กๆในยุคนี้ และยุคต่อไป ต้องทำความเข้าใจตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป ต้องทราบว่า ในวันนี้ และ วันข้างหน้า เด็กๆ เหล่านี้ กำลังมีสภาวะอารมณ์ที่รุนแรง!  เพราะ ในช่วง ๑๕ ปี ที่ผ่านมา นักวิจัยได้พบสถิติ ที่น่าตกใจมาก เกี่ยวกับการเพิ่มขึ้น  ของความเจ็บป่วยทางจิต ของเด็กๆ  และ. จำนวนเด็กที่เจ็บป่วยก็มีจำนวนที่เพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่องและ ค่อนข้างเร็วมากกว่ายุคใดๆ

#สถิติไม่โกหก เพราะ เป็นความจริง เขิงประจักษ์ :

 เด็ก ๑ ใน ๕ คน มีปัญหาสุขภาพจิตค่อนข้างรุนแรง

 เด็กที่วินิจฉัยว่าเป็น ADHD เพิ่มขึ้นถึง ๔๓%

 มีรายงาน ภาวะซึมเศร้าของเด็ก วัยรุ่นเพิ่มขึ้นถึง ๓๗%

 มีอัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น ๒๐๐% ในเด็กอายุ ๑๐ ถึง ๑๔ ปี

มันเกิดอะไรขึ้น และ เรา พวกผู้ใหญ่ พ่อแม่ ได้ทำอะไรผิดพลาดไปหรือเปล่า

เพราะ  เด็กในวันนี้  ได้ถูกกระตุ้นมากเกินไป เพื่อให้มีพรสวรรค์  ทางด้านวัตถุ เพื่อจะได้เป็นคนเก่ง มากจนเกินไป บางครอบครัว ถึงขนาด ให้ลูกหลาน เป็นนักล่ารางวัลต่างๆ  แท้จริงแล้ว เป็นการทำให้  พวกเด็กๆถูกปิดกั้น  ถูกละเลย จากสิ่งที่เป็นพื้นฐานสำคัญ ที่ทำให้มีช่วงวัยเด็ก ที่ควรมี ที่ดี ที่มีคุณภาพ (healthy childhood) สูญเสียไป เช่น

 ไม่มีการกำหนด ขอบเขตที่ชัดเจน ให้เด็กๆ ทราบว่า  อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้

 ขาด โภชนาการที่สมดุล และ การนอนหลับที่เพียงพอ

 เด็กขาด การเคลื่อนไหวร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเคลื่อนไหวกลางแจ้ง

 เด็กขาด การเล่นอย่างสร้างสรรค์ การมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ขาดโอกาสที่จะได้เล่นอย่างอิสระ และ ช่วงเวลาที่เด็กๆ จะได้รู้สึกเบื่อ เพื่อจะคิดหาวิธีการเล่นเพื่อแก้เบื่อของตนเอง

เพราะ ในหลายๆปี ที่ผ่านมา เด็กๆ ถูกแทนที่ สิ่งสำคัญเหล่านี้ด้วย....

 ผู้ปกครองที่วุ่นวาย อยู่กับ อุปกรณ์ดิจิตอลต่างๆ

 ผู้ปกครองยอมทำตาม และ ยอมอนุญาตให้เด็กๆเป็นคน "ปกครองโลก" และเป็นคนที่กำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆเอง ในวัยที่ไม่สมควร

 ทำให้เด็กๆ เข้าใจผิดว่า  เป็นเรื่องถูกต้อง ที่ตัวเองสมควรที่จะได้รับทุกสิ่งที่ต้องการ  โดยที่ไม่ต้องทำอะไร  หรือ  ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย

 เด็กๆ นอนหลับไม่เพียงพอ และ มีโภชนาการที่ไม่สมดุล

 รูปแบบการใช้ชีวิตของเด็ก เป็นแบบขยับตัวน้อย (Sendentary Lifestyle) นั่งหน้า TV. นั่งหน้า Computer ไม่ออกไปข้างนอก อยู่แต่ในห้องของตน

 เด็กๆ ถูกกระตุ้นอยู่ตลอดเวลา  มีเทคโนโลยีเป็นเพื่อนเป็นพี่เลี้ยง ทั้งทางเฟสบุ๊ค ไลน์ อินสตราแกรม ไอจี ฯลฯ เด็ก จะได้สิ่งที่ต้องการ ในทันที และ ไม่มีช่วงเวลาที่น่าเบื่อ เพราะ ถูกกระตุ้นตลอดเวลา

แล้วพวกผู้ใหญ่ จะทำอย่างไรกันดี? ถ้า เราต้องการให้ลูกหลาน ของเรา เป็นคนที่มีความสุข และ มีสุขภาพดี (จริงๆ) พวกเรา ต้องตื่นได้แล้ว และกลับไปสู่พื้นฐาน  กลับไปสู่เบสิค  และ มันยังคงเป็นไปได้ที่จะแก้ไข แม้จะมีหนทางค่อนข้างน้อยก็ตาม มีหลายครอบครัว เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน เพียงไม่กี่สัปดาห์ หลังจากทำตาม คำแนะนำ ดังต่อไปนี้:

๑.กำหนด จำกัดขอบเขต ให้กับลูกหลาน  และจำไว้ว่า คุณเป็นกัปตันของเรือ เป็นผู้นำครอบครัว  ไม่ใช่ให้ลูกเป็นผู้นำ ทั้งๆที่ ไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ ลูกหลานของคุณ จะรู้สึกมั่นใจมากขึ้น เมื่อรู้ว่า  คุณสามารถควบคุมทิศทาง หรือ หางเสือของชีวิตได้

