มายาคติ
“ในปี พ.ศ. 2558 ผู้ประกอบการอาเซียนจะสามารถ
เข้ามาแข่งขันได้อย่างเสรีกับผู้ประกอบการไทย
ในทุกสาขาบริการ”
ข้อเท็จจริง
1. กรอบการเปิดเสรีภาคบริการภายใต้ AEC มิได้เป็น
ข้อผูกพันทางกฎหมายหากแต่เป็นเพียง“Roadmap”
เพื่อให้การเจรจาในการเปิดเสรีภาคบริการในอาเซียน
มีทิศทางและเป้าหมายที่ชัดเจนต่างจากการเจรจาใน
อดีต
2. การเปิดเสรีภายใต้ AEC Roadmap มิใช่การเปิดเสรีที่
สมบูรณ์แบบเหมือน EU
การเจรจาด้านการค้าบริการในอาเซียน
1.การเจรจาการค้าบริการในอาเซียนซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2539 ภายใต้กรอบความตกลงการค้าบริการของอาเซียน (ASEAN Framework Agreement on Services หรือ AFAS) ใช้รูปแบบ request/offer ซึ่งลอกเลียนมาจากการเจรจาเพื่อเปิดเสรีการค้าบริการในองค์การการค้าโลก (GATS)
2.เป็นการเปิดเสรีตามความพร้อมของรัฐสมาชิกเนื่องจากการเปิดเสรีภายใต้ AFAS ไม่คืบหน้าจึงได้มีการกำหนด“Roadmap”ในการเปิดเสรีภาคบริการในอาเซียนโดยมีการกำหนด“เป้าหมาย” และ“เงื่อนเวลา” ในการเปิดเสรีใน AEC Blueprint เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายในการเปิดเสรีตาม Roadmap ดังกล่าวประเทศสมาชิกจะต้องยื่นข้อผูกพันที่จะเปิดเสรีภาคบริการในการเจรจาใน AFAS 4 ครั้ง้ในปีค.ศ. 2009, 2011, 2015 และ 2016
เป้าหมายการเปิดเสรีภายใต้ AEC มีข้อจำกัด
1.กรอบการเปิดเสรีจำกัดเฉพาะ การเพิ่มสัดส่วนการถือหุุ้นของนักลงทุนอาเซียนในธุรกิจบริการไม่รวมกฎกติกาภายในประเทศที่อาจเป็นอุปสรรคกีดกันการแข่งขัน
2.กรอบแนวทางการเปิดเสรีให้ความยืดหยุ่นแก่ประเทศสมาชิกที่ไม่พร้อมที่จะดำเนินการตาม Roadmap ที่กำหนดไว้ใน AEC ทำให้การเปิดเสรีไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
ข้อสรุป
1.ชาติสมาชิกอาเซียนมิได้เดินตาม“Roadmap” ของ AEC ยกเว้นสิงคโปร์ซึ่งเป็นประเทศที่เปิดอยู่แล้ว
2.ข้อเสนอการเปิดเสรีของไทยล่าสุดสะท้อนให้เห็นนโยบายที่ไม่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ในการสร้างฐานการผลิตอาเซียนที่มีการค้าบริการที่เสรีระหว่างกัน
3.ความเป็นไปได้ที่อาเซียนจะเปิดเสรีภาคบริการได้ตาม Roadmap ในปีพ.ศ. 2558 จึงมีน้อยมาก
ข้อมูลเบื้องต้นได้จากการนำเสนอ ของ ดร.
เดือนเด่น นิคมบริรักษ์
และ ดร.วีรวัลย์ ไพบูลย์จิตต์อารี
ในงาน
สัมมนาวิชาการประจำปี 2555 ของ
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
26 พฤศจิกายน 2555 ณ ห้องบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ บี โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์
ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท
18 มิถุนายน 2556