Thaiihdc.org

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร
Thaiihdc.org
 

"น้ำซอสสมุนไพร" เสวนาสด รายการ เปลี่ยน เป็น เปลี่ยน คืนนี้ พุธที่ 19 มิถุนายน 2562 เวลา 19.00-20.00 น

พิมพ์ PDF

“น้ำซอสสมุนไพร”  ติดตามรับชม รายการ เปลี่ยน เป็น เปลี่ยน

คืนนี้ พุธที่ 19 มิถุนายน 2562 เวลา 19.00-20.00

(ออกอากาศซ้ำวันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน 2562 เวลา 9.30-10.30 น)

ผู้ร่วมเสวนา

ภก.สมนึก สุชัยธนาวณิช ผู้อำนวยการกองยาไทยและสมุนไพร

คุณเสรี ศัทธาชิณศรี ผู้จัดการฝ่ายขาย

บริษัทเพอเฟค เนเจอรัล ฟู้ด พาวเดอร์ แอนด์ เฟเวอร

ดำเนินรายการโดย

หม่อมหลวงชาญโชติ ชมพูนุท และ นายแพทย์ สุรพงศ์ อำพันวงษ์

ทางสถานีโทรทัศน์โลกพระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ  (WBTV) วัดยานนาวา        สามารถรับชมทาง ทีวี ผ่านจานดาวเทียม ตามช่องต่างๆดังนี้

·      ทางกล่องดาวเทียมค่าย GMM ช่อง 175

·      ทางกล่องดาวเทียมค่าย PSI ช่อง 239

·      ทางกล่องดาวเทียมค่าย CTH  ช่อง 870

·      ทางกล่องดาวเทียมค่าย  Infosat ;Thaisat; Indeasat ; Leotech ช่อง 189


 

อานันท์มองชีวิต ครอบครัว และความสุขที่แท้จริง

พิมพ์ PDF

อานันท์มองชีวิต ครอบครัว และความสุขที่แท้จริง

 

ปีนี้ขึ้นปีที่ 87 คุณอานันท์มองย้อนกลับไป คิดว่ามีอะไรที่รู้สึกภูมิใจมากที่สุดในการทำงาน อะไรที่รู้สึกว่าดีใจที่ได้ทำ และอะไรที่รู้สึกว่าผิดพลาด ถ้าย้อนกลับไปได้อยากจะแก้ไข

สิ่งที่ผมพยายามก็คือว่า เมืองไทยเราน่าจะดีกว่านี้นะ มันดีกว่านี้ได้ มันเป็นเรื่องที่เสียดายที่เสียโอกาสไป แต่ก็ไม่เป็นไร แต่ก็อย่าให้มันเลวลงไปอีก แต่ผมว่านิสัยคนไทยดี มีความโอบอ้อมอารี ปัญหาที่ผมต้องถามเสมอเลยคือว่า เมืองไทยน่าอยู่เฉพาะคนในระดับผมใช่ไหม เราอาจจะพูดได้ว่าคนจนเมืองไทยยังดีว่าคนจนเมืองอื่นเพราะไม่มีพายุร้าย ไม่มีไต้ฝุ่น ไม่มีแผ่นดินไหว ไม่มีหิมะ ไม่มีนู่น ไม่มีนี่ แต่เราเคยไปถามคนจนไหม อันนี้น่าคิดนะ เรื่องความพอใจก็เหมือนกันนะ ความพอใจมันไม่เหมือนกัน ผมเป็นคนพอใจง่ายนะ เพราะผมเป็นคนไม่มีปัญหาไง ผมไม่คิดมาก คนชอบถามว่าท่านเป็นนายกฯ 2 ครั้ง เป็นโน่นเป็นนี่ อยากให้ประวัติศาสตร์จำท่านอย่างไร ผมบอกไม่ต้องจำผม ผมเป็นคนไม่ค่อยเดือนร้อนในเรื่องของใครชมหรือใครติ ไม่เป็นปัญหาในชีวิตผม แต่ถ้าเกิดภรรยาติผม นั่นอีกเรื่องหนึ่ง แต่คนอื่นไม่เกี่ยวข้อง

 

ตอนที่โดนกล่าวหาในหลายๆ เรื่อง สมุนทรราช คอมมิวนิสต์ คุณอานันท์รับมือกับเรื่องพวกนี้อย่างไร มีเครียดบ้างไหม

ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่จริง เป็นเรื่องที่ผมตอบได้ ผมไม่เครียด แต่ตอนนั้นที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์และถูกสอบสวน เผอิญภรรยาผมเจ็บหนัก ผมก็เลยมุ่งไปที่ดูแลภรรยาผม เรื่องอื่นเรื่องจิ๊บจ๊อย แต่คนเราถ้าเกิดไม่ผ่านวิกฤตชีวิตแบบนี้ มันจะไม่มีความแข็งแกร่ง ต่อมาในชีวิตหลังจากที่ผมผ่านสิ่งเหล่านี้แล้ว รวมทั้งเรื่องเจ็บไข้ของภรรยาผมแล้ว ผมรู้สึกว่ามันทำให้ผมมีความแข็งแกร่งขึ้นในทางด้านจิตใจ สองคือทำให้ผมใจกว้างขึ้น มีความอดทนมากขึ้น

 

วิกฤตทำให้ใจกว้างขึ้น

ก็มันผ่านไปแล้ว พอหลังจากผ่านเรื่องพวกนี้มันก็จิ๊บจ๊อยหมด เพราะตอนนั้นยังไม่รู้เลยว่าเขาจะเอาเข้าตะรางหรือเปล่า หรือจะมีคนกลั่นแกล้งอย่างไร เพราะฉะนั้นทำให้ใจกว้างขึ้น ทำให้พร้อมที่จะฟังเสียง ฟังความคิดเห็นคนอื่นมากขึ้น ผมว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ผมว่าผมโชคดีที่เกิดขึ้นกับผม จริงอยู่ในทางร้ายคือทำให้ผม ภรรยา ลูกหลาน และครอบครัวเป็นทุกข์ทรมานอยู่ 6 เดือน หรือ 1 ปี หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ในทางด้านดี ผมคิดว่ามันทำให้ผมเป็นคนดีขึ้น ผมก็ไม่รู้พูดอย่างนี้แล้วคนจะหมั่นไส้หรือคนจะเข้าใจหรือไม่ แต่มันทำให้ความใจร้อนของผมหายไปเยอะ

 

ได้ข่าวว่าแต่ก่อนใจร้อนมากใช่ไหมครับ

โห สมัยก่อนผมปังเลยถ้าเกิดนั่นขึ้นมา คือสมัยก่อนผมก็จะว่าทหารทั่วไปหมดอ่ะ ซึ่งมันก็ไม่ถูก ทหารดีๆ เขาก็มี ผมดันเป็นคนที่สนใจในเรื่องชีวิตของคน ไม่ใช่สนใจชีวิตของตัวเองอย่างเดียว แต่บางครั้งบางคราวก็นั่งมองดูชีวิตตัวเอง ถ้าเกิดถามผมว่าผมในปัจจุบันเป็นคนดีกว่าผมเมื่อตอนอายุ 30 ไหม คำตอบคือใช่

"ผมไม่มีแผนในชีวิต ไม่มีแผนล่วงหน้า มีปัญหาอะไรก็แก้ แต่ผมมียุทธศาสตร์"

 

แสดงว่าเห็นจุดบกพร่องหรือข้อเสียตอนวัย 30 เยอะมาก

ใช่ และพยายามปรับปรุง เพราะฉะนั้นผมถึงไม่สนใจว่าประวัติศาสตร์จะจำผมอย่างไร เพราะผมทำอะไรเสร็จ ผมก็ทำเสร็จเลย ไม่มานั่งคิดว่าจะอยู่ต่ออีกสัก 6 เดือนไหม อยากจะทำเรื่องนั้นไหม ไม่มี ผมเป็นคนทำงานไม่มีแผนนะ ผมไม่มีแผนในชีวิต ผมเป็นอย่างที่ภาษาฝรั่งเรียกว่า advocacy ไม่มีแผนล่วงหน้า มีปัญหาอะไรก็แก้ ผมมียุทธศาสตร์ แต่ผมไม่มีแผน คือไม่ได้บอกว่าจะต้องทำอันนั้นอันนี้ ตอนอายุ 35 จะต้องเป็นอย่างนั้น จะต้องเป็นอย่างนี้ ผมไม่คิด ใครชมผม ผมก็ขอบคุณ ใครติผม ผมก็รับฟัง มันมีอย่างเดียวคือ ถ้าเกิดคนที่ติเป็นคนที่ผมเชื่อใจ ไว้ใจ และนับถือ ผมจะเอามาครุ่นคิดและก็ต้องคุยกับเขาให้ได้ แต่คนทั่วไปที่ด่าผมส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือใครก็แล้วแต่ เป็นเรื่องไร้สาระ ผมไม่เอามาให้รกหัวสมองผม