๒.ต้องช่วยให้ลูกหลาน มีวิถีชีวิตที่สมดุล  ที่เต็มไปด้วย สิ่งที่ลูกหลาน จำเป็นต้องมี  ไม่ใช่แค่สิ่งที่ลูกหลานต้องการ  อย่ากลัวที่จะพูดคำว่า "ไม่" กับลูก ๆ หลานๆ ของคุณ หากสิ่งที่พวกเขาต้องการ  ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็น

 ๓.ต้อวให้ลูกหลาน ทานอาหารที่มีคุณค่า และลด จำกัด อาหารขยะทั้งหลาย

 ๔.ต้องให้ลูกหลาน ใช้เวลากลางแจ้ง อย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงต่อวัน ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ  เช่น การขี่จักรยาน การเดิน การออกกำลังกาย  การเล่นกีฬา สนามเด็กเล่นกลางแจ้ง หรือ ช่วยปลูกผักสวนครัว ฯลฯ

 ๕.พยายาม ทานอาหารด้วยกัน ในครอบครัวทุกวัน โดยไม่มี สมาร์ทโฟนหรือไอแผ็ด ไอโฟน หรือ เทคโนโลยีอื่น ที่ทำให้เสียสมาธิ ซึ่งทำให้ทุกคนรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า

 ๖.พยายามเล่นกับลูกหลาน  ใช้เวลาด้วยกันในครอบครัว

 ๗.ให้ลูกหลาน ของคุณ มีส่วนร่วม ในการทำงานบ้าน ตามอายุของพวกเขา (พับเสื้อผ้า, แขวนเสื้อผ้า,ล้างจาน, กวาดบ้าน, ถูบ้าน ,จัดโต๊ะ, ให้อาหารสุนัข ฯลฯ )

 ๘.ให้มีการเข้านอนเป็นเวลา เพื่อให้แน่ใจว่า ลูกหลานของคุณ ได้นอนหลับเพียงพอ ความสำคัญ จะมากยิ่งขึ้น สำหรับเด็กในวัยเรียน

๙.ต้องสอนลูกหลาน ในเรื่องความรับผิดชอบ และ เรื่องเสรีภาพ อย่าปกป้องลูกมากเกินไป จากความรู้สึกไม่พอใจ หงุดหงิด เสียใจ หรือ ความผิดพลาดทั้งหมด  ความเข้าใจผิด จะช่วยให้พวกเขา สร้างความยืดหยุ่น และ เรียนรู้ที่จะเอาชนะความท้าทายในชีวิตต่อไปได้

๑๐.อย่าถือกระเป๋า หรือ เป้สะพายหลัง หรือ ถือของให้ลูกหลาน ต้องพยายาม ให้ลูกหลาน ช่วยตัวเองมากที่สุด โดยให้คำยกย่องชมเชย เมื่อสามารถทำอะไรได้เอว ถ้าลูกลืมการบ้าน อย่าไปเอามาให้  อย่าปอกเปลือกกล้วย หรือ เปลือกส้ม หรือ ทำอะไรให้ลูกหลาน มากเกินไป ถ้าหากพวกเขา สามารถทำได้ด้วยตัวเอง  แทนที่จะให้ปลา แต่สอนพวกเขา ให้รู้จัก วิธีการหาปลาเองเป็น ต้องสอนแต่เนิ่นๆตั้งแต่ เป็นเด็กเล็ก

 ๑๑.ต้องสอนลูกหลาน ให้รู้จักรอ และ ชะลอความพีงพอใจในสิ่งต่างๆได้  สอนให้รู้จัก การอดเปรี้ยวไว้กินหวาน ได้

๑๒.ให้ลูกหลาน มีโอกาสได้พบ "ความเบื่อ" เนื่องจากความเบื่อหน่าย เป็นช่วงเวลาที่  ความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้น  เพื่อหาวิธีแก้เบื่อ  ไม่ต้องเป็นพ่อแม่ที่รู้สึกว่าต้องทำให้ ลูกหลานสนุกตลอดเวลาเท่านั้น

๑๓.อย่าใช้เทคโนโลยี เป็นวิธีแก้ความเบื่อของลูกหลาน เพราะ จะทำให้ลูกหลานอ่อนแอ และ ต้องแข็งใจ ไม่ต้องสนองความต้องการทุกครั้ง เมื่อลูกหลานร้องขอ เพราะ จะเป็นผลเสียหายร้ายแรงต่อลูกหลานในอนาคต ที่จะเอาแต่ใจตัวเป็นใหญ่ จะเป็นคนที่มีปัญหาตกต่ำในอนาคต  (ท่าน ต้องท่องไว้ว่า  ความเบื่อ จะก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ)

๑๔.หลีกเลี่ยงการใช้เทคโนโลยี ในระหว่างมื้ออาหาร ในรถยนต์ ในร้านอาหาร ในศูนย์การค้า ในบ้าน  ใช้ช่วงเวลาเหล่านี้ เป็นโอกาสในการเข้าสังคม โดยการฝึกสมอง ให้รู้วิธีการทำงาน เมื่ออยู่ในโหมด: "เบื่อ" (boredom)

