ชัยชนะโดยไม่ต้องรบ
ว่าจะไม่เขียนเรื่องเกี่ยวกับทหาร
แต่ด้วยอาชีพตลอดจนยศฐาบรรดาศักดิ์ที่ได้มาถึงพลเอก
อันเป็นยศสูงสุดทางทหารด้วยแล้ว จึงจำเป็นที่จะเขียนเรื่องเกี่ยวกับทหารบ้าง ถือว่า
เป็นเรื่องจำเป็นจริงๆถึงต้องเขียน
ผมผ่านชีวิตการเป็นทหาร
ตั้งแต่เป็นนักเรียนนายร้อยปี 2507 มาถึงวันนี้ เวลาล่วงเข้าปีที่ 56
แล้ว ถ้าเป็นอายุคนก็เป็นอายุของชายวัยชราแล้ว
ระหว่างเป็นทหารได้เติมพลังความรู้ด้านการรบทัพจับศึกมาแทบทุกขั้นตอน
จะมีเพียง 5-6
ปี ระหว่างที่ไปเรียนต่างประเทศเท่านั้นที่เหินห่างชีวิตทหารไปบ้าง
พอกลับจากเมืองนอกก็ต้องเข้าโรงเรียนทหารราบ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก
วิทยาลัยการทัพบก และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ตามชั้นยศไม่ได้ละเว้น
หน้าที่การงานก็วุ่นอยู่กับการเตรียมกำลังพลให้ไปสู่สนามรบ
เกือบตลอดระยะเวลาที่รับราชการ ต้องเว้นวรรคบ้างก็ตอนที่เป็นนายทหารชั้นร้อยตรีร้อยโท
ได้เป็นผู้ปฏิบัติการรบในสนามรบด้วยตนเอง
ความรู้ความเข้าใจเรื่องการรบทัพจับศึก
ก็คงไม่แตกต่างกับเพื่อนๆนายทหารมากนัก แต่พอมาถึงวันนี้ อายุเกิน 75 ปีไปแล้ว จึงถามตัวเองว่า อะไรคือปัจจัยหลักที่จะให้ได้ชัยชนะในการรบ
รถถัง หรือเครื่องบิน หรือเรือรบ หรือปืนผาหน้าไม้ หรือคำตอบคือใช่แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลัก
เป็นปัจจัยเสริมกำลังรบเท่านั้น ถ้าไม่มีได้ไหม คำตอบคือไม่ได้ต้องมี
แต่จะมีมากน้อยเท่าใดนั้นอีกประเด็นหนึ่ง
เมื่อมีเวลาว่างมากหลังจากเกษียณอายุราชการแล้ว
ความคิดเรื่องนี้ได้นำมาเป็นส่วนหนึ่งของวาระการดำรงชีวิตด้วย ตั้งแต่เช้าถึงเย็นได้ทุ่มเทค้นคว้าศึกษาหาคำตอบให้กับข้อสงสัยของตนเอง
โดยไม่ได้รับสินจ้างรางวัลอะไรเลย
ค้นคว้าไปในทะเลแห่งความรู้
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เช่น Google
Youtube Safari และอื่นๆ ตำรับตำราของบรรดานักปราชญ์การทหารทั้งในอดีตและมากมายทุกมุมโลก
มาถึงบางอ้อ แล้วนึกตำหนิตัวเองว่าเรานี่ช่างโง่เขาเบาปัญญา หลงทางมาไกลแสนไกล
ตั้งแต่ปีพศ 2543 ระยะเวลาจากบางอ้อถึงวันนี้ร่วม 20 ปีเต็ม จึงนึกได้ว่า ครั้งหนึ่ง ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ได้มีโอกาสทองของชีวิต
ได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับคณะนักบริหารและนักวิชาการจากองค์การสหประชาชาติและมหาวิทยาลัยเพื่อสันติภาพของโลก
เพื่อถวายปริญญาเอกดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ด้านกฎหมายระหว่างประเทศ
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 ธันวาคม 2543 เวลา
18.00 น.