 

ทุกข์นี่มันเกิดขึ้นจากตัวเองนะ อย่าไปคิดว่าคนอื่นทำให้ทุกข์ ไม่ คนอื่นเอาปัญหามาให้คุณ ถ้าเกิดคุณเอาปัญหามาเป็นทุกข์ คุณเนี่ยแหละเป็นทุกข์ ถ้าเกิดคุณไม่เอามาเป็นปัญหาของคุณ มันก็ไม่มีทุกข์ คำพังเพยเดิมนะ ‘สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ’ ทุกอย่างมาจากตัวเองทั้งนั้น แต่ถ้าเกิดคุณมีความเชื่อถือ มันทำให้แก้ปัญหาหลายอย่าง เพราะไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น เช็กกับตัวเองก่อน

 

เพราะทุกอย่างมาจากตัวเองทั้งนั้น คุณจะมีทุกข์จะมีสุข เพราะฉะนั้นอย่าไปร่าเริงกับวาสนาอำนาจ ไม่มี

 

ไม่เคยอยากกลับไปแสวงหาอำนาจเกียรติยศเลย หรือผมสังเกตเวลาคุณอานันท์รับตำแหน่งหน้าที่อะไร จบก็จบ ไม่ว่าจะเป็นบอร์ดอยู่ที่บริษัทไหนก็พยายามละทิ้ง ทำไมถึงไม่อยากจะรักษามันไว้ เก็บมันไว้ ทำไมถึงพร้อมที่จะสละ

คนเราไปหมกมุ่นเรื่องตัวกูของกูมากไม่ดี แต่มันเป็นนิสัยที่อยู่ในดีเอ็นเอ หรืออยู่ในไหนไม่รู้ อันนั้นนี้เสร็จ ผมก็เสร็จ ไม่เคยมีความเสียดาย แล้วผมก็คิดว่าเมื่อเราพ้นหน้าที่แล้ว มีคนอื่นมารับแทน เราจะไปยุ่งเขาทำไม เราไม่ควรอยู่ในลักษณะที่เราอยากจะสร้างตัวเองให้เป็นปูชนียบุคคล

 

ที่เขาวิจารณ์ว่าคุณอานันท์อยากกลับมาเป็นนายกฯ ยืนยันว่าไม่จริง

ไม่มี ก็ผมออกมาจากนายกฯ แล้วผมก็มาใช้ชีวิตของผมส่วนตัว ก็ขับรถเอง ไปเดินถนนคนเดียวผมก็ไปเดิน ไม่เห็นเป็นของแปลกเลย

 

ไม่ต้องมีบอดี้การ์ด

ไม่มี แล้วคนก็สงสัย มาคนเดียวเหรอครับ ก็จะให้ผมมากับใครล่ะ ไม่รู้นะ ผมก็ไม่อยากบอกว่าผมประหลาดนะ แต่ผมเป็นคนที่มีวิธีคิดอะไรบางอย่างที่แปลกๆ

 

ความสุขทุกวันนี้ ในวัยนี้ คืออะไรครับ

เหลน (ตอบทันที)

 

เลี้ยงเองเลยไหมครับ

ไม่สิ (หัวเราะ) ถ้าเกิดเลี้ยงเองคงไม่สนุกเท่าไร คุณมีลูก คุณทั้งรักทั้งดีทุกอย่าง แต่คุณมีภาระมาก พอคุณมีหลานก็ดีขึ้น เพราะหลานก็ลูกคุณดู แต่พอคุณมีเหลน คุณสบายเลย ถ้าร้องเมื่อไรคนอื่นก็เอาไปละ เราดูแลเฉพาะตอนนั้นๆ

 