 ๑๕. เมื่อลูกหลาน เบื่อ อาจจะช่วยจุดประกายไอเดีย แก้เบื่อได้บ้าง

๑๖.พยายามมีอารมณ์ร่วมกับลูกหลาน  ต้องไวต่อความรู้สึกของลูกหลาน และต้องสอนให้พวกเขา รู้จักควบคุมอารมณ์ตนเอง และ สอนทักษะทางสังคม

 ๑๗.ปิดโทรศัพท์ในเวลากลางคืน เมื่อลูกหลาน ต้องเข้านอน เพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวน จากสัญญานโทรศัพท์ และ สิ่งต่างๆ จากโทรศัพท์

 ๑๘. ต้องพยายาม เป็นผู้ควบคุม หรือ เป็นผู้ฝึกอารมณ์ สำหรับลูกหลานของคุณ  สอนพวกเขา ให้รู้จัก และ จัดการความผิดหวัง และ ความโกรธของตนเอง

 ๑๙.ต้องสอนลูกหลาน ให้ทักทายคนอื่นเป็น   รู้จักการรอคิว  รู้จักผลัดกันเล่น ผลัดกันใช้  รู้จักแบ่งปัน  รู้จักการพูดขอบคุณ และ การขอโทษ อย่างมีมารยาท รู้จักการยอมรับในความผิดพลาด  ทั้งนี้ โดยตัวท่านเอง ต้องทำเป็นแบบอย่างที่ดี ในชีวิตประจำวัน ของค่านิยมทั้งหมดนี้

 ๒๐.ต้องเชื่อมต่อ อารมณ์กับลูกหลาน โดยการ- ยิ้ม กอด จูบ หอม จี้เอว หัวเราะ สนุก อ่านนิทาน เต้นรำ กระโดดเล่นกับลูกหลานบ่อยๆ

 

ถ้าเราอยากเห็น ความเปลี่ยนแปลงที่ดี ในชีวิตลูกๆหลานๆของเราจริงๆ.... โปรดทำตามคำแนะนำดังกล่าว ท่านอาจได้ลูกหลานที่ดีกลับคืนมาก็ได้

 

Cr. Dr. Luis Rojas Marcos Psychiatrist

โF

 

โศกนาฎกรรมเงียบ

พิมพ์ PDF

โศกนาฎกรรมเงียบ

มีโศกนาฎกรรม ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างเงียบๆ ภายในครอบครัวหลายๆครอบครัว โดยที่คนในครอบครัวไม่รู้ตัว และ มันเกี่ยวข้องกับสิ่งที่มีค่าที่สุดของเรา นั่นคือ ลูกหลาน ตัวน้อยๆของเรา...ใครก็ตามในยุคนี้ ที่อยากมีลูก หรือ อยากมีหลานไว้อุ้ม ถือว่า ท่านคิดผิดมหันต์ เพราะ ลูกหลาน ที่เป็นเด็ก และ เยาวชนในยุคนี้ และ ยุคต่อจากนี้ไป เกือบครึ่งหนึ่ง จะเป็นลูกหลาน ที่เนรคุณ ที่มีความอกตัญญู ไม่รู้บุญคุณ กับคนที่เป็น พ่อแม่ ลุงป้าน้าอา ปู่ย่าตายาย ดังนั้น ใครที่เป็นพ่อแม่ ลุงป้าน้าอา ปู่ย่าตายาย ของเด็กๆในยุคนี้ และยุคต่อไป ต้องทำความเข้าใจตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป ต้องทราบว่า ในวันนี้ และ วันข้างหน้า เด็กๆ เหล่านี้ กำลังมีสภาวะอารมณ์ที่รุนแรง!  เพราะ ในช่วง ๑๕ ปี ที่ผ่านมา นักวิจัยได้พบสถิติ ที่น่าตกใจมาก เกี่ยวกับการเพิ่มขึ้น  ของความเจ็บป่วยทางจิต ของเด็กๆ  และ. จำนวนเด็กที่เจ็บป่วยก็มีจำนวนที่เพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่องและ ค่อนข้างเร็วมากกว่ายุคใดๆ

#สถิติไม่โกหก เพราะ เป็นความจริง เขิงประจักษ์ :

 เด็ก ๑ ใน ๕ คน มีปัญหาสุขภาพจิตค่อนข้างรุนแรง

 เด็กที่วินิจฉัยว่าเป็น ADHD เพิ่มขึ้นถึง ๔๓%

 มีรายงาน ภาวะซึมเศร้าของเด็ก วัยรุ่นเพิ่มขึ้นถึง ๓๗%

 มีอัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น ๒๐๐% ในเด็กอายุ ๑๐ ถึง ๑๔ ปี

มันเกิดอะไรขึ้น และ เรา พวกผู้ใหญ่ พ่อแม่ ได้ทำอะไรผิดพลาดไปหรือเปล่า ⁉️

เพราะ  เด็กในวันนี้  ได้ถูกกระตุ้นมากเกินไป เพื่อให้มีพรสวรรค์  ทางด้านวัตถุ เพื่อจะได้เป็นคนเก่ง มากจนเกินไป บางครอบครัว ถึงขนาด ให้ลูกหลาน เป็นนักล่ารางวัลต่างๆ  แท้จริงแล้ว เป็นการทำให้  พวกเด็กๆถูกปิดกั้น  ถูกละเลย จากสิ่งที่เป็นพื้นฐานสำคัญ ที่ทำให้มีช่วงวัยเด็ก ที่ควรมี ที่ดี ที่มีคุณภาพ (healthy childhood) สูญเสียไป เช่น

 ไม่มีการกำหนด ขอบเขตที่ชัดเจน ให้เด็กๆ ทราบว่า  อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้

 ขาด โภชนาการที่สมดุล และ การนอนหลับที่เพียงพอ

 เด็กขาด การเคลื่อนไหวร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเคลื่อนไหวกลางแจ้ง

 เด็กขาด การเล่นอย่างสร้างสรรค์ การมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ขาดโอกาสที่จะได้เล่นอย่างอิสระ และ ช่วงเวลาที่เด็กๆ จะได้รู้สึกเบื่อ เพื่อจะคิดหาวิธีการเล่นเพื่อแก้เบื่อของตนเอง

เพราะ ในหลายๆปี ที่ผ่านมา เด็กๆ ถูกแทนที่ สิ่งสำคัญเหล่านี้ด้วย....