หลังจากผู้ช่วยเลขาธิการองค์การสหประชาชาติได้ทูลเกล้าถวายปริญญาเอกกิตติมศักดิ์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว พระองค์ท่านได้ตรัสถามคณะผู้เข้าเฝ้าทุกคน
จนกระทั่งมาถึงผม ซึ่งแต่งเครื่องแบบทหารชุดขาวพร้อมสวมครุยปริญญาเอกด้วย พระองค์ท่านทรงแปลกพระทัย
แล้วรับสั่งว่า เป็นอย่างไรมาอย่างไรนายทหารไทยถึงได้มายืนอยู่ในแวดวงฝรั่งนักวิชาการวันนี้
จึงได้กราบบังคมทูลว่า
เนื่องด้วย
พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผู้บัญชาการทหารบก มีนโยบายที่จะให้นายทหารของกองทัพบกเป็นผู้มีความรู้ความสามารถรักษาสันติภาพร่วมกับองค์การสหประชาชาติ
ดังนั้น ข้าพระพุทธเจ้า ในฐานะผู้บัญชาการสถาบันวิชาการทหารบกชั้นสูง
อันประกอบไปด้วยวิทยาลัยการทัพบก โรงเรียนเสนาธิการทหารบก จึงได้เปิดหลักสูตรปริญญาโท
การแก้ปัญหาความขัดแย้งและการสร้างสันติภาพ กับมหาวิทยาลัยเพื่อสันติภาพของสหประชาชาติ
จึงได้มาร่วมกับมหาวิทยาลัยเพื่อสันติ ภาพ
ในพิธีทูลเกล้าถวายปริญญาเอกกิตติมศักดิ์ด้านกฎหมายระหว่างประเทศ
พระพุทธเจ้าข้าขอรับ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 9
ทรงมีพระราชดำรัสรับสั่งว่า
เป็นเรื่องที่ดีมาก
ขอให้ร่วมกันดำเนินการให้เป็นผลสำเร็จ
เพราะนอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อความสงบสุขของบ้านเมืองและภูมิภาคแล้ว ยังเป็นเกียรติภูมิของทหารด้วย
อีกประการหนึ่ง
การรักษาสันติภาพให้ถาวรนั้น คือ การทำให้คนมีกิน ถ้าคนมีกินแล้วคนจะไม่ฆ่ากัน
ขอให้โรงเรียนเสนาธิการทหารบกกำหนดหลักสูตรให้นายทหารเสนาธิการทหารบก ได้เรียนวิชาเศรษฐศาสตร์ให้มากขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้นายทหารได้มีความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง นำความรู้ไปเผยแพร่ให้ผู้เกี่ยวข้อง
ตลอดจนประชาชนได้นำไปปฏิบัติ ถือว่าเป็นการช่วยรักษาความมั่นคงของชาติด้วย
พระกระแสรับสั่งของล้นเกล้าล้นกระหม่อม
คือน้ำมันเติมตะเกียงชีวิตของผม
ทำให้ตะเกียงชีวิตของผมสว่างไสวตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้
เมื่อใดก็ตามที่มีใครมาพูดจากันในเรื่องเกี่ยวกับปัญหาความมั่นคง
ทำให้ผมระลึกถึงคืนวันนั้นขึ้นมาทุกที
อนึ่ง อดีตรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐอเมริกา
สมัยประธานาธิบดีเคนเนดี้ มิสเตอร์แมคนามารา (Mc Namara) ก็ได้มาร่วมกับคณะเข้าเฝ้าในคืนวันนั้นด้วย
ได้ให้ข้อคิดเห็นกับผมในเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคงยุคใหม่อย่างน่าสนใจยิ่ง
ท่านกล่าวว่า
