กิจกรรมที่มนุษย์สร้างขึ้นใหม่ (cultural evolution) คือการอ่านเขียนตัวอักษรและสัญญลักษณ์ต่างๆ นั้น สมองมนุษย์ไม่ได้มีวิวัฒนาการเตรียมไว้ มนุษย์จึงต้องใช้สมองส่วนเก่า ที่ใช้เพื่อการอื่น เปลี่ยนมาใช้ในกิจกรรมการอ่าน จึงกล่าวได้ว่า กิจกรรมการเรียนรู้ด้านการอ่าน เป็นกระบวนการ รีไซเคิลสมองส่วนหนึ่ง เอามาใช้เพื่อการนี้

เรียนอ่านโดยการรีไซเคิลสมอง

บทความเรื่อง The Brain and the Written World ได้จากการสัมภาษณ์ Stanislas Dehaene โดย Gareth Cook    ตีพิมพ์ในนิตยสาร Scientific American ในปี ค.ศ. 2010    และพิมพ์ซ้ำในหนังสือ The Science of Education ในปี 2012  ช่วยให้เราเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติของสมอง กับสิ่งประดิษฐ์ทางวัฒนธรรมที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ คือตัวอักษร

Stanislas Dehaene เป็นนักวิทยาศาสตร์ดำเนินการทดลองด้านจิตวิทยาการเรียนรู้ (Experimental Cognitive Psychology) ในฝรั่งเศส ที่มีชื่อเสียงมาก    เขาเขียนหนังสือ The Number Sense : How the Mind Creates Mathematics (1999) และ Reading in the Brain : The Science and Evolution of Human Invention(2009)

เขาอธิบายว่า กิจกรรมที่มนุษย์สร้างขึ้นใหม่ (cultural evolution) คือการอ่านเขียนตัวอักษรและสัญญลักษณ์ต่างๆ นั้น   สมองมนุษย์ไม่ได้มีวิวัฒนาการเตรียมไว้    มนุษย์จึงต้องใช้สมองส่วนเก่า ที่ใช้เพื่อการอื่น   เปลี่ยนมาใช้ในกิจกรรมการอ่าน   จึงกล่าวได้ว่า กิจกรรมการเรียนรู้ด้านการอ่าน เป็นกระบวนการ รีไซเคิลสมองส่วนหนึ่ง เอามาใช้เพื่อการนี้

สมองส่วนนี้เขาตั้งชื่อว่า “กล่องอักษร”  (letterbox)   หรือเรียกว่า พื้นที่รับรู้ภาพรูปร่างคำ (visual word – from area)    อยู่ที่สมองซีกซ้ายด้านล่าง    เขาค้นพบสมองส่วนนี้โดยการทดลอง ให้คนอ่านหนังสือ และตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง    แล้วพบว่าสมองส่วนนี้ “สว่าง” ทุกคนและทุกคราวไป

สมองส่วนนี้ใช้รับรู้ภาพ แต่ไม่รู้ว่าเดิมใช้ทำอะไร    แต่เมื่อมนุษย์คิดประดิษฐ์ตัวอักษรขึ้นมา     สมองส่วนนี้ก็ถูกฝึกให้เข้าทำหน้าที่   นั่นคือในเด็กที่กำลังหัดอ่าน สมองส่วนนี้กำลังถูกฝึกให้ทำหน้าที่ “กล่องอักษร”

สมองมนุษย์มีพื้นที่จำกัด   เมื่อมนุษย์คิดค้นตัวอักษรขึ้นมา สมองไม่มีที่ว่างเผื่อไว้    ต้องรีไซเคิลสมองส่วน letterbox มาใช้งาน    เพื่อฝึกสมองให้ได้ผลดีที่สุด เราจึงต้องมีวิธี unlearn หน้าที่เดิมของส่วน letterbox   เพื่อให้มา learn หน้าที่ใหม่ได้อย่างดี

ทีนี้ก็มาถึงความรู้ที่ได้จากการทดลองทางวิทยาศาสตร์ว่าสอนอ่านแบบไหนได้ผลดีกว่า   ระหว่างแบบเก่า ที่สอนตัวอักษร และวิธีประสมคำ ที่เรียกว่าวิธี grapheme-phoneme method   กับวิธีเรียนเป็นคำๆ หรือทั้งประโยค (whole-language method) ที่เป็นวิธีสมัยใหม่   คำตอบคือวิธีเรียนตัวอักษรและประสมคำดีกว่าครับ

คำอธิบายคือ วิธีเรียนตัวอักษร และประสมคำ เป็นวิธีฝึกตรงสมองส่วน letterbox   แต่วิธีเรียนเป็นคำหรือประโยค สัญญาณจากสายตาอาจสับสน แล่นไปที่สมองซีกขวา ส่วนที่พ้องกับส่วน letterbox

เพิ่มเติมวันที่ ๑๑ ต.ค. ๕๖

วันที่ ๘ ต.ค. ๕๖ ผมพบครูใหญ่ด้านภาษาศาสตร์ท่านหนึ่งของบ้านเมือง   คือ ศ. ดร. ปราณี กุลละวนิชย์   จึงเล่าเรื่องนี้ และเอาบทความต้นฉบับในหนังสือ The Science of Education ให้ท่านอ่าน    ท่านดีใจมาก ว่าเป็นข้อมูลหลักฐานที่ท่านสังเกตเห็นมานานแล้ว   ว่าเด็กที่เรียนภาษาไทยแบบใหม่ ที่ไม่เรียนผสมตัวสะกด จะอ่านตัวหนังสือที่ซับซ้อนไม่ออก   เช่นนกกาเหว่า เขาจะอ่านว่า นก-กา-เห-ว่า

วันที่ ๙ ต.ค. ๕๖ ผมไปเยี่ยมโรงเรียนเพลินพัฒนา   ถามครูใหม่ว่า โรงเรียนเพลินพัฒนาสอนภาษาไทยแบบไหน    ได้รับคำตอบว่าใช้ทั้งสองแบบ    คือตอนแรกสอนแบบเรียนเป็นคำๆ    ต่อมาในชั้นสูงขึ้น จึงสอนการประสมคำด้วย

วิจารณ์ พานิช

๖ ต.ค. ๕๖ เพิ่มเติม ๑๑ ต.ค. ๕๖

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย