Thaiihdc.org

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร
Home > ประชาสัมพันธ์ > ประชาสัมพันธ์ > หลังจากที่ฉันได้เขียนถึงในหลวง ร.๙ มีเสียงถามว่า แล้วในหลวง ร.๑๐ ล่ะ

หลังจากที่ฉันได้เขียนถึงในหลวง ร.๙ มีเสียงถามว่า แล้วในหลวง ร.๑๐ ล่ะ

พิมพ์ PDF

หลังจากที่ฉันได้เขียนถึงในหลวง ร.9 มีเสียงถามว่า แล้วในหลวง ร.10 ล่ะ

ถ้าหากคุณได้อ่านตอนที่แล้ว ก็คงจะได้รู้ว่าบรรพบุรุษของฉันได้หนีร้อนมาพึ่งเย็น ไม่อย่างนั้นฉันก็คงจะไม่ได้เกิด หรือได้เกิด แต่ต้องเป็นชนกลุ่มน้อย คุ้ยเขี่ยหาผักหาหญ้ากินอยู่ในเมืองมะละแหม่ง

ดังนั้นฉันมองสถาบันโดยรวมด้วยความเคารพรัก และดีใจที่ได้เกิดมาอยู่บนแผ่นดินที่สงบร่มเย็น ฉันเกิดและแก่ในรัชสมัยของ ร.9 รู้สึกหัวใจพองโตเวลาไปเขย่งชะเง้อมองเวลารับเสด็จ เสียงเครือน้ำตาคลอเวลาที่ตะโกนว่าทรงพระเจริญ

แต่ฉันโตไม่ทันที่จะรู้จดจำในช่วงเวลาที่ ร.10 และพระองค์อื่นๆ ตามเสด็จไปในถิ่นทุรกันดาร จนกระทั่งได้มาค้นคว้าข้อมูลเพื่อทำรายการเกี่ยวกับพระราชวงศ์จักรี ถึงมีโอกาสได้เห็นรูปของท่านที่ตามเสด็จลุยป่าฝ่าดงไปพร้อม ร.9 ในสมัยก่อนนั่นแหละ ซึ่งช่วงนี้ก็มีหลายท่านได้นำรูปเหล่านั้นกลับมาแชร์ให้เห็นกันในโลกโซเชียลว่ามีทหารนายหนึ่งที่ตามเสด็จไปพร้อม ร.9 แต่เราอาจไม่เคยสังเกตว่าเขาคือใคร

วันนี้ไปซื้อเสบียงเข้าบ้าน เป็นเงินหลายร้อย ระหว่างที่หยิบแบงค์พันขึ้นมาพลิกดูเล่นๆ ระหว่างรอคิว ที่ด้านหลังธนบัตรตรงมุมซ้ายขวาจะมีภาพเล็กๆ ด้านซ้ายเป็นรูปในหลวง ร.9 โน้มองค์ลงมาหาหญิงชราที่นั่งรอรับเสด็จ รูปนี้เป็นรูปที่เราได้เห็นคุ้นตากัน ส่วนด้านขวาของภาพ เป็นครั้งแรกที่ตั้งใจมอง จริงด้วยแฮะ ไม่เคยสังเกตเลยว่า นั่นคือ ร.10 นั่งทรงงานอยู่บนพื้น กำลังดูแผนที่แผ่นใหญ่

ฉันนึกย้อนไปถึงตอนที่ทำรายการเกี่ยวกับพระราชวงศ์ ทุกพระองค์ทรงงาน มากน้อยต่างกันไปตามความถนัด  ร.10 ท่านเป็นทหาร  เรื่องที่นึกขึ้นมาได้เป็นเรื่องแรกก็คือ เรื่องที่ท่านเคยรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับเหล่าทหาร เมื่อหลายสิบปีก่อน สมัยที่บ้านเรายังมีปัญหาการก่อการร้ายจากกลุ่มคอมมิวนิสต์  ได้เสด็จไปเยี่ยมเยียนตำรวจ ทหาร และอาสาสมัครในพื้นที่อันตราย ซึ่งจะมีฐานปฏิบัติการหลายแห่ง จะทรงเลือกพักแรมในฐานปฏิบัติการที่อันตรายกว่า  กลางคืนก็นอนในเต็นท์ บางทีก็ไม่มีผ้าห่ม บางครั้งก็คุยกับเจ้าหน้าที่อยู่ในกลุ่มบังเกอร์ทั้งคืน  เช้าตื่นแต่มืด ยังไม่ได้ล้างหน้าก็ออกลาดตระเวน  มื้อเช้าง่ายๆ อย่างข้าวจี่ทาไข่กับปลาร้า หรือไม่ก็อาหารกระป๋องเหมือนตำรวจทหารคนอื่นๆ ทรงบัญชาการรบด้วยพระองค์เอง  รบเองจริงไม่มีสแตนอิน จนผู้ก่อการร้ายแตกกระเจิงไป หนังสือพิมพ์ทุกฉบับสมัยนั้นพาดหัวข่าวฟ้าชายร่วมรบ  เมื่อชาวบ้านรู้ข่าวจึงร่วมด้วยช่วยกันจัดตั้งกองทัพชาวบ้านต่อต้านภัยคอมนิวมิสต์