ในสมัยปัจจุบัน
ความมั่นคงของชาติหมายถึงการพัฒนาให้ดีขึ้น( improvement) ความมั่นคง ไม่ได้มีความหมายถึงความมั่นคงด้วยการมีอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหาร
และการมีกำลังพลที่เข้มแข็ง หากแต่ความมั่นคงคือการที่พัฒนาให้ประชาชนมีสภาวะดีขึ้น
ถ้าไม่มีการพัฒนาให้เจริญก้าวหน้าขึ้น ก็หมายความว่าไม่มีความมั่นคงของชาตินั่นเอง
การพัฒนาประเทศให้ดีขึ้นไม่ใช่เรื่องยากหากได้รับการสนับสนุนจากประชาชนทุกสาขาอาชีพ
ดำเนินการพัฒนาประเทศในทุกมิติตลอดจนการสร้างความเข้าใจถูกต้องร่วมกัน การร่วมมือร่วมใจกันของทุกฝ่าย
ให้เกิดการพัฒนาอันเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งต่อความมั่นคงของชาติ
ซุนวู ปราชญ์แห่งพิชัยยุทธชาวจีน
เมื่อ 2000 กว่าปีมาแล้วกล่าวว่า ชัยชนะร้อยครั้งยังไม่สุดยอด
เท่ากับสงบข้าศึกโดยไม่ต้องรบ
การศึกสงครามเป็นเพียงปลายเหตุ
ต้นเหตุสภาวะคือความไม่สมดุลและความไม่พอเพียงในการดำเนินชีวิต
หากเราดับไฟที่ต้นลมหรือที่ต้นเหตุ เหตุก็จะยุติไม่ลุกลามกลายเป็นสงคราม
ต้นเหตุของมนุษย์คือความรักตัวกลัวตาย
เมื่อใดมีความรู้สึกว่าตัวเองไม่มั่นคง หากเราแก้ปัญหาให้เขารู้สึกว่าเขามีความสมบูรณ์มั่นคง
มีการพัฒนาให้มีชีวิตที่ดีขึ้น เมื่อนั้นความสงบก็เกิดขึ้นการแย่งชิง การรบราฆ่าฟัน
ก็ย่อมจะหมดไป เป็นชัยชนะที่ไม่ต้องรบอันเป็นสุดยอดของชัยชนะ
ความขัดแย้งในทุกกรณีจะประกอบด้วยบุคคลสองฝ่ายเสมอ
หน้าที่ของทหารจะต้องเป็น สะพานเชื่อมระหว่างสองฝ่ายให้เกิดความสมดุล
ช่วยพัฒนาฝ่ายที่ด้อยกว่าให้ได้ดุลกับอีกฝ่ายที่เหลือ
โดยไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ องศาแห่งความขัดแย้งจะลดลง
กลายเป็นความร่วมมือกันในที่สุด
ทำได้เช่นนี้เป็นการตัดไฟเสียแต่ต้นลมและเป็นชัยชนะโดยไม่ต้องรบ
ภายในประเทศ
เมื่อใดก็ตามมีความไม่สมดุลในการพัฒนาประเทศ
คือผลของการพัฒนามีการเหลื่อมล้ำต่ำสูงทำให้มีฝ่ายที่ยากจนข้นแค้น
กับฝ่ายที่มั่งมีศรีสุขในสัดส่วนที่ไม่เป็นธรรม
เมื่อนั้นไฟของความขัดแย้งจะเริ่มก่อเค้าขึ้น
และไฟนี้จะขยายตัวลุกลามกลายเป็นความขัดแย้งระดับสูงและเป็นสงครามในที่สุด
ทำอย่างไรจะทำให้ปัญหาความยากจนของคนในชาติลดลง
คำตอบคือ
มีการพัฒนาประเทศด้วยการใช้แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นกรอบแนวคิดในการพัฒนา
จริงอยู่ทหารไม่ใช่ผู้ปฏิบัติ
หากแต่เป็นผู้ให้การสนับสนุนช่วยเหลือชาวบ้านซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติ
การให้การสนับสนุนและช่วยเหลือชาวบ้านจะต้องกระทำบนพื้นฐานความต้องการของชาวบ้านที่แท้จริง