อันหนึ่งที่สำคัญที่คนไม่รู้ คือผมกำลังมีโครงการอะไรบางอย่างที่คนเข้ามาขอให้ผมช่วยเหลือ คนเราเนี่ยบางทีทำไรบางอย่าง ภาษาไทยผมไม่แน่ใจ ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Take it for Granted (เห็นเป็นของตายหรือประเมินคุณค่าของสิ่งนั้นน้อยเกินไป) เรานี่ Take it for Granted มากนะว่าเรามีแม่ ถามว่าเรารักแม่ไหม เรารัก แม่มีบุญคุณกับเราไหม มี เราต้องมีความกตัญญูกตเวทีกับท่าน แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่ค่อยเข้าใจ ไม่ค่อยรู้ นอกจากคุณเป็นผู้หญิงด้วยกัน ภาระของแม่ที่เลี้ยงดูเรามันหนักมากกว่าที่เราคิดทั้งนั้น ผมเกิดไปสนใจเรื่องพวกนี้ เพราะว่ามันเป็นเรื่องของชีวิต เพราะฉะนั้นต่อไปก็อาจจะมีวิธีการอะไรบางอย่างที่จะปลูกฝังคนไทยให้ไม่ใช่แต่รักหรือสนใจหรือดูแลแม่เท่านั้น แต่อยากให้มองถึงภาระของแม่ เนี่ยเป็นสิ่งที่เราลืมหรือมองข้ามไป

 

"ลูกสาวผมไปคุยกับแม่เขา เขาใกล้ชิดกับแม่ ดูแลแม่อย่างดี เขาถาม “แม่ๆ แม่อยู่กับพ่อมา 62 ปี พ่อเป็นปลัด เป็นทูต เป็นนายกฯ เป็นประธานสภาต่างๆ ชีวิตของแม่ตอนไหนที่แม่มีความสุขที่สุด” ภรรยาผมไม่ได้คิดเลยนะ ตอบทันที “เดี๋ยวนี้”


คุณอานันท์เคยบอกว่าความภูมิใจสูงสุดของชีวิตไม่ใช่เรื่องตำแหน่งหน้าที่การงาน แต่คือครอบครัว

แน่นอนครับ

 

ทุกวันนี้ก็ให้เวลากับครอบครัวเยอะใช่ไหมครับ

ให้เยอะ ภรรยาผมป่วย เจาะคอให้เสมหะออก เจาะท้องให้ทานข้าวให้ทานอาหาร ทำให้เชื้อไม่เข้า ตอนนี้เขาสบายมาก จริงอยู่อาจจะพูดไม่ได้ แต่เขาก็ไม่รู้สึกที่จะอึดอัดอะไรนะ เพราะว่าพยาบาลก็อ่านภาษาปากได้คล่อง เมื่อ 2 ปีที่แล้วครบรอบแต่งงาน 62 ปี ลูกสาวผมก็ไปคุยกับแม่เขา ลูกสาวผมก็ใกล้ชิดกับแม่ ดูแลแม่อย่างดี เขาถาม “แม่ๆ แม่อยู่กับพ่อมา 62 ปีเนี่ยนะ พ่อเป็นปลัด เป็นทูต เป็นนายกฯ เป็นประธานสภาต่างๆ ชีวิตของแม่ตอนไหนที่แม่มีความสุขที่สุด” ภรรยาผมไม่ได้คิดเลยนะ ตอบทันที “เดี๋ยวนี้” นี่แสดงว่ามีสติที่สุด มีสติมากกว่าคนธรรมดา ตอบทันทีเลย

 

แล้วถ้าถามคุณอานันท์ จะตอบเหมือนกันไหมครับ

ผมสนุก ผมสุขตลอด ผมเป็นคนไม่ค่อยมีทุกข์ อันนี้เป็นความจริงไม่ใช่จริตนะ อย่างตำแหน่งนายกฯ ผมสนุกกับการทำงานนะ แต่ผมอาจจะไม่สนุกกับการเป็นนายกฯ ในหลายสิ่งหลายอย่าง ผมไม่สนุกกับการเรียน ผมเรียนใช้ได้ แต่ไม่ได้เรียนดี แต่ผมไม่สนุก ไม่ชอบ แต่คนไม่ต้องมาห่วงว่าชีวิตผมจะว่างเปล่า ผมมีงานของผมทำอยู่เรื่อย ไม่เรื่องนั้นก็เรื่องนี้

 

แล้วผมก็ไม่ค่อยสนใจว่าคนจะคิดกับผมว่าอย่างไร แต่ผมไม่ไปยุ่งกับคนอื่นนะ รู้อย่างเดียวเรื่องที่ผมไม่สนใจคือเรื่องการเมือง ผมไม่สนใจ และอันนี้ไม่ใช่ดัดจริตด้วย ไม่ชอบ