 ผู้ปกครองที่วุ่นวาย อยู่กับ อุปกรณ์ดิจิตอลต่างๆ

 ผู้ปกครองยอมทำตาม และ ยอมอนุญาตให้เด็กๆเป็นคน "ปกครองโลก" และเป็นคนที่กำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆเอง ในวัยที่ไม่สมควร

 ทำให้เด็กๆ เข้าใจผิดว่า  เป็นเรื่องถูกต้อง ที่ตัวเองสมควรที่จะได้รับทุกสิ่งที่ต้องการ  โดยที่ไม่ต้องทำอะไร  หรือ  ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย

 เด็กๆ นอนหลับไม่เพียงพอ และ มีโภชนาการที่ไม่สมดุล

 รูปแบบการใช้ชีวิตของเด็ก เป็นแบบขยับตัวน้อย (Sendentary Lifestyle) นั่งหน้า TV. นั่งหน้า Computer ไม่ออกไปข้างนอก อยู่แต่ในห้องของตน

 เด็กๆ ถูกกระตุ้นอยู่ตลอดเวลา  มีเทคโนโลยีเป็นเพื่อนเป็นพี่เลี้ยง ทั้งทางเฟสบุ๊ค ไลน์ อินสตราแกรม ไอจี ฯลฯ เด็ก จะได้สิ่งที่ต้องการ ในทันที และ ไม่มีช่วงเวลาที่น่าเบื่อ เพราะ ถูกกระตุ้นตลอดเวลา

 

โศกนาฎกรรมเงียบ

พิมพ์ PDF

โศกนาฎกรรมเงียบ

มีโศกนาฎกรรม ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างเงียบๆ ภายในครอบครัวหลายๆครอบครัว โดยที่คนในครอบครัวไม่รู้ตัว และ มันเกี่ยวข้องกับสิ่งที่มีค่าที่สุดของเรา นั่นคือ ลูกหลาน ตัวน้อยๆของเรา...ใครก็ตามในยุคนี้ ที่อยากมีลูก หรือ อยากมีหลานไว้อุ้ม ถือว่า ท่านคิดผิดมหันต์ เพราะ ลูกหลาน ที่เป็นเด็ก และ เยาวชนในยุคนี้ และ ยุคต่อจากนี้ไป เกือบครึ่งหนึ่ง จะเป็นลูกหลาน ที่เนรคุณ ที่มีความอกตัญญู ไม่รู้บุญคุณ กับคนที่เป็น พ่อแม่ ลุงป้าน้าอา ปู่ย่าตายาย ดังนั้น ใครที่เป็นพ่อแม่ ลุงป้าน้าอา ปู่ย่าตายาย ของเด็กๆในยุคนี้ และยุคต่อไป ต้องทำความเข้าใจตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป ต้องทราบว่า ในวันนี้ และ วันข้างหน้า เด็กๆ เหล่านี้ กำลังมีสภาวะอารมณ์ที่รุนแรง!  เพราะ ในช่วง ๑๕ ปี ที่ผ่านมา นักวิจัยได้พบสถิติ ที่น่าตกใจมาก เกี่ยวกับการเพิ่มขึ้น  ของความเจ็บป่วยทางจิต ของเด็กๆ  และ. จำนวนเด็กที่เจ็บป่วยก็มีจำนวนที่เพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่องและ ค่อนข้างเร็วมากกว่ายุคใดๆ

#สถิติไม่โกหก เพราะ เป็นความจริง เขิงประจักษ์ :

 เด็ก ๑ ใน ๕ คน มีปัญหาสุขภาพจิตค่อนข้างรุนแรง

 เด็กที่วินิจฉัยว่าเป็น ADHD เพิ่มขึ้นถึง ๔๓%

 มีรายงาน ภาวะซึมเศร้าของเด็ก วัยรุ่นเพิ่มขึ้นถึง ๓๗%

 มีอัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น ๒๐๐% ในเด็กอายุ ๑๐ ถึง ๑๔ ปี

มันเกิดอะไรขึ้น และ เรา พวกผู้ใหญ่ พ่อแม่ ได้ทำอะไรผิดพลาดไปหรือเปล่า ⁉️

เพราะ  เด็กในวันนี้  ได้ถูกกระตุ้นมากเกินไป เพื่อให้มีพรสวรรค์  ทางด้านวัตถุ เพื่อจะได้เป็นคนเก่ง มากจนเกินไป บางครอบครัว ถึงขนาด ให้ลูกหลาน เป็นนักล่ารางวัลต่างๆ  แท้จริงแล้ว เป็นการทำให้  พวกเด็กๆถูกปิดกั้น  ถูกละเลย จากสิ่งที่เป็นพื้นฐานสำคัญ ที่ทำให้มีช่วงวัยเด็ก ที่ควรมี ที่ดี ที่มีคุณภาพ (healthy childhood) สูญเสียไป เช่น

 ไม่มีการกำหนด ขอบเขตที่ชัดเจน ให้เด็กๆ ทราบว่า  อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้

 ขาด โภชนาการที่สมดุล และ การนอนหลับที่เพียงพอ

 เด็กขาด การเคลื่อนไหวร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเคลื่อนไหวกลางแจ้ง

 เด็กขาด การเล่นอย่างสร้างสรรค์ การมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ขาดโอกาสที่จะได้เล่นอย่างอิสระ และ ช่วงเวลาที่เด็กๆ จะได้รู้สึกเบื่อ เพื่อจะคิดหาวิธีการเล่นเพื่อแก้เบื่อของตนเอง

เพราะ ในหลายๆปี ที่ผ่านมา เด็กๆ ถูกแทนที่ สิ่งสำคัญเหล่านี้ด้วย....

 ผู้ปกครองที่วุ่นวาย อยู่กับ อุปกรณ์ดิจิตอลต่างๆ

 ผู้ปกครองยอมทำตาม และ ยอมอนุญาตให้เด็กๆเป็นคน "ปกครองโลก" และเป็นคนที่กำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆเอง ในวัยที่ไม่สมควร

 ทำให้เด็กๆ เข้าใจผิดว่า  เป็นเรื่องถูกต้อง ที่ตัวเองสมควรที่จะได้รับทุกสิ่งที่ต้องการ  โดยที่ไม่ต้องทำอะไร  หรือ  ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย

 เด็กๆ นอนหลับไม่เพียงพอ และ มีโภชนาการที่ไม่สมดุล

 รูปแบบการใช้ชีวิตของเด็ก เป็นแบบขยับตัวน้อย (Sendentary Lifestyle) นั่งหน้า TV. นั่งหน้า Computer ไม่ออกไปข้างนอก อยู่แต่ในห้องของตน

 เด็กๆ ถูกกระตุ้นอยู่ตลอดเวลา  มีเทคโนโลยีเป็นเพื่อนเป็นพี่เลี้ยง ทั้งทางเฟสบุ๊ค ไลน์ อินสตราแกรม ไอจี ฯลฯ เด็ก จะได้สิ่งที่ต้องการ ในทันที และ ไม่มีช่วงเวลาที่น่าเบื่อ เพราะ ถูกกระตุ้นตลอดเวลา

 

ภาคธูรกิจไทยในวิถียั่งยืน

พิมพ์ PDF

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีที่ถูกดูแคลน เหยียดหยาม ถูกด้อยค่ามากที่สุด

สารพัดคำด่า หยาบคาย คำดูแคลน ด้อยค่า ทำลายศักดิ์ศรีความเป็นคน อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อตีตราให้ลุงตู่เป็นนายกฯ ที่ไม่มีวิสัยทัศน์ ไม่มีวาทศิลป์กินใจ ไม่มีความสามารถในเชิงบริหารเศรษฐกิจ ฯลฯ โดยไม่สนใจการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงดีๆ ที่เกิดขึ้นมากมายในยุครัฐบาลปัจจุบัน ต่อเนื่องจากยุค คสช.

ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ไปกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ภาคธุรกิจไทยในวิถียั่งยืน” ที่โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทลแบงค็อก

เนื้อหาสาระหลายช่วงตอน สะท้อนให้เห็นภาพ “วิสัยทัศน์ลุง” ที่น่าสนใจมาก

ขออนุญาตสรุป บางช่วงบางตอน ดังนี้

1. โควิดกับการพัฒนาวันนี้และอนาคต

สถานการณ์โควิด แม้เราบริหารจัดการได้ดีเพียงใดก็ตาม แต่ผลกระทบทางธุรกิจ ท่องเที่ยว การค้า การลงทุนกระทบกับเราทั้งสิ้น เราจำเป็นต้องหามาตรการที่เหมาะสมควบคู่ไปด้วยกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน เราคงไม่สามารถเดินหน้าประเทศโดยรัฐเพียงอย่างเดียว ภาครัฐ เอกชน ประชาชน ต้องหันมาปรึกษาหารือกัน หาแนวปฏิบัติที่ถูกต้องเหมาะสมที่สุด ดีที่สุด เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อน เกิดผลสัมฤทธิ์ได้ ประเทศเราต้องมองสองอย่าง มองวันนี้และอนาคต มองไกลตัวค่อยมาถึงใกล้ตัว

หลายอย่างเป็นเรื่องโครงสร้าง เป็นเรื่องการทำงานระยะยาว อาจเกิดประโยชน์ในอนาคตแต่ใกล้ตัวยังไม่ถึง จึงเกิดความคิดที่สับสนอลหม่าน เราต้องช่วยกันตรงนี้ว่าจะอยู่กันอย่างไร

2. ความแตกต่างเหลื่อมล้ำ ชุมชนเมืองกับชนบท ชนบทยากจน เกิดความแตกต่างมากมาย

สิ่งแรกที่จะทำคือ ทำอย่างไรให้คนทุกคนเข้าถึงโอกาสในการใช้ทรัพยากรของประเทศ รัฐบาลปรับแก้ตรงนี้มาพอสมควร ถ้าเข้าถึงโอกาส ทุกคนก็มีโอกาสไปแสวงหาประโยชน์ หารายได้