และอยู่ในขีดความสามารถที่ทหารจะกระทำได้
เมื่อเราทราบว่าขณะนี้ปัญหาการกระจายรายได้ระหว่างชนบทกับเมืองไม่เป็นธรรม
กล่าวคือ คนในชนบทมีรายได้น้อยกว่าคนในเมืองกว่า 10 เท่า
อันเป็นเงื่อนไขของความขัดแย้ง คนในชนบทจึงเดือดร้อน การลดช่องว่างให้แคบเข้าคือเป้าหมายที่จะต้องทำเพื่อให้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวชนบทได้บรรเทาเบาบางลง
เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า
คนส่วนใหญ่ของชาติคือเกษตรกรในชนบท
กองทัพจะต้องศึกษาหาหนทางปฏิบัติว่า
เราจะช่วยกันยกระดับรายได้ของเกษตรกรในชนบทให้พอลืมตาอ้าปากได้อย่างไร
จากการศึกษารูปแบบแนวทางที่กองทัพต่างชาติได้ปฏิบัติการสร้างชาติจนเห็นผลเป็นที่ประจักษ์มาแล้ว
อาทิ
กรณีของยังเติร์ก
(Young
Turk) แห่งประเทศตุรกีในอดีต ได้สร้างผลงานการช่วยเหลือแก่ประชาชน
ในเรื่องการอ่านออกเขียนได้และการเกษตร จนปัญหาการศึกษาของคนในชนบทได้หมดสิ้นไป
กรณีของประเทศในอเมริกาใต้
กองทัพเปรูได้ช่วยชาวชนบทในพื้นที่กันดารพัฒนาปรับปรุงซ่อมแซมถนนหนทาง แหล่งน้ำ ทำนบ
เหมืองฝาย ทำให้ชาวชนบทมีการคมนาคมสะดวกสบายขึ้นมีแหล่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกพืชผักผลไม้และการปศุสัตว์
กรณีของประเทศอิสราเอล
กองทัพอิสราเอลได้รักษาภารกิจอันเก่าแก่ของกองทัพที่บันทึกไว้ในคัมภีร์ไบเบิลที่ว่า
มือซ้ายถือพลั่วมือขวาถืออาวุธไว้อย่างแนบแน่น กล่าวคือ
ในปัจจุบันกองทัพอิสราเอลไม่ได้ละเลยสิ่งที่บรรพบุรุษได้กระทำกันมาในอดีต
นอกจากจะทำหน้าที่ป้องกันประเทศด้วยพลังอาวุธยุทโธปกรณ์แล้ว เขายังใช้พลังกำแพงมนุษย์
อันได้แก่หมู่บ้านตามแนวชายแดน อาทิ คิบบุทธ์ โมชาฟ ไฮเอซซุท เป็นต้น ประชาชนตามแนวชายแดนได้มีการจัดตั้งเป็นกลุ่มสหกรณ์ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
ให้คนในชนบทมีสภาวะความเป็นอยู่ที่ดีไม่เห็นความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองกับชนบท
สร้างจิตสำนึกของความรักชาติรักแผ่นดิน เกิดความหวงแหนในผืนแผ่นดินเกิดที่บรรพบุรุษได้มอบให้เป็นมรดกตกทอดกันมา
กรณีของประเทศจีนในยุคปฏิวัติประชาชน
กองทัพจีน (PLA) เป็นพี่เลี้ยงประชาชนในการพัฒนาหมู่บ้าน และการพัฒนาชุมชนหลากหลายมิติ
อาทิ การช่วยประชาชนชาวชนบทสร้างหน่วยผลิต สร้างทำนบเหมืองฝาย สร้างปุ๋ยหมัก
ช่วยเหลือการเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ จนกระทั่งคนจีนในชนบท ที่เคยอยู่ในสภาวะยากจน
ได้มีอยู่มีกินหลุดพ้นจากปัญหาความยากจนลงได้ แม้วันเวลาผ่านไปกว่า 50 ปี ชื่อเสียงของกองทัพ PLA ของจีน ยังจารึกปรากฏให้ลูกหลานได้เห็นตราบเท่าทุกวันนี้