ภาพที่ “ทรงพระเท่” มาก คือภาพที่ทรงวิ่งถือปืนอย่างกับพระเอกในหนัง เป็นภาพจากสมรภูมิบ้านหมากแข้ง ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย เป็นหมู่บ้านเดียวในตอนนั้นที่ไม่เข้าร่วมกับกลุ่มคอมมิวนิสต์ จึงถูกโจมตีอย่างหนัก ร้อยเอกฟ้าชายทรงร่วมรบกับทหารจนปกป้องหมู่บ้านเอาไว้ได้ ต่อมามีการสร้างอุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง  ปัจจุบันพื้นที่สีแดงหลายแห่งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสวยงามและมีชื่อเสียง  ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์หลายคนวางปืนและกลายเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย

เรื่องเหล่านี้ถ้าไม่เล่า เราก็ลืม ฉันยอมรับว่าความผูกพันกับพระองค์ท่านนั้น มีน้อยกว่า ร.9 ซึ่งก็ไม่รู้จะเปรียบเทียบไปทำไม มันไม่อาจจะเปรียบเทียบกันได้ เพราะช่วงที่ท่านทรงงานหนักในวัยหนุ่มนั้น ฉันเกิดและโตไม่ทัน ท่านตามเสด็จและสานต่องานโครงการพระราชดำริของ ร.9  และทรงงานในพระราชดำริของท่านเอง พัฒนาคนและพัฒนาชาติเหมือนๆ กัน

หลายๆ เรื่อง ต้องหาอ่านเอาถึงจะได้รู้ ได้เห็นมุมน่ารักๆ ของท่าน อย่างเช่น เมื่อครั้งที่รถจี๊ปพระที่นั่ง พลขับสตาร์ทรถไม่ติด ขณะที่ประชาชนพากันมาเฝ้ารับเสด็จ ท่านเสด็จลงไปเข็นรถด้วยพระองค์เองโดยมีทหารช่วย จนรถสตาร์ทติด มีรับสั่งว่า “รถจี๊ปทหารปืนใหญ่นี่ขี้โรคจัง สตาร์ทไม่ติด ขายหน้าชาวบ้าน”  หรือเมื่อทรงถอดรองเท้า ถลกกางเกง ลงไปลุยโคลนสาธิตการทำนา โดยไม่ได้ “ทรงเตี๊ยม” กับเจ้าหน้าที่ผู้จัดงานไว้ก่อน

คนสมัยก่อนเล่ากันว่า กรุงเทพฯ เจริญกว่าบ้านนอกก็จริง แต่คนบ้านนอกนั้นน่าอิจฉาตรงนี้แหละ ช่วงเวลานั้น ร.9 และพระบรมวงศานุวงศ์จะเสด็จเยี่ยมเยียนราษฎรและประทับแรมในต่างจังหวัด ทรงสร้างวังไว้ตามภูมิภาคต่างๆ และประทับคราวหนึ่งเป็นเวลานานๆ เพื่อทรงงานแก้ปัญหาซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น พสกนิกรในต่างจังหวัดจะมีโอกาสได้รับเสด็จใกล้ชิดกับทุกพระองค์มากกว่าในเมืองหลวง มีเรื่องเล่าในลักษณะคล้ายๆ กันนี้อีก ที่เมื่อได้อ่านหรือได้ยินได้ฟัง ก็อดยิ้มตามไม่ได้