 

"ไม่โกรธ ไม่เกลียด ไม่อิจฉาริษยา ไม่อาฆาตพยาบาท ไม่ทะเยอทะยาน และอย่าหลงตัวเอง นั่นแหละคือความสุขที่แท้จริง"

 

อยากให้เหลนหรือหลานเติบโตมาเป็นคนแบบไหนในประเทศไทยครับ

ผมไม่ค่อยคิดถึงประเทศ ผมคิดว่าถ้าเขาเป็นคนดีผมก็พอใจแล้ว แต่คนก็ถามว่าคนดีหมายความว่าอย่างไร ผมก็คิดว่าทำไมต้องมานั่งคิดว่านิยามคนดีเป็นอย่างไร ผมก็ไม่เข้าใจหลายๆ คน คนนี้อาจจะเป็นคนดีในสายตาคุณ แต่อาจจะเป็นคนไม่ดีในสายตาอีกคน ผมว่าคนดีก็ต้องมองเห็น คนดีคือคนซื่อสัตย์สุจริต คนไม่โกหกพกลม คุณลักษณะเหล่านี้มันเป็นของธรรมดา ไม่น่าจะตอบยาก ผมไม่ได้บอกคนดีจะต้องได้ PHD หรือจะต้องเป็นนายกฯ หรือจะต้องเป็นเศรษฐีไหม ไม่ใช่ นิสัยประจำตัวเขาดีหรือเปล่า เขาเป็นเสือผู้หญิงหรือเปล่า ของอย่างนี้มันของธรรมดา แต่ไม่ใช่ว่าเราจะต้องคบคนดี 100% นะ คบคนที่ดี 70-80% ผมก็พอแล้ว แต่อย่าเลวในที่เลวจริงๆ นะ

 

"ไม่โกรธ ไม่เกลียด ไม่อิจฉาริษยา ไม่อาฆาตพยาบาท ไม่ทะเยอทะยาน นั่นแหละคือความสุขที่แท้จริง"

 

และอย่าหลงตัวเอง

"มีคนถามผมว่า อยากให้ประวัติศาสตร์จำผมอย่างไร ผมตอบว่าอยากให้ประวัติศาสตร์ลืมผม

 "


Credits

 

The Host นครินทร์ วนกิจไพบลูย์
The Guest อานันท์ ปันยารชุน

Show Creator นครินทร์ วนกิจไพบูลย์
Show Producers เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์, ปวริศา ตั้งตุลานนท์
Episode Editor เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์

Sound Designer & Engineer กฤตพล จียะเกียรติ

Marketing & Coordinator อภิสิทธิ์​ หรรษาภิรมย์โชค

Art Director อนงค์นาฏ วิวัฒนานนท์

Photographer พีรพัฒน์ วิมลรังครัตน์
Proofreader พรนภัส ชำนาญค้า

Webmaster รพีพรรณ เกตุสมพงษ์


 

อานันท์มองเศรษฐกิจ คอร์รัปชัน และการเจรจาต่อรอง

พิมพ์ PDF

อานันท์มองเศรษฐกิจ คอร์รัปชัน และการเจรจาต่อรอง

 

ในช่วงที่คุณอานันท์เป็นนายกรัฐมนตรี ปี 2534 ที่ถูกแต่งตั้งจากทหารหลังการปฏิวัติของ รสช. พล.อ. สุจินดา ในฐานะรุ่นน้องที่เป็นคนชักชวน ตอนนั้นมีการแบ่งรับแบ่งสู้ เจรจาต่อรองเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้กับบิ๊กเต้ (พล.อ.อ. เกษตร โรจนนิล) แต่คุณอานันท์ยืนกรานว่าจะต้องเป็นพลเรือน ทำไมคุณอานันท์ถึงกล้าพูดอย่างตรงไปตรงมา และใช้วิธีเจรจาอย่างไรถึงสำเร็จ