นอกจากนี้มีอีกหลายต่อหลายประเทศที่กองทัพได้ผันตัวเองจากการเป็นผู้บริโภค
มาเป็นผู้สร้างชาติและสร้างสันติภาพของโลก
ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่กองทัพจะต้องก้มลงมองพี่น้องประชาชนผู้ยากไร้ในชนบทของเรา
ช่วยให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น เป็นกำแพงเป็นรั้วที่เข้มแข็งให้กับชาติร่วมกับกองทัพต่อสู้กับปัญหาเรื้อรังที่เป็นศัตรูของชาติร่วมกัน
คือ ปัญหาความยากจนให้บรรเทาเบาบางและหมดสิ้นไปในที่สุด
ก่อนอื่นกองทัพจะต้องพัฒนาคนหรือกำลังพลของกองทัพให้เป็นครูเป็นพี่เลี้ยงในการพัฒนากันเสียก่อน
ทหารกองประจำการที่เข้ามาช่วยชาติตามวาระปีละหลายแสนคน และกำลังพลของกองทัพจะต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในวิชาการสร้างชาติและมีเจตจำนงอย่างแน่วแน่
ที่จะทุ่มเทแรงกายและแรงใจทำงานเป็นครูเป็นผู้ช่วยเหลือผู้ยากไร้ในชนบท
การพัฒนากำลังพลในทุกระดับนอกเหนือจากที่เคยปฏิบัติมา
ให้กำลังพลเป็นครูที่ดีมีความรู้เรื่องการเพาะปลูก การก่อสร้าง
การปรับปรุงพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก การทำปุ๋ยหมัก การเพาะพันธุ์ขยายพันธุ์พืช
พันธุ์สัตว์ การพัฒนาแหล่งพลังงาน โดยเฉพาะการสร้างภาชนะเพื่อเก็บเกี่ยวน้ำฝนของเกษตรกร
(Rain
Water Hatvesting) เป็นต้น
เมื่อปัจจัยโครงสร้างพื้นฐานในการประกอบการมีครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว
อีกทั้งประชาชนในชนบทมีความรู้เรื่องการเกษตรการเพาะปลูกแล้ว ขั้นต่อไปคือขั้นการผลิต
โดยเฉพาะการสร้างหน่วยผลิตของครัวเรือนและหน่วยผลิตของชุมชน ให้เป็นครัวเรือนและชุมชนพออยู่พอกิน
เมื่อหน่วยผลิตสามารถผลิตสินค้าและบริการได้เกินพอ เป็นหมู่บ้านหรือชุมชนเกินพอ
จะต้องนำหลักการพระราชปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ว่าด้วยการพัฒนาระดับที่ 2 มาเป็นกรอบแนวคิดในการดำเนินการตามหลักการสหกรณ์ คือร่วมกันคิด ร่วมกันซื้อ
ร่วมกันขาย ไปเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกับชุมชนหรือหน่วยผลิตอื่นๆเป็นเครือข่าย
เคลื่อนไปข้างหน้าสู่ที่หมายด้วยกันดุจขบวนรถดีเซลราง
ระหว่างประเทศ
ในกรณีที่เกิดข้อพิพาทตามแนวชายแดน
อันเป็นกรณีสุ่มเสี่ยงต่อการขัดแย้งลุกลามจนกลายเป็นศึกสงครามนั้น
ก็ควรที่จะศึกษาพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เป็นแบบอย่างว่าพระองค์ทรงให้แนวทางแก้ปัญหาอย่างไร
จึงจะทำให้ได้ชัยชนะกันทุกฝ่าย (Win -Win Solution)
กรณีเนิน