ฉันคิดว่าฉันเกิดและโตในช่วงเวลาที่ฉัน “ไกล” จากท่าน แต่มันก็เคยมีหลายๆ ช่วงเวลาที่ท่าน “ใกล้” กับราษฎร เราคงยังจำภาพในงาน Bike For Mom ที่พระองค์ท่านทรงจักรยานพร้อมกับพระองค์ภาและพระองค์หญิง นำขบวนจักรยานทุบสถิติขี่จักรยานพร้อมกันมากที่สุดในโลก โลกโซเชียลพิมพ์คำซ้ำๆ กันว่า “ทรงพระน่ารัก”

มันอาจเป็นคำผิดๆ ถูกๆ ที่เราชาวบ้านใช้กันไม่ถูกหรอก แต่คำเดียวกันนี้ “ทรงพระน่ารัก” ถูกพิมพ์ซ้ำๆ กันอีกครั้งเมื่อวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา ขณะที่ประชาชนเฝ้ารอรับเสด็จในหลวง ร.10 และพระราชินี เป็นอีกครั้งที่พระองค์ท่าน “ใกล้” ประชาชน แบบชนิดที่เรียกว่าไม่ต้องซื้อบัตรจับมือเหมือน BNK48 ด้วยซ้ำ เมื่อสถาบันยื่นพระหัตถ์ลงมา ฉันรู้สึกได้เลยว่า ฉันใกล้กับท่านแม้ว่าจะไม่ได้ไปเฝ้ารับเสด็จด้วย

ภาพที่พระราชินีทรงอุ้มเด็กน้อยน่ารักคนหนึ่ง และในหลวง ร.10 ประทับยืนยิ้มอยู่ข้างๆ ทำให้นึกถึงเรื่องที่ฉันได้อ่านว่ามีผู้ชายคนหนึ่งเล่าว่า บ้านเขาอยู่ต่างจังหวัด สมัยที่เขายังเด็กเคยไปรอรับเสด็จในหลวง ร.9 อยู่ข้างทางที่จะเสด็จผ่าน เมื่อในหลวงเสด็จมาถึง ร.10 เมื่อครั้งยังเป็นเจ้าฟ้าชายตามเสด็จในครั้งนั้นด้วย ได้ทรงอุ้มเขาขึ้นมา แล้วก้มลงไปถามแม่เขาที่นั่งอยู่กับชาวบ้านคนอื่นๆ ว่า “มารอกันนานไหม” ตอนนั้นเขาเพิ่ง 4 ขวบ ยังจำได้แค่ลางๆ แม่ของเขามาขยายให้ฟังทีหลัง และฉันแน่ใจว่านี่จะเป็นเรื่องเล่าประจำตระกูลของเขาไปอีกนานแสนนาน เช่นเดียวกับที่ท่านทรงตบบ่า ตรัสชมและขอบใจ ชายหนุ่มที่ยืนเดี่ยวชูภาพในหลวง ร.9 อยู่ท่ามกลางหมู่ผู้ชุมนุมประท้วง

ทั้งหมดนี้ฉันพูดในฐานะอีสาวมะละแหม่งพลัดถิ่น ที่ถ้าไม่มีพระเจ้าตาก ไม่มี ร.1 ไทยก็คงเป็นเมืองขึ้นของพม่า ถ้าไม่มี ร.3 เอาเรือสำเภาไปค้าขายกับฝรั่ง ไทยก็ไม่มีเงินถุงแดง เอาไปให้ ร.5 ไทยก็คงเป็นเมืองขึ้นฝรั่งเศส ถ้าไม่มี ร.9 ฝ่ายบุ๋น และ ร.10 ฝ่ายบู๊ ไทยก็อาจจะกลายเป็นประเทศคอมมิวนิสต์

จึงช่วยไม่ได้ที่ข้อเรียกร้องทั้ง 10 ข้อของผู้ชุมนุมนั้น ฉันจะมองเป็นการลิดรอนพระราชอำนาจและตีตกไปทุกข้อเลย เอิ๊กๆ

ข้อ 1 ต้องมีกฎหมายปกป้องสถาบัน เพราะในขณะที่คุณๆ ทั้งหลายซุบซิบนินทา ใส่ร้ายป้ายสี สถาบันไม่เคยได้มาชี้แจง แก้ข่าวอะไรเลย เอาให้แฟร์กับสถาบันหน่อย แล้วก็ ข้อ 2 ไม่รู้ว่าคุณๆ จะให้ยกเลิก ม.112 ทำไม เพราะขนาดยังไม่ยกเลิก ทุกวันนี้คุณๆ ก็วิจารณ์ยับอยู่แล้ว ก็เห็นส่วนใหญ่ยังอยู่รอดปลอดภัยกันดี