ผมบอกว่าคมนาคมมันไม่ใช่เรื่องของความมั่นคงของประเทศนะ ถ้าเกิดผมเข้ามาแบบนี้ และให้ความอิสระกับผม ผมก็ต้องตอบตรงไปตรงมาว่า ถ้าเกิดเอาทหารมาเป็นผมรับไม่ได้ แต่ถ้าเกิดผมเอาพลเรือนมาเป็น ผมก็พร้อมให้คุณมีรัฐมนตรีช่วยฯ เป็นทหารได้ เพราะไม่อย่างนั้นผมจะหมดความน่าเชื่อถือ ให้ทหารได้กลาโหมและมหาดไทยพออธิบายประชาชนได้ แต่ถ้าให้ทหารมาเป็น รมว. คมนาคม ผมอธิบายประชาชนไม่ได้ คุณสุจินดาเขาก็มีความสำคัญใน รสช. มาก และเขาก็ไปสัญญากับเพื่อนเขาว่าเขาจะให้ตำแหน่งนี้ แล้วอยู่ดีๆ ให้เขาไปกลับคำ ผมก็บอกคุณสุจินดาว่า ผมขอคุยกับเต้โดยตรง ผมก็เชิญ พล.อ.อ. เกษตร มา ท่านก็น่ารัก ผมอธิบายเหตุผล เขาก็เข้าใจว่าผมไม่ได้ทำเพื่อตัวผมเอง ผมก็บอกเขาว่าถ้าไม่อย่างนั้นผมอธิบายประชาชนไม่ได้ เขาก็ยอมทันที เราอย่าไปคิดว่าทหารเขาไม่รู้เรื่อง ใจเย็น อดทน พูดกันได้ คนเราพูดกันได้ ผัวเมียไม่ทะเลาะกันมีไหม ไม่มี พี่น้องไม่ทะเลาะกันมีไหม ไม่มี อย่าถือเป็นเรื่องใหญ่ แต่ความจริงใจสำคัญที่สุด ถ้าเกิดคุณไม่สร้างความจริงใจซึ่งกันและกัน มันทำไม่ได้

 

สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าทุกคนต้องทำคือ ต้องคอยเตือนสติตัวเองว่าฉันไม่ได้เก่งนะ ฉันไม่ได้เป็นคนวิเศษนะ ฉันไม่ได้เป็นคนดีนะ ถ้าเกิดคุณจำอยู่ในจิตใจคุณแล้ว มันช่วยเยอะ มันทำให้เรามีความอ่อนน้อมกับคน มีความใจกว้างกับคน มีความอะลุ่มอล่วยกับคน และพร้อมที่จะฟังเสียงคนอื่นที่แตกต่างกับเรา อันนี้สมัยนั้นผมก็ต้องเรียนรู้ เพราะฉะนั้นผมเข้ามา ผมก็เข้าไปหาประชาชนเลย เพราะถ้าเกิดผมไม่สร้างฐานอำนาจประชาชนผมก็อยู่ไม่ได้ เพราะคนแต่งตั้งผมคือ พล.อ. สุนทร เพราะฉะนั้น พล.อ. สุนทร หรือคณะ รสช. ปลดผมเมื่อไรก็ได้เลย แต่หลังจาก 6 เดือนแล้วเขาไม่กล้าปลด เพราะผมเข้าถึงประชาชนแล้ว ตอนนั้นผมโชคดีที่มีคนอย่าง พล.อ. สุจินดา คราประยูร ซึ่งเป็นทหาร จปร. แต่เขาเคยอยู่โรงเรียนเตรียมอุดมฯ และเขามีเพื่อนฝูงพลเรือนค่อนข้างจะมาก เพราะฉะนั้นวิธีคิดบางอย่างของเขาไม่เป็นทหาร 100% แต่สมัยนี้ผมก็ไม่รู้นะว่าใครเป็นใคร ไม่รู้จักท่านทั้งหลาย แต่สมัยนั้น พล.อ. สุจินดา ก็รู้ว่าผมไม่ค่อยชอบทหาร และผมก็บอกเขา แต่ผมบอกผมไม่ชอบทหารที่โกงนะ แต่เรามีอะไรต้องพูดคุยกัน เพราะฉะนั้นผมทำงานกับเขาผมไม่มีปัญหาเลย ก็อาจจะมีบางคนที่ไม่ชอบผม หรืออยากให้ผมออกไปนะ แต่ส่วนใหญ่ก็รับผมได้ เพราะผมบอกเขาเลยว่าผมจะไม่แทงข้างหลังเขา ระหว่างที่ผมเป็นนายกฯ ผมไม่เคยติ ไม่เคยว่าทหารในที่สาธารณชนเลยนะ ผมไม่พอใจหรืออะไรก็มานั่งคุยกัน เพราะคนเราถ้าไปพูดในที่สาธารณชนแล้วมันจะไปบาดหมางน้ำใจบางอย่างโดยไม่เข้าเรื่อง พูดกันตรงๆ คือเราอย่าโอหัง และเราก็ต้องรู้ว่าทหารที่ดีก็มีเยอะ ที่ไม่ดีก็มี พลเรือนที่ไม่ดีก็มีเยอะเหมือนกัน ทั้งภาคธุรกิจก็เหมือนกัน มันเป็นของธรรมดา อย่าไปว่าโขลง