491
เมื่อ 8 ธันวาคม 2535 กรณีศึกษาที่น่านำมาพิจารณาว่าเราหลุดพ้นจากปัญหาความขัดแย้งแนวชายแดนได้อย่างไร
ผมโชคดีที่ได้รับเกียรติจากผู้บังคับบัญชา
ให้เป็นหนึ่งในคณะ 3
คนที่เป็นตัวแทนประเทศไทย เดินทางไปเจรจาสงบศึกกรณีเนิน 491 เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2535 ณ กรุงย่างกุ้ง
กับฝ่ายกองทัพพม่า นำโดย นายพล หม่องเอ ท่านอูยุ่นส่วย (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม)
และคณะ
ด้วยพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่
9 ทำให้การเจรจาในครั้งนั้นประสบความสำเร็จเกินคาด สามารถสร้างความผาสุกระหว่างประเทศโดยไม่ทำให้ทั้งสองฝ่ายได้รับผลเสียหาย
หลังการประชุมร่วม
นายพลหม่องเอสรุปว่า เขาขอยืนยันว่าจะดำเนินการตามพระกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เมื่อ 4
ธันวาคม 2535 อันเป็นที่ชื่นชมของชาวโลก
เป็นตัวอย่างของการแก้ปัญหาของประเทศเพื่อนบ้าน
เราจะร่วมกันแก้ปัญหาสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นให้จงได้
บริเวณพื้นที่ที่เป็นกรณีพิพาท
จะต้องเป็นพื้นที่ที่ร่วมกันพัฒนาเพื่อผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย
นอกจากชายแดนด้านพม่าแล้ว
ชายแดนด้านมาเลเซียก็เช่นกัน เราแก้ปัญหาด้วยพระราชปรัชญาของพระองค์ท่าน
ร่วมกันพัฒนาแทนที่จะรบราฆ่าฟันกัน
องค์กรร่วมไทยมาเลเซีย
(JDA)
อันเป็นพื้นที่ทับซ้อนระหว่างประเทศ เป็นตัวอย่างที่ดีให้คนทั้งโลกได้เห็นว่า
เราโชคดีมีพระประมุขผู้สร้างสันติภาพอย่างถาวรให้เกิดขึ้น
กับประเทศเพื่อนบ้านมาจนเท่าทุกวันนี้
กล่าวโดยสรุป
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแทบทุกฉบับ
จะบันทึกภารกิจของทหารไว้ทั้ง 2 ภารกิจเสมอคือ ภารกิจในการรบกับการพัฒนาประเทศ
ภารกิจการพัฒนาประเทศคือภารกิจที่ได้ชัยชนะโดยไม่ต้องรบ อันเป็นภารกิจที่ประเสริฐกว่า
คือไม่มีใครเสียเลือดเสียเนื้อ แต่เมื่อจำเป็นที่จะต้องรบก็ต้องรบด้วยสติปัญญาของมนุษย์
ซีโนโฟน (Xenophon) นักรบชาวกรีกผู้นำทัพกรีกจำนวน 10000
คน เดินทัพจากกรุงบาบิโลนกลับเอเธนส์ ผ่านด่านกองทัพเปอร์เซียผู้เกรียงไกรซึ่งมีอาวุธยุทโธปกรณ์มากมายได้อย่างปลอดภัย
ได้สรุปไว้ในหนังสือ Anabasis ซึ่งเป็นหนังสือว่าด้วย
การบริหารเล่มแรกของโลก ว่าไม่มีอาวุธยุทโธปกรณ์อันล้ำเลิศใดจะเหนือกว่าสติปัญญาของมนุษย์
อาจจะเรียกได้ว่าปัจจัยชี้ขาดในการรบหรือชัยชนะอยู่ที่คน ไม่ใช่ของครับ
โปรดจงระลึกอยู่เสมอว่า
ชัยชนะบนซากปรักหักพัง หาทำประโยชน์อะไรได้ไม่
พลเอก จารุภัทร
เรืองสุวรรณ
15 ก.พ.63