ไม่ใช่ทำเพื่อคนรวยหรือคนจน

3. ภูมิรัฐศาสตร์ของอาเซียน อุปสรรคบ้านเรามีอยู่ แต่ต้องมองเรื่องโอกาสของประเทศมีมากมายมหาศาล โดยเฉพาะเราเป็นศูนย์กลางภูมิรัฐศาสตร์ของอาเซียน เราต้องไม่ทำลายจุดนี้ด้วยความไม่มีเสถียรภาพ ไม่มีความมั่นคง ปลอดภัย ต้องไม่ทิ้งตรงนี้ ถ้าลืมตรงนี้หายไปหมด ธรรมชาติงดงาม อาหารอร่อย ราคาถูก จิตในการให้บริการ สิ่งเหล่านี้ต้องรักษาให้ได้ บ้านเราไม่ค่อยได้เผชิญสถานการณ์ภัยธรรมชาติเหมือนต่างประเทศ มีแต่ร้อนมาก ร้อนน้อย แล้งมาก แล้งน้อย น้ำท่วม เราต้องแก้ไป เราทำไปเท่าไหร่แล้วเรื่องน้ำ แต่ระบบการส่งน้ำไม่เพียงพอ เพราะมีปัญหาพอสมควร ต้องมีการกระจายแหล่งน้ำขนาดเล็กตามแนวทางพระราชดำรัส ให้มีการกระจายแหล่งน้ำลงไปพื้นที่การเพาะปลูกซึ่งต้องมาจากน้ำฝน เก็บกักน้ำในที่ทำกิน ซึ่งคนไทยมีพื้นที่น้อย แต่คนรวยมีพื้นที่เยอะ คือความแตกต่างต้องบริหารจัดการตรงนี้อย่างไร ทำอย่างไรจะช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรมีอาชีพเพิ่มในช่วงที่ว่างจากการทำไร่นา นอกจากไปขายแรงงาน เป็นสิ่งที่เอกชนต้องช่วยกันคิดว่าจะทอย่างไร” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

4. รายจ่ายประจำ รายจ่ายการลงทุน คำนึงถึงประชาชนเสมอ วันนี้มูลค่าการใช้จ่ายภาครัฐ รายจ่ายประจำ รายจ่ายการลงทุน ถ้ารายจ่ายประจำมากเกินไป การลงทุนก็ไม่ได้ แต่รายจ่ายประจำติดด้วยการดูแลประชาชน ดูแลเรื่องข้าว ยางอ้อย มันสำปะหลัง มีจำนวนมาก แต่ทำอย่างไรให้เขาเข้มแข็ง ซึ่งดีกว่าเติมเงินไปเรื่อยๆ บางครั้งก็ทำให้คนไม่เกิดการพัฒนา เรื่องการเกษตร ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มกระบวนการแปรรูป ไปสู่การใช้ออนไลน์ การค้าขายเป็นทั้งหมดหรือยัง เหล่านี้กำลังเร่งรัดพัฒนา รัฐบาลมุ่งเน้นบริหารราชการเป็นไปตามโลกปัจจุบัน เทคโนโลยี ดิจิทัล ซึ่งวันนี้กฎหมายเรื่องออนไลน์ก็ออกมา ไม่เช่นนั้นคอนโทรลอะไรไม่ได้เลย หากเปรียบเทียบ แต่ละปีมีอะไรเกิดขึ้นมาบ้าง วันนี้มีรถไฟฟ้ากี่สาย มีรถไฟทางคู่กี่กิโลเมตร มีท่าเรือ อีอีซี สิ่งเหล่านี้ 5 ปีข้างหน้ามีผลผลิตออกมาแน่นอน ถ้าเราอดทน แต่ถ้าเลิกก็จบ ต้องหาอะไรใหม่ขึ้นมาทำ ต้องระวังการทุจริต มีการลงทุนร่วมภาครัฐเอกชน สิ่งที่ทำวันนี้ถ้าทำอย่างรอบคอบ การหารือเห็นชอบร่วมกัน โดยที่ยังไม่ต้องเรียกร้องซึ่งกันและกันมากจนเกินไปจนดูแลไม่ได้  มันจะทำได้ เราต้องการให้นักลงทุนย้ายฐานการผลิตมาประเทศไทย แต่เราก็ยังมีปัญหากันทุกวันแล้วเขาจะมาหรือไม่ ไม่ได้ต้องการให้คนเป็นห่วงตัวผม ห่วงสถานะประเทศไทย จะไปอยู่ตรงไหน ถ้าย้ายไปที่อื่นหมดแล้วจะทำอย่างไร สิทธิประโยชน์เราให้น้อยกว่าหลายประเทศ เพราะเป็นสิ่งที่ต้องรับฟังความคิดเห็น ให้มากเกินไปก็เอื้อประโยชน์ ให้น้อยเกินไปเขาก็ไม่มา การปกครองก็ต่างกัน สังคมนิยมประชาธิปไตย กับประชาธิปไตยต่างกันตรงไหน คือสิ่งที่ทุกคนก็ต้องวิเคราะห์ การที่มองว่าประเทศนั้นทำได้ เขาทำได้เพราะเขามีอำนาจ