 

ตอนคุณอานันท์เป็นนายกฯ มีคนยื่นข้อเสนออะไรเยอะไหม

ไม่มีใครกล้า เพราะเขารู้จักผมทั้งนั้น คนที่ผมเลือกมาก็ไม่มี ไม่รับ จริงๆ มาหาผมโดยตรงก็เสร็จเลย ถูกตะเพิดแน่ ดีไม่ดีผมเอาเข้าตะรางด้วยซ้ำ เลยไม่มีใครกล้าเลย ผมไปอยู่ที่สหยูเนี่ยน ศุลกากรก็ไม่กล้า

 

ยืนยันว่าไม่เคยมีการคอร์รัปชัน

ระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมารายได้เป็นอย่างไร ปัจจุบันมีเท่าไร เปิดเผยได้เลย ผมบอกได้ว่าทุกบาทของผมมาจากไหน ผมเป็น Salaryman มาอยู่นี่ก็เป็น Employee มันก็มีเงินเดือน มีโบนัส มีค่าเช่าบ้าน ง่ายจะตาย แจกแจงได้หมด เพราะฉะนั้นผมถึงไม่กลัวใคร มันเกี่ยวกับสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่อบรมผมมา มันอยู่ในดีเอ็นเอไง ไม่คิดที่จะทำผิด

 

คอร์รัปชันมันมีทั้งผู้ให้และผู้รับนะ ถ้าผู้ให้ให้มาแล้วผู้รับเฉย ไม่รับ แต่เฉย ผู้รับก็ผิดด้วย ผู้รับต้องทำอะไรบางอย่าง ต้องรายงาน

 

ผมยืนยันเฉพาะว่าใน ครม. ของผม ถ้าเกิดนายกฯ และ ครม. เป็นตัวอย่างที่ดี มันก็คงทำให้ข้าราชการและนักธุรกิจมีความเกรงกลัวที่จะทำผิด เมื่อกี้คุณถามผมว่าสมัยผมเป็นนายกฯ มีใครมาหาผมเพื่อจะนั่นนี่ ผมบอกไม่มี แล้วคุณก็แปลกใจ แต่ไม่มี ส่วนหนึ่งผมคิดว่าเขาคงไม่กล้า เพราะถ้าเกิดเขามาพูดอะไรกับผมโดยตรง ไม่ใช่ว่าผมจะปฏิเสธอย่างเดียวนะ ผมอาจจะเอาเขาติดคุกได้

 

แสดงว่าปัญหาคอร์รัปชัน จริงๆ ผู้นำต้องทำให้เป็นตัวอย่าง

ผมว่ามีส่วนสำคัญมากทีเดียว

 

"ผมกล้ายืนยันว่าไม่มีการคอร์รัปชันใน ครม. ของผม ส่วนหนึ่งผมคิดว่าเขาคงไม่กล้า เพราะถ้าเกิดเขามาพูดอะไรกับผมโดยตรง ไม่ใช่ว่าผมจะปฏิเสธอย่างเดียวนะ ผมอาจจะเอาเขาติดคุกได้ ฉะนั้นผมถึงไม่กลัวใคร ผมเปิดเผยได้ทุกอย่าง"


ธีคิดเรื่องความสามารถทางการแข่งขันเชิงเศรษฐกิจของคุณอานันท์เป็นอย่างไร

เศรษฐกิจผมว่ารัฐบาลมีส่วนน้อยที่สุดเท่าไรยิ่งดี ปล่อยให้ภาคเอกชนเขาทำไป ภาครัฐช่วยส่งเสริมเท่านั้น แต่ภาคเอกชนก็ไม่ใช่บริสุทธิ์ผุดผ่องถึงขั้นนั้น แต่ผมก็คิดว่าคนรุ่นหลังของภาคเอกชนเขาดีขึ้น คนรุ่นหนุ่มก็ดีขึ้น