ข้อ 3 กับข้อ 4 เรื่องทรัพย์สินและงบประมาณ ฉันก็คิดแบบโง่ๆ ตามประสาชาวบ้านนี่แหละว่า แผ่นดินนี้เป็นมรดกของสถาบัน คณะราษฎรเอาอะไรไปจาก ร.7 มั่ง เอามาคืนมั่งหรือยังก็ไม่รู้ ฉันเกิดไม่ทัน ฉันไม่ใช่นักประวัติศาสตร์ ถ้าสถาบันจะใช้งบอะไร ใช้ยังไง ก็ใช้ไปเถอะ ฉันคิดว่าท่านมีสิทธิในฐานะเจ้าของแผ่นดิน ทุกวันนี้ฉันอยู่ในฐานะประชาชนผู้อาศัย ไม่รู้สึกว่าสถาบันทำให้ฉันเดือดร้อน ให้ไปทวงเอากับนักการเมืองที่โกงๆ ไปแล้วก่อนหน้านี้แหละ

ข้อ 5 ส่วนราชการในพระองค์ หน่วยรักษาพระองค์ จะให้ย้ายไปไหน ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าต้องอยู่กับพระองค์ แล้วถึงจะย้ายไป ก็ต้องจ่ายเงินเดือนเขาอยู่ดีปะวะ แล้วอะไรคือองคมนตรีไม่จำเป็น  ภาษาบ้านๆ เขาเรียกที่ปรึกษา และมีไว้ทำงานแทนเวลากษัตริย์ไม่ว่าง

ข้อ 6 ข้อ 7 ยกเลิกการบริจาคและรับบริจาคโดยเสด็จพระราชกุศล และไม่ให้กษัตริย์พูดเรื่องการเมือง นี่มันเผด็จการชัดๆ แล้วมาเรียกร้องประชาธิปไตยกันหาพระแสงของ้าวอะไรหรือคะ

ข้อ 8 ยกเลิกการเชิดชูสถาบันจนเกินงาม อันนี้เคยเขียนแล้ววันก่อน ไปหาอ่านย้อนหลังนะ ขี้เกียจพิมพ์ เจ็บคอ คุณๆ คงอยากให้มีการชำระประวัติศาสตร์มั่วๆ ของคุณใส่ลงไปด้วย ประวัติศาสตร์ก็เหมือนงานวิจัย เขามีลำดับขั้นของความน่าเชื่อถือ ฉันอ่านเรื่องเล่าของคุณมาตั้งแต่เด็ก แล้วใช้สมองน้อยๆ ของฉันตัดสินใจว่าฉันไม่เชื่อคุณ

ข้อ 9 สืบตามข้อเท็จจริงค่ะ เราใช้ข้อเท็จจริง เราไม่ใช้ข่าวลือ

ข้อ 10 นักกฎหมายเขาอธิบายกันโครมๆ แล้วว่า กษัตริย์ไม่ได้เซ็นรับรองรัฐประหาร แต่ต้องเซ็นนู่นนี่นั่นเพราะเขาให้เกียรติในฐานะประมุขของประเทศ

สุดท้ายนี้ ฉันคิดว่าอีกฝ่ายก็คงแย้งฉันทุกประเด็นเช่นกัน และอาจจะหาว่าฉันโหนเจ้า โง่เง่าไดโนเสาร์เต่างอย แต่ฉันก็เป็นแค่มนุษย์ป้าโลกสวยธรรมดาๆ คนหนึ่งนี่แหละ

ฉันเขียนเรื่องกตัญญู ก็ว่าฉันนอกประเด็น ฉันเอาเรื่องเก่ามาเล่า ก็ว่าประวัติศาสตร์ท่องจำ ฉันก็ไปไม่เป็นแล้วเหมือนกัน เรื่องส่วนพระองค์ฉันไม่ขอพูดถึง ฉันเคารพและให้เกียรติสถาบัน และมันเป็นมารยาทพื้นฐานที่ไม่ควรพูดในที่สาธารณะ