5. ต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ การที่ประเทศไทยยังมีปัญหา คือ ผูกอยู่กับการส่งออก หลายอย่างมูลค่าน้อย หลายอย่างไม่ใช่ของใหม่ ไม่มีนวัตกรรม พอมีโควิด-19  การส่งออกเริ่มมีปัญหา โยงถึงการท่องเที่ยวสัดส่วนจีดีพีของภาคการเกษตร สัดส่วนที่มีผลคือการใช้จ่ายภาครัฐ ต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ทั้งหมด คิดแบบเดิมไม่ได้ ต้องเปลี่ยนทุกระยะ ด้วยความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน ด้วยการค้าและอุตสาหกรรม มีอุตสาหกรรมใหม่ที่ต้องส่งเสริมอีก 7 ประเภท ทั้งหุ่นยนต์ รถยนต์สมัยใหม่ยา อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ การบิน เราให้บีโอไอปรับโครงสร้างข้างในใหม่ทั้งหมด                 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันว่าให้อะไรนักลงทุนได้บ้างหรือไม่ ไม่เช่นนั้นก็ให้ได้แต่ภาษี พอให้อย่างอื่นแต่ประชาชนไม่ยอม แล้วเราจะไปสู้อะไรเขาได้ หลายประเทศไม่ใด้ให้ภาษีอย่างเดียว แต่อย่าลืมว่าเมื่อเขาได้สัญญา เมื่อบริษัทหมดสัญญาไปแล้วทุกอย่างก็กลับเป็นทรัพย์สินของรัฐทั้งหมด ถ้ามองแต่เราเสียประโยชน์ก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ถ้ามองว่าเสียตรงนี้แล้วได้ตรงนี้ จะได้ระยะสั้น หรือระยะยาว  ผลประโยชน์ตอบแทนเท่าไหร่ เราต้องคิดให้ละเอียด ถ้าหลักการไม่เข้าใจ ก็วิพากษ์วิจารณ์ไปเรื่อย รัฐบาลเอาคำวิจารณ์มาแล้วแก้ตามคำวิจารณ์ก็จะอีรุงตุงนังไปหมด ตนก็กลัวติดคุกเหมือนกันใครไม่กลัวบ้าง เพราะกฎหมายเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คนอยู่ร่วมกันได้ในสังคม เพราะคนอยู่ใต้กฎหมายตัวเดียวกัน ส่วนใครไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ไปฟ้องร้องรื้อคดี

6. พื้นฐานต้องเข้มแข็ง เราต้องสร้างพื้นฐานประชาชนของเราให้เข้มแข็งด้วยหลักการเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้สอนให้คนจน ให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีตามฐานะที่ตนเองมีอยู่ มีเหตุผลพอประมาณในการใช้จ่าย พระองค์ท่านรับสั่งให้ปลา ให้เบ็ด บางคนให้เบ็ดก็ไม่มีเหยื่อ บางคนให้ปลา บางคนให้เหยื่อ เพื่อให้อยู่ได้ในวันนี้ แล้วเบ็ดก็ไปทำต่อ ต้องคิดอย่างนี้ทั้งหมด  เพราะขณะนี้คนไทย

ต่ำกว่าเส้นความยากจนเป็น 10 ล้านคน จังหวัดท้ายๆ แทบไม่มีรายได้ที่เพียงพอเลย วันนี้รัฐบาลปรับแก้จัดการบริหารราชการ 6 ภาค  มีภาค อีอีซี กับ ภาคชายแดนภาคใต้ เพื่อหางบประมาณลงไปให้ได้ในเรื่องการพัฒนา วันนี้มีงบบูรณาการ งบต่างๆ ปรับแก้จนกว่าจะเข้าที่เข้าทาง ทุกจังหวัดได้งบประมาณมากกว่าแต่ก่อนมากพอสมควร วิถีความยั่งยืนจะเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีของเรา เกิดวิกฤติครั้งนี้รัฐบาลพยายามประคับประคองสถานการณ์ไม่ให้เลิกจ้างพนักงาน แต่จะให้ธุรกิจมีรายได้เท่าเดิมได้ไหม ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ทุกประเทศเจอปัญหาเหมือนกันหมด มาตรการช่วยเหลือก็เหมือนกับทุกประเทศ ต่างกันแค่เม็ดเงินที่มีไม่เท่าประเทศใหญ่ๆ  อีกสิ่งที่ต้องช่วยกัน start up และ SMEs เขาต้องเข้าสู่การขึ้นทะเบียน 3 ล้านราย อาจมากกว่านั้นหากนับรวม Micro SMEs มีกว่า 5 ล้านราย มีการจดทะเบียนน้อยมาก เพราะเขากลัวเรื่องภาษี ถ้ายังกลัวอยู่อย่างนี้แล้วไม่อยู่ในระบบ รัฐบาลจะไม่สามารถช่วยเหลือได้ ใครจะให้ท่านอย่างน้อยต้องขึ้นบัญชี ที่เดือดร้อนติดปัญหาตรงนี้มาก ตนไม่อาจโทษพวกเขา ไม่รู้โทษใคร เพราะเขากลัวภาษี ถ้ายังกลัวภาษีก็ไปไม่ได้ วันหน้าใช้เงินรัฐไม่ได้เลย เพราะไม่มีใครให้กู้ แต่ถ้าเข้ามาจดทะเบียนยังมีทางออก แต่ถ้าไม่ขึ้นทะเบียนแล้วกู้เงิน หากธนาคารล้มใครรับผิดชอบ ถ้าคิดแต่เพียงอยากได้เงินเอาเงินจากไหนไม่สนใจ ฉันอยากได้ ฉันต้องการ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน

7. คน สำคัญที่สุด การพัฒนาคนสำคัญที่สุด การศึกษาปรับไม่รู้จะปรับอย่างไร ปรับไม่ได้เพราะคนในระบบเยอะ ถ้าทุกคนเอาอนาคต เอาประเทศชาติเป็นหลัก ทำได้หมด แต่ทุกคนติดอยู่กับตัวเอง จึงทำอะไรไม่ได้ ดังนั้น ต้องเปลี่ยนแปลงทั้งหมด รัฐบาลต้องดึงศักยภาพของคนในประเทศมาใช้ให้หมด ที่พูด คือ รวมไทยสร้างชาติ ไม่ใช่สร้างเฉพาะวันนี้ สร้างไปยาวๆ ร่วมใจกันทุกรัฐบาล ใครจะอยู่ ใครจะไปก็แล้วแต่ ร่วมใจกันทุกรัฐบาล ร่วมสร้างชาติในทางที่ถูกต้อง เราจะต้องรอด วันข้างหน้าก็ต้องเข้มแข็งกว่าเดิม อะไรที่ล้มแล้วก็ลุกให้ไว ไม่ใช่ล้มแล้วหงายท้องตายไปเลย แต่บางอย่างถ้าเราจัดกลุ่มแล้ว ดีอยู่ ก็ประคับประคองไป แต่ถ้าอันนี้ กำลังจะล้มแล้ว ถ้าเราช่วยนิดเดียวแล้วไปข้างหน้าได้ อีกอัน คือ มีศักยภาพ แต่ค่อนข้างล้ม ก็ต้องฟื้นฟู และที่กลุ่มที่ล้มแล้วไม่รู้จะไปอย่างไรสนับสนุนไปก็ไม่ฟื้น ต้องหาทางให้เขาไปทำอย่างอื่นจะให้ทุกคน เป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่ตนใจดำ การใช้เงินต้องแยกกลุ่มแยกประเภท สิ่งสำคัญ SMEs  และ start up เราต้องกระตุ้นให้ชุมชน ท้องถิ่นมีวิธีคิดอย่างไร ต่างประเทศทำอย่างนี้อยู่ ภูมิปัญญาท้องถิ่น อาหาร ที่ทุกคนกลับไปสู่ธรรมชาติ ถ้าเดินหน้าไปสู่สมัยใหม่ เสน่ห์จะหายไป โลกกำลังกลับไปสู่อดีต ความสงบเรียบร้อย ธรรมชาติ เรามีของเราอยู่แล้ว รวมถึงพัฒนาภูมิปัญญาร่วมกับชาวบ้านให้เกิดรายได้

ภาพสะท้อน “วิสัยทัศน์ลุง” 7 ข้อข้างต้นนั้น เป็นเพียงตัวอย่างบางตอน หากพิจารณาโดยตัดอคติบางอย่างออกไปแล้ว ก็จะเห็นว่า เต็มไปด้วยเจตนาดีต่อบ้านเมือง ไม่มีผลประโยชน์ทางธุรกิจส่วนตัวทับซ้อน และทำให้เข้าใจถึงแนวทางของประเทศที่กำลังมุ่งไปได้ชัดเจนขึ้น ประเทศไทยเราไม่ขี้เหร่เลย ผู้นำประเทศแม้ไม่สมบูรณ์ แต่ก็ไม่ได้สิ้นไร้ความสามารถเอาเสียเลย เพียงแต่อาจจะไม่เก่งในทางการสื่อสารการเมือง เหมือนนักการเมืองปากหวานบางจำพวกเท่านั้นเอง

สารส้ม

 


หน้า 2 จาก 473
Home

About Us

ศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) เป็นองค์กรที่พัฒนาและจัดทำโครงการเพื่อทำประโยชน์ให้สังคม เป็นองค์กรสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐ ช่วยแก้ปัญหาผู้ประกอบการภาคธุรกิจบริการที่ขาดแคลนบุคลากรที่มีมาตรฐานในการให้บริการ
อ่านเพิ่มเติม

มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์

 iHDC Profile
บัญชีรายชื่อกรรมการ
ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน การเปลี่ยนแปลงกรรมการของมูลนิธิ
เอกสารประชาสัมพันธ์ โครงการ HMTC.pdf
เอกสารแนะนำโครงการ HMTC 1.pdf
เอกสารโครงการ HMTC 2 คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ.pdf
iHDC นิติบุคคล.pdf
iHDC บุคคล.pdf
iHDC บุคคลเครือข่าย.pdf
รายงานการประชุม 6 มีนาคม 2560.pdf
ข้อบังคับมูลนิธิ
ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ
Ihdc-Profile and Roadmap 2016-2019 Mar 23 2560.pdf
รายงานการประชุมใหญ่คณะกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ 2559.pdf
คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ สาขาวิชาชีพ.pdf
รายงานการประชุมใหญ่วันที่ 18 ธ ค 2558 v 3.pdf
รายงานการประชุม วันที่ 24 ธันวาคม 2557 updated 4 มีนาคม 2558.pdf
iHDC-invitation Letter.doc
iHDC-Member Form Thai.doc
iHDC-Member Form English.doc
รายงานการประชุมกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ วันที่ 15 มกราคม 2556 ฉบับสมบูรณ์


thaibetter
พัฒนาประเทศไทยแบบทวีคูณ และยั่งยืน ( ททค )

Login


แบบสำรวจ

สถิติเว็บไซด์

สมาชิก : 3230
Content : 2588
เว็บลิงก์ : 24
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 5646238

facebook

Twitter


บทความเก่า