 

เรื่องการแข่งขันเป็นปัญหาใหญ่ ทุกรัฐบาลไม่ค่อยเข้าใจเรื่องการแข่งขัน เมืองไทยที่น่ากลัวที่สุดคือทุกอย่างมันถูกผูกขาดหมด ผูกขาดทั้งอำนาจทางการเมือง ผูกขาดทั้งอำนาจทางเศรษฐกิจ ผูกขาดทั้งทุกอย่าง เพราะฉะนั้นปัญหาผูกขาดเป็นเรื่องใหญ่ ต้องแก้ไขให้ได้

 

ตอนนี้เวียดนามพัฒนาไปไกลมาก มีโอกาสแซงไทย คุณอานันท์มองว่าเราน่าเป็นห่วงไหมครับ

ประเทศเพื่อนบ้านเขาเก่งกว่าเรา เขาร่ำรวยกว่าเรา ไม่ได้เสียหายอะไรนะ เราอย่าไปโทษคนอื่นเขาสิ เขาแค่ขยันกว่าเรา อะไรที่เราทำตามได้เราก็ทำตาม อะไรที่เราแข่งขันกับเขาได้ก็แข่งขัน ต้องยอมรับความบกพร่องของตัวเอง ไปแก้ไขปัญหาของตัวเอง เพราะคุณไปแก้ทางนู้นไม่ได้ เขาเก่ง คุณจะไปทำอะไรให้เขาไม่เก่ง มันเป็นไปไม่ได้ อันนี้มันเป็นเรื่องของการคิด เป็นเรื่องของตรรกะ มันควรจะยิ่งเห็นเขาเก่งมาก เห็นเขาจะนำหน้าเรา ยิ่งควรจะเป็นแรงบันดาลใจให้เราปรับตัวเองให้เร็วขึ้น เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดนะ

 

"เศรษฐกิจผมว่ารัฐบาลมีส่วนน้อยที่สุดเท่าไรยิ่งดี ปล่อยให้ภาคเอกชนเขาทำไป ภาครัฐช่วยส่งเสริมเท่านั้น แต่ภาคเอกชนก็ไม่ใช่บริสุทธิ์ผุดผ่องถึงขั้นนั้น แต่ผมก็คิดว่าคนรุ่นหลังของภาคเอกชนเขาดีขึ้น คนรุ่นหนุ่มก็ดีขึ้น"


(โปรดติดตามตอนต่อไป)

 


หน้า 3 จาก 408
Home

About Us

ศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) เป็นองค์กรที่พัฒนาและจัดทำโครงการเพื่อทำประโยชน์ให้สังคม เป็นองค์กรสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐ ช่วยแก้ปัญหาผู้ประกอบการภาคธุรกิจบริการที่ขาดแคลนบุคลากรที่มีมาตรฐานในการให้บริการ
อ่านเพิ่มเติม

มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์

 iHDC Profile
บัญชีรายชื่อกรรมการ
ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน การเปลี่ยนแปลงกรรมการของมูลนิธิ
เอกสารประชาสัมพันธ์ โครงการ HMTC.pdf
เอกสารแนะนำโครงการ HMTC 1.pdf
เอกสารโครงการ HMTC 2 คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ.pdf
iHDC นิติบุคคล.pdf
iHDC บุคคล.pdf
iHDC บุคคลเครือข่าย.pdf
รายงานการประชุม 6 มีนาคม 2560.pdf
ข้อบังคับมูลนิธิ
ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ
Ihdc-Profile and Roadmap 2016-2019 Mar 23 2560.pdf
รายงานการประชุมใหญ่คณะกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ 2559.pdf
คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ สาขาวิชาชีพ.pdf
รายงานการประชุมใหญ่วันที่ 18 ธ ค 2558 v 3.pdf
รายงานการประชุม วันที่ 24 ธันวาคม 2557 updated 4 มีนาคม 2558.pdf
iHDC-invitation Letter.doc
iHDC-Member Form Thai.doc
iHDC-Member Form English.doc
รายงานการประชุมกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ วันที่ 15 มกราคม 2556 ฉบับสมบูรณ์

Login


แบบสำรวจ

สถิติเว็บไซด์

สมาชิก : 1640
Content : 2243
เว็บลิงก์ : 24
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 4511565

facebook

Twitter


ล่าสุด

บทความเก่า