ฉันเพิ่งได้ดูคลิปที่พวกคุณร่วมกันตะโกนหยาบคายที่ราชประสงค์  วินาทีที่คุณตะโกนคำนั้นออกมา ฉันคิดเป็นอื่นไปไม่ได้เลยนอกจากคุณต้องการล้มเจ้า ไม่ได้ต้องการปฏิรูปอย่างที่คุณอ้าง

สำหรับผู้ร่วมชุมนุมที่บอกว่าต้องการปฏิรูปเพราะหวังดีต่อสถาบัน และได้ยินคำนั้นเหมือนกับที่หูฉันได้ยิน ฉันไม่ตัดสินคุณหรอก คุณกลับไปคิดเอาเอง ว่าคุณทนอยู่ร่วมกับพวกเขาได้ยังไง

วันนี้ฉันไม่มีป้ายไฟ ไม่ได้ไปร่วมตะโกน “ทรงพระเจริญ” หรือ “ในหลวงสู้สู้”
แล้วฉันก็ไม่เห็นด้วยกับคนรักสถาบันที่ร่างกายต้องการปะทะ ฉันเลยทำได้แค่ใช้เวลาทั้งคืนเขียนเรื่องนี้ขึ้น เพราะฉันไม่อยากอยู่เฉยๆ

ฉันยอมรับในความคิดเห็นที่แตกต่างได้ ฉันมีเพื่อนและญาติที่คิดต่าง ฉันคิดว่ามิตรภาพนั้นสำคัญ พอๆ กับสุขุมวิท พหลโยธิน และเพชรเกษม

ฉันลบเพื่อนที่หยาบคายกับเจ้าไป 2 คน แล้วก็โดนลบเพื่อนไปบ้างเช่นกัน กี่คนไม่รู้  รู้แต่ว่าฉันได้เพื่อนเพิ่มมา 200 กว่าคน กำไรเห็นๆ แต่ก่อนจะกดรับเพื่อน ต้องไถดูแล้วดูอีกให้แน่ใจว่าปลอดภัย ฮี่ฮี่

ก่อนนอนเช้านี้ ได้แต่หลับตา ภาวนาในใจ
หายใจเข้า พุด หายใจออก ดิ้ง

นอนหลับฝันดี พรุ่งนี้ไม่มีทัวร์ลง

#ป๊อดแหละดูออก


 
Home > ประชาสัมพันธ์ > ประชาสัมพันธ์ > หลังจากที่ฉันได้เขียนถึงในหลวง ร.๙ มีเสียงถามว่า แล้วในหลวง ร.๑๐ ล่ะ

About Us

ศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) เป็นองค์กรที่พัฒนาและจัดทำโครงการเพื่อทำประโยชน์ให้สังคม เป็นองค์กรสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐ ช่วยแก้ปัญหาผู้ประกอบการภาคธุรกิจบริการที่ขาดแคลนบุคลากรที่มีมาตรฐานในการให้บริการ
อ่านเพิ่มเติม

มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์

 iHDC Profile
บัญชีรายชื่อกรรมการ
ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน การเปลี่ยนแปลงกรรมการของมูลนิธิ
เอกสารประชาสัมพันธ์ โครงการ HMTC.pdf
เอกสารแนะนำโครงการ HMTC 1.pdf
เอกสารโครงการ HMTC 2 คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ.pdf
iHDC นิติบุคคล.pdf
iHDC บุคคล.pdf
iHDC บุคคลเครือข่าย.pdf
รายงานการประชุม 6 มีนาคม 2560.pdf
ข้อบังคับมูลนิธิ
ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ
Ihdc-Profile and Roadmap 2016-2019 Mar 23 2560.pdf
รายงานการประชุมใหญ่คณะกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ 2559.pdf
คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ สาขาวิชาชีพ.pdf
รายงานการประชุมใหญ่วันที่ 18 ธ ค 2558 v 3.pdf
รายงานการประชุม วันที่ 24 ธันวาคม 2557 updated 4 มีนาคม 2558.pdf
iHDC-invitation Letter.doc
iHDC-Member Form Thai.doc
iHDC-Member Form English.doc
รายงานการประชุมกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ วันที่ 15 มกราคม 2556 ฉบับสมบูรณ์


thaibetter
พัฒนาประเทศไทยแบบทวีคูณ และยั่งยืน ( ททค )

Login


แบบสำรวจ

สถิติเว็บไซด์

สมาชิก : 3230
Content : 2588
เว็บลิงก์ : 24
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 5646268

facebook

Twitter


บทความเก่า